วันนี้ (20 ตุลาคม) เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติมจำนวน 10,508,876,400 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 จำนวน 1,481,401 ครัวเรือน
โดยมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน พร้อมให้อำนาจในการถัวจ่ายข้ามจังหวัดและข้ามรายการได้ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไปแล้ว 390,393 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 3,047,545,000 บาท โดยมีงบประมาณคงเหลือ 2,244,110,600 บาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ลงทะเบียนและกรณีผู้เสียชีวิตรวม 2,096,152 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งคิดเป็นวงเงินที่ต้องให้ความช่วยเหลือรวม 15,800,532,000 บาท จึงมีความจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1.05 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เพียงพอและทั่วถึง
เอกภพ ย้ำว่า การที่ ครม. อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่างบประมาณเดิมหมดลง แต่เป็นการเตรียมงบประมาณรองรับผู้ประสบภัยที่ยื่นคำขอและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อให้การช่วยเหลือมีความต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบและจ่ายเงินให้รวดเร็วขึ้น โดย ปภ. จะใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลภายใน 1 วัน ก่อนส่งให้ธนาคารออมสินตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน การผูกบัญชีพร้อมเพย์ และสถานะบัญชี ซึ่งเดิมใช้เวลา 3 วัน ลดเหลือเพียง 1 วัน ทำให้ขั้นตอนการตรวจสอบของทั้งสองหน่วยงานใช้เวลารวมกันไม่เกิน 2 วัน
สำหรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ข้อมูลผู้ลงทะเบียนจะถูกส่งให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และกรุงเทพมหานคร เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายก่อนพิจารณาอนุมัติและส่งข้อมูลให้ ปภ. ดำเนินการจ่ายเงิน
อย่างไรก็ตาม เอกภพได้ระบุถึงข้อจำกัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า เนื่องจาก กทม. ไม่ได้เปิดระบบเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API กับแอปพลิเคชันทางรัฐ สำหรับเงินช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมบ้านและชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สิน จึงขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งตรวจสอบข้อมูลและลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง พร้อมขอย้ำว่าการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายเป็นหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่นตามกฎหมาย ไม่ใช่หน้าที่ของ ปภ. หรือธนาคารออมสิน
โฆษกรัฐบาลกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีฝนตกหนัก โดยได้จัดเตรียมการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และเตรียมเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ


