×

ผู้ว่าฯ ธปท.เผยขนาด ‘ทุนเทา’ ในไทยคิดเป็นราว 13% ของ GDP ย้ำ ‘ดึงนอกระบบ เข้าสู่ระบบ’ ทางรอดเศรษฐกิจไทยโตต่ำ

โดย THE STANDARD TEAM
05.11.2026
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ปาฐกถาพิเศษบนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘The Future of Thai Finance: Trust, Transparency & Growth’ บนเวที THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 โดยระบุว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำลงเรื่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น การคอร์รัปชัน เงินเทา ขีดความสามารถในการแข่งขัน ระบบการศึกษา สังคมสูงวัย หนี้ครัวเรือน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และน้ำท่วม

 

 
 

ผู้ว่าฯ ธปท. ยังกล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชันไทย หนักขึ้นทุกวัน เห็นได้จาก Corruption Perception Index ที่ไทยมีคะแนนลดลงเหลือ 33 ในปี 2025 จาก 37 ในปี 2012 และมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่มีคะแนน 38 ในปี 2012 และ 41 ในปี 2025 นอกจากนี้ อันดับไทยยังอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน จากทั้งหมด 11 ประเทศ

 

ดังนั้น ธปท.จึงได้ออกมาตรการต่างๆ มาเพื่อแก้ปัญหาเงินเทาและคอร์รัปชันต่างๆ เช่น การกำกับธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป และการกำหนดให้ร้านทองต้องรายงานข้อมูลเมื่อมีการถอนทองคำ (Physical Gold) เป็นต้น

 

“เงินเทา เงินสแกม คอร์รัปชัน ทั้งหลาย สุดท้ายต้องผ่านเส้นทางสถาบันการเงิน จึงเป็นเหตุที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสนใจ ดังนั้นถ้าคอร์รัปชันไม่สามารถเบิกเงินสดออกไปได้ ถ้าเงินเข้าบัญชี แล้วถอนยาก คอร์รัปชันก็จะยากขึ้น” วิทัยกล่าว

 

เศรษฐกิจนอกระบบไทย มีขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP และ 13% ของ GDP เป็นเงินเทา

 

วิทัยยังเปิดเผยอีกว่า จากการศึกษาข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจ 3 หน่วยงาน มีการประเมินว่า เศรษฐกิจนอกระบบไทย มีขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP โดยใน 48% นี้ราว 35% เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ แต่ยู่ในระบบเศรษฐกิจ (GDP) แต่มีนอกระบบอีกส่วนนึง ซึ่งเราเชื่อว่า ‘เทา’ ประมาณได้ว่าคิดเป็นราว 13% ของ GDP

 

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวนับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก โดยข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีการประเมินว่า เงินเทา เงินผิดกฎหมาย หรือเงินที่มาจากการหลอกหลวง มีขนาดราว 2% ของเงินทั้งระบบโลก

 

ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจนอกระบบไม่ใช่เรื่องไม่ดีอย่างเดียว เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายตามตลาดบางรายก็คือ นอกระบบ เพราะไม่เข้าจดทะเบียน ไม่จ่ายภาษี ไม่อยู่เรคคอร์ดอะไรเลย

 

นอกจากนี้ ธุรกิจนอกระบบของไทยจำนวนมากมีศักยภาพ ดังนั้น ถ้าธปท.สามารถดึงเข้ามาอยู่ในระบบได้ และได้สินเชื่อจริงๆ ต้นทุนจะถูกลง ศักยภาพของประเทศจะดีขึ้น GDP จะโตขึ้น เพราะฉะนั้นการจัดสรรเงินทุน จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าการจัดสรรเงินทุนที่ดีขึ้น ลดการรั่วไหลไปสู่สิ่งที่ไม่ดี ทำให้ระบบการเงินเรามีศักยภาพที่เพียงพอ สุดท้ายก็จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ (Growth)

 

วิทัย ยังสรุปว่า การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะข้างหน้า ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่ต้องเกิดจากการจัดสรรทรัพยากรทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยการอุดรูรั่วไหลของเงินทุจริต และดึงธุรกิจนอกระบบที่มีศักยภาพเข้ามาอยู่ในระบบการเงิน เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ ซึ่งจะช่วยยกระดับผลิตภาพรวมของประเทศ


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories