×

ผู้บริหาร BROOK วางแผนลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่ม กระจายผ่าน 15-20 โปรเจกต์ มั่นใจอนาคต DeFi มาแน่

14.05.2021
  • LOADING...
BROOK

หลังจากที่ BROOK เปิดเผยถึงการต่อยอดธุรกิจเดิมด้วยแผนเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งถือเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ รายแรกที่เข้าลงทุนโดยตรงในบิตคอยน์ 

 

ล่าสุด วริศ บูลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บมจ.บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) ได้เปิดเผยผ่านรายการ Morning Wealth ของ THE STANDARD WEALTH ว่า เราเชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้ามาเปลี่ยนการทำงานของโลกในแบบที่คาดไม่ถึงมาก่อน ไม่ใช่แค่ด้านการเงิน แต่เป็นในหลายๆ ด้าน คือ ในยุคเว็บ 3.0 เป็นยุคที่หลายสิ่งกำลังพยายามจะทำให้ตัวกลางหายออกไปจากระบบ (Decentralized) 

 

ซึ่งเราจะเริ่มเห็นได้จากการที่แอปพลิเคชันสมัยใหม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ไว้ ทำให้นักพัฒนาหลายคนสามารถช่วยกันพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความสอดคล้องกันอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน 

 

“เรามองว่าเทรนด์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีศักยภาพที่จะเติบโตในระยะยาวที่สูงมากๆ ซึ่งทางบริษัทไม่ได้แค่ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเดียว แต่ยังได้ตั้งแผนกที่ชื่อว่า Digital Asset ขึ้นมาด้วย ซึ่งแผนกนี้มีไว้เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และเป็นแหล่งความรู้ให้กับคนทั่วไป รวมถึงให้คำปรึกษากับธุรกิจต่างๆ ในยุคเว็บ 3.0 ซึ่งเรามีความถนัดอยู่แล้ว” 

 

สำหรับวิธีการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัทใช้หลักการเดียวกันกับการลงทุนในหุ้น คือการเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตได้เร็ว มีโอกาสสร้างกำไรได้ ก็ลงทุนและศึกษาในสิ่งนั้น 

 

“เราย้อนกลับมามองที่ธีมเดิมคือ การเชื่อมั่นในพลังของเครือข่าย (Network) ซึ่งคนให้มูลค่าสูงมาก คล้ายกับความเชื่อมั่นต่อบริษัทอย่าง Facebook, Instagram, LINE, Shopee ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นนักลงทุนอาจยังไม่เห็นกำไรด้วยซ้ำ แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล นักลงทุนจริงๆ ไม่จำเป็นต้องเห็นผลกำไรในวันนี้ เพราะว่าเวลาลงทุนเราต้องมั่นใจในการเติบโตของสิ่งที่จะเข้าไปลงทุน และโอกาสที่จะสร้างกำไรในอนาคต ซึ่งมันมีอยู่แน่นอนถ้าเกิดมีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคน”

 

ปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธแล้วว่าเทรนด์โลกให้ความสนใจกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมาก ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมหาศาล ระบบต่างๆ ที่อยู่ใน DeFi หรือ DeApp หากมีการใช้งานผ่านระบบเหล่านี้สูงขึ้น ผู้ที่ลงทุนในเหรียญของระบบเหล่านี้จะได้รับผลประโยชน์สูงมาก เพราะจะมีการเก็บค่าใช้งานแอพลิเคชั่น ซึ่งค่าบริการเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ที่ส่วนกลางและกระจายคืนผลประโยชน์ให้กับผู้ลงทุนหรือผู้ถือเหรียญเหล่านั้น

 

นอกจากการลงทุนในบิตคอยน์แล้ว บริษัทจะมีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นแน่นอน โดยจะกระจายการลงทุนในหลายกลุ่ม เช่น DeFi, DApp ซึ่งจะมีโปรเจกต์ที่แตกต่างกัน โดยเรามีแผนจะกระจายไปใน 15-20 โปรเจกต์ ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงไปในตัว เช่น ในช่วงที่บิตคอยน์ผันผวน ก็อาจจะมีโปรเจกต์อื่นที่ปรับตัวได้ดี 

 

“เรายังคงเป็นบริษัทที่ปรึกษาอยู่ และขยายใหญ่ขึ้นอีกด้วย เพราะบริษัทได้เข้าสู่ตลาดของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งช่วยต่อยอดธุรกิจเดิมของบริษัทได้ดีมาก และแน่นอนว่าบริษัทไม่ได้ลงทุนเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ด้วยโอกาสเติบโตที่สูง ทำให้เราให้น้ำหนักกับส่วนนี้มากหน่อย” 

 

ปัจจุบันเราใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดที่มีอยู่แล้ว และในอนาคตเราจะเพิ่มทุนเพื่อลงทุนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม โดยจะประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งทางผู้ถือหุ้นก็ให้การตอบรับค่อนข้างดีกับทิศทางใหม่ของบริษัท และมีนักลงทุนหลายรายติดต่อเข้ามา ขณะเดียวกัน จะเห็นว่าปริมาณการซื้อขายหุ้น BROOK ในกระดานก็เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 

 

ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ก็ได้ให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลก็อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารของบริษัท แต่ก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงให้ดี และเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้ 

 

“ก่อนหน้านี้บริษัทใช้เวลาศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนพอสมควร หลังจากที่ตั้งใจว่าจะเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่กว่าจะได้เข้าลงทุนในบิตคอยน์จริงๆ ก็เกือบจะจบไตรมาส 1 แล้ว โดยบริษัทได้ลงทุนผ่าน Coinbase ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายที่ใหญ่สุดในสหรัฐฯ” 

 

สำหรับไตรมาส 2 ซึ่งบริษัทตั้งใจจะลงทุนเพิ่มเติม จะยังเน้นการลงทุนผ่านตลาด Coinbase และอาจจะกระจายไปลงทุนผ่านตลาดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เราต้องหลีกเลี่ยงตลาดที่เล็กเกินไป เพราะเราลงทุนด้วยเม็ดเงินค่อนข้างใหญ่

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories