×

รู้จัก ห้องหลบร้อน กทม. สวัสดิการสู้โลกเดือดเพื่อคนกรุง เมื่อ กทม. เปิดพื้นที่ราชการเป็นเซฟโซนดับร้อน ย้ำบริหารจัดการดี ไม่เปลืองไฟเพิ่ม

โดย THE STANDARD TEAM
16.03.2026
ห้องหลบร้อน กทม. พร้อมป้าย BKK Cooling Center ชัดเจน

จากสภาพอากาศเมืองไทยที่ทวีความร้อนแรง และดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่พุ่งสูงจนแตะระดับอันตราย กรุงเทพมหานคร นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วผ่านแคมเปญ BKK Cooling Center หรือ ห้องหลบร้อน

 

ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) คืออะไร?

 

ห้องหลบร้อน ไม่ใช่การสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่แต่อย่างใด แต่คือ การนำพื้นที่สาธารณะของ กทม. ที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว มาเปิดให้บริการเป็นจุดพักพิงชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนเข้ามานั่งพักผ่อน คลายร้อน ดื่มน้ำ และหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงแดดในช่วงที่อุณหภูมิภายนอกสูงจัด (โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น.)

 

ภายในห้องหลบร้อนจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ได้แก่:

 

  • พื้นที่นั่งพักผ่อนในห้องแอร์เย็นสบาย
  • บริการน้ำดื่มสะอาดฟรี (ได้รับการสนับสนุนจากน้ำดื่ม Sprinkle)
  • ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (เช่น กรณีโรคลมแดด หรือ Heatstroke)

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำชัดเจนว่า นโยบายนี้ไม่ได้ขัดกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการติดตั้งแอร์ใหม่ หรือเปิดแอร์เพิ่มจากเดิม เป็นเพียงการเปิดประตู พื้นที่ราชการที่เปิดแอร์ทำงานตามปกติอยู่แล้ว ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สอยร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการช่วยประชาชนประหยัดค่าไฟที่บ้านได้อีกทางหนึ่ง

 

ใครบ้างที่ควรใช้ห้องหลบร้อน ?

 

แม้ห้องหลบร้อนจะเปิดกว้างสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนที่รู้สึกไม่สบายตัวจากอากาศร้อน แต่ กทม. มุ่งเน้นเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มเปราะบาง ที่อาจไม่มีความพร้อมในการเดินทางไปตากแอร์ตามห้างสรรพสินค้า ได้แก่:

 

  • ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ (กลุ่มที่ร่างกายปรับตัวต่อความร้อนได้ช้า)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินหายใจ)
  • กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง (เช่น วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ พนักงานกวาดถนน หรือผู้รับเหมาก่อสร้าง) เพื่อแวะพักลดอุณหภูมิร่างกาย ป้องกันโรคลมแดดฉับพลัน

 

พิกัดห้องหลบร้อน 304 แห่งทั่วกรุง มีที่ไหนบ้าง?

 

กทม. ได้กระจายห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ไว้ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 304 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) ประกอบด้วย:

 

  • สำนักงานเขต ทั้ง 50 แห่ง
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง
  • ศูนย์บริการสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง
  • โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง
  • โรงเรียนสังกัด กทม. 100 แห่ง (เริ่มเปิดให้บริการ 1 เม.ย. 69)

 

นอกจากห้องแอร์แล้ว ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) ซึ่งเป็นพื้นที่ร่มรื่นตามธรรมชาติอีก 178 แห่ง (สวนสาธารณะ 48 แห่ง และสวน 15 นาที 130 แห่ง) พร้อมจุดบริการน้ำดื่มฟรี 2,806 จุดทั่วกรุง

 

ประชาชนเพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ โดยสามารถค้นหาพิกัดห้องหลบร้อนที่ใกล้ที่สุด และตรวจสอบวัน-เวลาทำการได้ที่เว็บไซต์: https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info

 

รู้จักดัชนีความร้อน (Heat Index) ภัยเงียบหน้าร้อน

 

สาเหตุที่ กทม. ต้องเร่งผุดห้องหลบร้อน เพราะอันตรายจากหน้าร้อนไม่ได้ดูแค่อุณหภูมิ แต่ต้องดูที่ดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นการนำอุณหภูมิมาคำนวณรวมกับความชื้นสัมพัทธ์ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริง และเสี่ยงต่อการช็อกได้ง่ายขึ้น

 

กทม. ได้แบ่งระดับเตือนภัยดัชนีความร้อนไว้ 4 ระดับ (เช็กแบบ Real-time ได้ทางแอปฯ และเว็บไซต์ AirBKK):

 

  • สีเขียว (เฝ้าระวัง): 27.0–32.9 °C
  • สีเหลือง (เตือนภัย): 33.0–41.9 °C (เริ่มลดเวลาอยู่กลางแจ้ง)
  • สีส้ม (อันตราย): 42.0–51.9 °C (งดกิจกรรมกลางแจ้ง)
  • สีแดง (อันตรายมาก): มากกว่า 52.0 °C (ห้ามอยู่กลางแจ้งเด็ดขาด เสี่ยง Heatstroke ขั้นวิกฤต)

 

แนวคิดCooling Center ถือเป็นมาตรฐานการรับมือสภาพอากาศระดับสากลที่หลายมหานครทั่วโลกนำมาใช้ กรุงเทพมหานครจึงหวังว่า “ห้องหลบร้อน” จะเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ช่วยปกป้องชีวิตคนกรุง ให้ผ่านพ้นวิกฤตโลกเดือดในฤดูร้อนปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

 

(หน่วยงานเอกชนที่สนใจสนับสนุนน้ำดื่มหรืออุปกรณ์คลายร้อน สามารถติดต่อสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. โทร 0 2203 2920 หรือ 0 2203 2400)


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories