×

เงินสดเปรียบเสมือน “ออกซิเจน” แต่ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ดี อ่านคำเตือนการเงินจาก Warren Buffett จะเก็บเงินอย่างไร หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

15.03.2026
  • LOADING...
ภาพ Warren Buffett นักลงทุนชื่อดัง ให้คำแนะนำเรื่องเงินสดที่เปรียบเหมือนออกซิเจนแต่ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ดี

บัฟเฟตต์ วัย 95 ปี บอกกับเบ็คกี้ ควิก ผู้สื่อข่าว CNBC ล่าสุด ในรายการ “Warren Buffett : A Life and Legacy” (ชีวิตและมรดก) ว่า การที่เขายังไม่ขยับเงินก้อนนี้ ไม่ใช่เพราะกลัวหรือระมัดระวังตัวเมื่ออายุมากขึ้น แต่เป็นเพราะขนาดของพอร์ต Berkshire นั้นใหญ่เกินกว่าจะลงทุนเล็ก ๆ ที่ไม่สามารถสร้างผลกำไร ซึ่งยังไม่พบการลงทุนที่คุ้มค่ากับเงินสดก้อนใหญ่ที่มี

 

“แต่เชื่อผมเถอะ ถ้าคุยกันจบแล้วคุณบอกว่า มีไอเดียธุรกิจเด็ดๆ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาเสนอ ผมจะรีบคุยกับคุณทันทีเลย มาคุยกันเถอะ”

 

โดยรวมแล้ว Warren Buffett กล่าวว่า เขาอยากนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า แม้ว่าเงินสดในบัญชีของบริษัทจะให้ดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย แต่บัฟเฟตต์ชอบการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น หุ้น ซึ่งสามารถเติบโตในอัตราทบต้นที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

 

อย่างไรก็ตาม โดยพื้นฐานแล้ว Buffett ชอบเก็บเงินสดไว้ในระดับหนึ่งเพื่อชำระหนี้สินและเป็น “เงินสำรอง” สำหรับการเข้าซื้อกิจการที่น่าสนใจ

 

นอกจากนี้ ยังเปรียบให้เห็นภาพความสำคัญว่า “แน่นอนเงินสดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ ถ้าคุณขาดออกซิเจนเพียง 4-5 นาที คุณจะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมันทันที ซึ่งเงินสดช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในยามวิกฤต แม้ว่าจะไม่น่าตื่นเต้น แต่คุณจึงต้องมีเงินสดสำรองไว้เสมอ เพราะคุณไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขากล่าวเสริม

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

วิธีถือเงินสดแบบบัฟเฟตต์ พร้อมเตือนเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือน หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

 

ทว่า สิ่งที่น่าสังเกตคือ Warren Buffett ไม่ได้เลือกหนีไปหาความปลอดภัยของเงินสดหรือพันธบัตร แม้ในช่วงที่เขามองว่าตลาดมีมูลค่าสูงเกินจริง หรืออาจกำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจ

 

แม้สถานะเงินสดของบริษัทจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เขาและ Berkshire รอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม แต่เขาย้ำอยู่เสมอว่าความตั้งใจหลักยังคงเป็น “การลงทุน” มากกว่าการถือเงินสดไว้เฉย ๆ

 

“ผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway สามารถมั่นใจได้ว่า เราจะนำเงินส่วนใหญ่ของพวกเขาไปลงทุนในหุ้นเสมอ โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นอเมริกัน แม้ว่าหลายบริษัทจะมีธุรกิจในต่างประเทศที่สำคัญก็ตาม”

 

เขาระบุไว้ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2024 พร้อมย้ำว่า Berkshire Hathaway จะไม่เลือกถือครองสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด มากกว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการถือหุ้นทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน

 

ในจดหมายฉบับเดียวกัน ยังชี้ว่า ในอดีตช่วงเวลาที่ ‘เงินเฟ้อสูงเกินควบคุม’ มักกัดเซาะมูลค่าของเงินสดและทำให้พันธบัตรเผชิญภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง

 

ตรงกันข้าม ธุรกิจที่มีศักยภาพกลับ มักสามารถปรับตัวรับมือกับความไม่มั่นคงทางการเงินได้ ตราบใดที่สินค้าและบริการของบริษัทเหล่านั้นยังคงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

 

โดยเมื่อดูตัวเลขสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1975 ยาวมาจนถึงต้นปี 2026 จะเห็นความจริงที่ว่าดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นไปเกือบ 6,700% ตามการวิเคราะห์ของ Charles Schwab

 

ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือเงินเฟ้อขยับขึ้นเพียง 524% เท่านั้น ตัวเลขนี้คือหลักฐานชั้นดีว่าการครอบครอง ธุรกิจที่ยอดเยี่ยมย่อมให้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อมากกว่า “การกอดเงินสดไว้เฉย ๆ

 

โดยทั่วไป เขาจึงมักแนะนำให้นักลงทุนลงทุน อย่างสม่ำเสมอและกระจายความเสี่ยงในระยะยาว “ซื้อกองทุนดัชนี S&P 500 ต้นทุนต่ำอย่างสม่ำเสมอ”

 

เขาเคยกล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อปี 2017 พร้อมมองว่าแนวทางดังกล่าว “เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุดในทางปฏิบัติเกือบตลอดเวลา”

 

อย่างไรก็ตาม การมีเงินสดสำรองในระดับหนึ่งยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์อนาคตของตลาดได้อย่างแม่นยำ แม้แต่บัฟเฟตต์เอง

 

“ผมอาจจะอ่านหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดสาธารณะ แต่ผมก็ยังไม่พบคำตอบว่าตลาดหุ้นจะทำอย่างไรในสัปดาห์หน้า เดือนหน้า หรือปีหน้า” เขาเคยกล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์

 

ด้วยเหตุนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินจำนวนมาก จึงมักแนะนำให้นักลงทุนทั่วไปจัดเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในระดับเทียบเท่าค่าใช้จ่ายประมาณ 3-6 เดือน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน

 

หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นกะทันหัน ก็ยังสามารถบริหารการเงินส่วนอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัยและไม่กระทบต่อแผนการลงทุนระยะยาว

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories