วันนี้ (6 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ประจำวัน เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 31.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งถือว่าคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม.)
แม้ภาพรวมจะอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่จากการตรวจสอบรายพื้นที่ พบว่ามี 4 เขต ที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (ระดับสีส้ม) ได้แก่
1. เขตปทุมวัน
2. เขตจตุจักร
3. เขตสาทร
4. เขตลาดกระบัง
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมจากการตรวจผ่านดาวเทียม NASA เมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) พบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 1 จุด บริเวณแขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง ซึ่งเกิดจากเหตุเพลิงไหม้หญ้าและได้ทำการสงบเพลิงแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อปริมาณฝุ่นสะสมในพื้นที่ลาดกระบังในระยะสั้น
ทางศูนย์ข้อมูลฯ ได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้:
- ช่วงวันที่ 6 – 9 ม.ค. 69: แนวโน้มความเข้มข้นของฝุ่นละอองลดลงเนื่องจากสภาพการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงอ่อน ประกอบกับมีลมแรงในบางวัน แม้ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นจะมีลักษณะปิดก็ตาม
- ช่วงวันที่ 10 – 14 ม.ค. 69: ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝุ่นละอองจะเริ่ม สะสมตัวเพิ่มขึ้น อีกครั้ง เนื่องจากอัตราการระบายอากาศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี
กรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ปฏิบัติตัวดังนี้:
- ประชาชนทั่วไป: ควรสวมหน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากบ้านได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน AirBKK, เว็บไซต์ www.airbkk.com, LINE ALERT และติดตามข่าวสารผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และ กรุงเทพมหานคร


