Menu
247295

พรีวิว ไบรท์ตัน-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขวากหนามสุดท้ายของเรือใบสีฟ้า

12.05.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องยกพลบุกไปเยือนไบรท์ตันในเกมลีกนัดที่ 38 ซึ่งเป็นนัดตัดสินชะตาแชมป์ลีก
  • สถิติการดวลกันของทั้ง 2 ทีมก่อนหน้านี้ เป็นฝั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด
  • การลุ้นแชมป์ในเกมสุดท้ายเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับเรือใบสีฟ้าในฤดูกาล 2011-12 โดยมีคู่แข่งเบียดแชมป์ตอนนั้นเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

เกมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังเดินทางมาถึงนัดที่ 38 อันเป็นแมตช์สุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งอีกหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจสุดๆ คงหนีไม่พ้นการขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ของ 2 ทีมหัวตาราง อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูล ที่มีคะแนนห่างรดต้นคอกันเพียง 1 แต้มเท่านั้น

 

สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้พวกเขาจะต้องยกทีมออกจากสนามเอติฮัด สเตเดียม เพื่อบุกไปเยือนทีมอันดับที่ 17 ของตาราง อย่างไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ทีมที่เป็นดั่งคำตอบสุดท้ายของพลพรรคเรือใบสีฟ้า ว่าพวกเขาเหมาะสมกับแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำซีซันนี้หรือไม่

 

วิเคราะห์ความพร้อมและขุมกำลังทั้ง 2 ทีม

เริ่มจากทางฝั่งเจ้าบ้านเกมนี้ คริส ฮิวจ์ตัน กุนซือชาวไอริชของไบรท์ตัน น่าจะได้ลงคุมทีมโดยปราศจากแรงกดดันได้เยอะพอสมควร เพราะหลังจากผ่านการแข่งขันเกมลีกช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ขุนพลนกนางนวลที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นมาตลอด ถูกการันตีว่า สามารถรอดตกชั้นจากผลงานการจอดอยู่ในอันดับที่ 17 เป็นที่แน่นอนแล้ว

 

 

โดยเกมนี้ลูกทีมของ คริส ฮิวจ์ตัน ค่อนข้างอยู่ในสภาพที่พร้อมหลายคน โดยเฉพาะนักเตะที่เป็นกำลังหลักของทีมอย่าง เกล็นน์ เมอร์เรย์ ดาวซัลโวประจำทีม หลังจากตะบันไปแล้ว 12 ประตูในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงมิดฟิลด์คนสำคัญและตำแหน่งอื่นๆ อย่าง แอนโทนี่ น็อคคาร์ต, เลวิส ดังก์, เชน ดัฟฟี และ เดล สตีเฟนส์ ซึ่งทั้งหมดถือเป็นกองกำลังสำคัญที่กุนซือวัย 60 ปี สามารถเลือกใช้ต่อกรกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างไม่ขัดสน

 

ขณะที่ทางฝั่งของทีมเยือน เกมนี้จำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนนสถานเดียว หากไม่อยากจะต้องเป็นกังวลกับผลการแข่งขันอีกสนามระหว่างลิเวอร์พูลและวูล์ฟแฮมป์ตัน เพราะถ้าพวกเขาทำได้ก็จะกลายเป็นแชมป์ทันที

 

 

เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะยังไม่สามารถใช้งานผู้เล่นตัวหลักอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียม ที่กล้ามเนื้อเจ็บแฮมสตริงจากเกมที่ดวลสเปอร์ฯ กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่สำหรับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เหลือ ต้องบอกว่า พร้อมลงสนามช่วยทีมคว้าชัยแบบเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร ผู้ทำ 20 ประตูในลีกตลอดฤดูกาลนี้ ที่จะมี ราฮีม สเตอร์ลิง และ แบร์นาโด ซิลวา คอยประสานงานให้ทางฝั่งซ้าย-ขวา นอกจากนี้ แผงกองกลางยังมี อิลคาย กุนโดกัน และ ดาบิด ซิลบา คอยกำกับอยู่ รวมถึงเกมรับอย่าง ไคล์ วอล์กเกอร์, ไอเมอริก ลาปอร์เต, แว็งซ็องต์ กอมปานี และ เอแดร์สัน ที่ยืนประจำตำแหน่งผู้รักษาประตูเหมือนเดิม

 

สถิติก่อนเกมชี้ชะตา

สำหรับสถิติที่ผ่านของทั้ง 2 ทีม ต้องบอกว่า เป็นทางฝั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ทำได้ดีกว่าเป็นอย่างมาก ด้วยผลงานชนะรวดทั้ง 5 เกมหลังสุดในลีก ยิงได้มากถึง 8 ลูก และเสียเพียง 1 ประตูเท่านั้น ซึ่งสถิติอันสวยหรูของฝั่งเรือใบสีฟ้าดูจะสวนทางกับทีมอย่างไบรท์ตันพอสมควร เพราะหากนับแค่ผลงานในเกมลีก 5 นัดหลังสุด พวกเขาไม่สามารถชนะใครได้เลย โดยเป็นผลเสมอถึง 3 และพ่ายอีก 2 เกม

 

นอกจากนี้ สถิติการพบกันของทั้ง 2 ทีม 4 เกมหลังสุดรวมทุกรายการ นับตั้งแต่ที่ไบรท์ตันเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก 2017-18 เป็นทางฝั่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เก็บชัยชนะได้ทั้งหมดจาก 4 เกมที่พบกัน ยิงรวมไป 8 ประตู และเสียเพียง 1 ลูก ให้กับขุนพลนกนางนวล ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาลที่แล้ว

 

 

ดังนั้น เกมนี้ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องบุกไปเยือนไบรท์ตัน ดูจะเป็นเกมที่ง่ายกว่าคู่แข่งลุ้นแชมป์ด้วยกันอย่าง ‘ลิเวอร์พูล’ ที่ต้องเปิดรังรับมือกับแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ‘วูล์ฟแฮมป์ตัน’ ค่อนข้างมาก อีกทั้งพวกเขายังเคยมีประสบการณ์ลุ้นแชมป์ลีกกับเกมนัดสุดท้ายมาแล้วในฤดูกาล 2011-12 ที่วันนั้นเรือใบสีฟ้าพลิกเอาชนะควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส 3-2 ชนิดที่ได้ 2 ประตูสำคัญช่วงทดเวลาบาดเจ็บท้ายเกม จาก เอดิน เชโก้ และ เซร์คิโอ อเกวโร พร้อมส่งให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เบียดเพื่อนร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในเวลานั้น ปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกมาครองได้แบบเจ็บแสบเหลือเกิน

 

 

แต่ถึงอย่างนั้น การพูดว่า ไบรท์ตันจะสู้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้เสียทีเดียว ก็คงไม่ใช่ความคิดที่ถูกนัก หากแต่ที่แห่งนี้คือ สนามกีฬาฟาลเมอร์ สเตเดียม รังเหย้าที่จะเป็นเกมสุดท้ายในซีซัน

 

อีกทั้งยังต้องลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่เดินทางมาให้กำลังใจร่วมหมื่นคน ส่งผลให้สถานการณ์ที่ต้องเล่นแบบไม่มีอะไรให้เสียอย่างนี้ น่าจะทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องลุ้นแชมป์เหนื่อยจนนาทีสุดท้าย

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR