วันนี้ (9 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยภารกิจหลักขณะนี้คือการเร่งจัดเก็บขยะตกค้างจำนวนมหาศาลที่ประชาชนนำมากองทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้านและปากซอย ซึ่งกีดขวางการสัญจรจนส่งผลกระทบต่อการออกไปทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน
เนื่องจากสภาพพื้นที่เคหะร่มเกล้ามีลักษณะเป็นซอยย่อยแบบก้างปลา รถเก็บขยะขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ กทม. จึงต้องใช้ระบบการจัดการแบบโลจิสติกส์ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ใช้กำลังคนชักลากและทอยขยะจากซอยเล็กออกมายังจุดรวบรวม 2. ใช้รถดัมพ์หรือรถบรรทุก 6-10 ล้อขนย้ายไปยังจุดเทรวม และ 3. ใช้รถเทรลเลอร์ขนาด 30 ตันลากขนขยะไปกำจัดยังจุดหมายปลายทาง
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือและแบ่งพื้นที่รับผิดชอบเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 กรมโยธาธิการและผังเมือง โซน 2 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โซน 3 กทม. และกองทัพไทย และโซน 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดย กทม. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 500–600 นาย พร้อมนำระบบบัดดี้ ดึงกำลังพลกว่า 100 นายจากเขตที่ไม่มีน้ำท่วม (เขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร) เข้ามาเสริมทัพช่วยยกขยะในซอยย่อยที่เครื่องจักรหนักของ ปภ. ไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ขณะนี้ยังมีกองขยะขนาดใหญ่ที่ต้องเร่งจัดเก็บอีกประมาณ 33 กอง และกองขยะริมถนนสายหลักอีก 11 กอง โดยตั้งเป้าหมายเร่งเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน พร้อมเตรียมนำข้อมูลสถานการณ์ภาพรวมทั้งหมดรายงานต่อนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป
ทั้งนี้ ได้กล่าวขอบคุณและส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพนักงานกวาดหญิงที่ต้องมารับภารกิจเก็บขยะชิ้นใหญ่ซึ่งไม่ใช่ลักษณะงานปกติ เพื่อร่วมกันคืนพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด


