วันนี้(11 กันยายน) รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมขับเคลื่อน ACT ai (เครื่องมือสแกนสัมปทานและตรวจสอบการทุจริต) ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟสบุ๊กส่วนถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญของวงการรัฐเปิด (Open Government) ในประเทศไทย เมื่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ 2322/2569 เรื่องการเปิดเผยข้อมูลกรุงเทพมหานครเพื่อการเข้าถึงโดยระบบดิจิทัล ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
หัวใจสำคัญของคำสั่งฉบับนี้คือการกำหนดให้ทุกหน่วยงานของ กทม. ต้องเปิดเผยข้อมูลสาธารณะต่อประชาชน โดยยึดหลัก “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น“ (Open by Default) ซึ่งถือเป็นการพลิกตรรกะการทำงานของระบบราชการไทย จากเดิมที่ข้อมูลมักถูกปกปิดไว้และผลักภาระให้ประชาชนต้องทำเรื่องร้องขอและชี้แจงเหตุผล นโยบายนี้ได้เปลี่ยนผ่านให้ข้อมูลต้องถูกเปิดเผยโดยอัตโนมัติ และหากหน่วยงานใดต้องการปกปิดข้อมูล หน่วยงานนั้นจะต้องเป็นฝ่ายชี้แจงเหตุผลตามกฎหมายให้ได้ว่ามีความจำเป็นและได้สัดส่วนกับประโยชน์สาธารณะอย่างไร
นอกจากหลักการที่ชัดเจนแล้ว คำสั่งดังกล่าวยังระบุแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม 5 ประการ ได้แก่
- ครอบคลุมทุกหน่วยงาน: บังคับใช้กับทุกหน่วยงานในกำกับ การพาณิชย์ของ กทม. รวมถึง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งที่ผ่านมามักถูกมองว่าเป็นมุมอับของการตรวจสอบ
- ข้อมูลต้องพร้อมใช้งานจริง (Machine-readable): ข้อมูลต้องอยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถอ่านและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ทันที โดยไม่นับรวมการสแกนเอกสารกระดาษเป็นไฟล์ PDF นอกจากนี้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบต้องเป็นแบบอัตโนมัติตามมาตรฐานสากล
- เร่งรัดความโปร่งใสทางการเงิน: สั่งการให้สำนักงบประมาณ สำนักการคลัง และสำนักยุทธศาสตร์ฯ เปิดเผยรายละเอียดการจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และการจัดเก็บรายได้ในรูปแบบดิจิทัลเป็นลำดับแรก
- มีกรอบเวลาที่ชัดเจน: หน่วยงานที่ถือข้อมูลสำคัญต้องจัดทำบัญชีข้อมูล (Data Catalog) ตามมาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันทำการ โดยมีสำนักดิจิทัลฯ คอยติดตามและรายงานความคืบหน้าต่อผู้ว่าฯ กทม. ทุก 6 เดือน
5.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: การเปิดเผยและเชื่อมโยงข้อมูลยังคงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างเคร่งครัด การขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลความลับจะต้องผ่านการตรวจพิจารณาก่อนเสมอ
รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ระบุเพิ่มเติมว่า ความสำคัญของคำสั่งนี้คือการก้าวข้ามอุปสรรคของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ที่ประชาชนต้องเป็นฝ่าย ไปขอ ซึ่งมักจะติดขัดที่กฎระเบียบภายในของหน่วยงาน การที่ กทม. ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการถือเป็นหน่วยงานรัฐแห่งแรกของไทยที่นำหลัก Open by Default มาใช้ หากประสบความสำเร็จ กทม. จะกลายเป็นต้นแบบด้านความโปร่งใสให้แก่หน่วยงานรัฐทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านจากนโยบายบนหน้ากระดาษสู่การปฏิบัติจริงยังต้องอาศัยการติดตามอย่างใกล้ชิด โดย กทม. ได้จัดตั้งคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐขึ้นมากำกับดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าหลักการ ‘เปิดเผยเป็นหลัก’ จะถูกนำไปใช้อย่างแท้จริง และไม่ถูกกลืนหายไปกับข้อยกเว้นแบบระบบราชการเดิม


