×

เปิดโพลสถาบันพระปกเกล้า เจาะลึกศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. 69 ‘ชัชชาติ’ คะแนนนำทุกโซน ‘ดร.โจ ชัยวัฒน์’ แรงในฐานเสียงก้าวไกล

โดย THE STANDARD TEAM
06.06.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงผลสำรวจคะแนนนิยมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากสถาบันพระปกเกล้า

วันนี้ (6 มิถุนายน) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง เลือกตั้ง กทม. 69: ปัจจัยเชิงพื้นที่กับทิศทางการเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่ ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง ผ่านการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) และการสัมภาษณ์แบบพบหน้า โดยกำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ร้อยละ 95

 

แนวโน้มการเลือกประเภทผู้สมัครและปัจจัยเชิงพื้นที่

 

จากผลการสำรวจความคิดเห็นผ่านช่องทาง Line Today ในประเด็นแนวโน้มการเลือกประเภทของผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ร้อยละ 61.8 ระบุแนวโน้มที่จะเลือก ผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง รองลงมาร้อยละ 12.5 ยังไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 12.0 เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ ร้อยละ 11.7 เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และร้อยละ 2.0 เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล

 

เมื่อจำแนกตามพื้นที่เขตของกรุงเทพมหานคร พบความแตกต่างเชิงพฤติกรรมดังนี้:

 

  • พื้นที่เขตชั้นใน: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจสูงที่สุดร้อยละ 26.8 รองลงมาคือเลือกผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ร้อยละ 23.3 และสังกัดพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 22.0
  • พื้นที่เขตชั้นกลาง: กลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองสูงที่สุดร้อยละ 29.3 รองลงมาคือสังกัดพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 25.9
  • พื้นที่เขตชั้นนอก: กลุ่มตัวอย่างมีแนวโน้มเลือกผู้สมัครสังกัดพรรคฝ่ายค้านร้อยละ 27.2 และยังไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 26.8

 

คะแนนนิยมของผู้สมัครจำแนกตามพื้นที่เขต

 

ในประเด็นคำถามประเมินแนวโน้มการเลือกบุคคลหากมีการเลือกตั้งในปัจจุบัน ผลสำรวจจำแนกตามพื้นที่เขตปรากฏข้อมูลดังนี้:

 

  • เขตชั้นใน: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมสูงสุดร้อยละ 31.5 รองลงมาคือ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 9.8, ดร. โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 8.8, คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 8.1, หม่อมหลวงกร กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 6.8, เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.3 และ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 3.4 โดยมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 27.3
  • เขตชั้นกลาง: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมร้อยละ 32.1 รองลงมาคือ ดร. โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 16.3, ดร. มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 9.5, เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 6.9, คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 6.1, หม่อมหลวงกร กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 5.7 และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 4.7 โดยมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 18.7
  • เขตชั้นนอก: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมร้อยละ 30.3 รองลงมาคือ ดร. โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 16.9, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 12.8, หม่อมหลวงกร กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 5.6, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช และ เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี มีสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 2.8 และคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 1.6 โดยมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจร้อยละ 27.2

 

การวิเคราะห์ตามฐานเสียงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ปี 2565

 

เมื่อทำการเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการเลือกตั้ง ส.ก. เมื่อปี พ.ศ. 2565 พบความเชื่อมโยงกับฐานคะแนนนิยมของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ:

 

  • กลุ่มฐานเสียงพรรคเพื่อไทย: ส่วนใหญ่ระบุเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 41.6 รองลงมาคือ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 10.6
  • กลุ่มฐานเสียงพรรคก้าวไกล: ส่วนใหญ่เทคะแนนให้ โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 38.3 รองลงมาคือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 22.6
  • กลุ่มฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์: ส่วนใหญ่สนับสนุน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 31.9 รองลงมาคือ เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 19.7
  • กลุ่มฐานเสียงกลุ่มรักษ์กรุงเทพ (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง): เลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 22.5 และ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 16.3
  • กลุ่มผู้ที่จำไม่ได้หรือไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ปี 2565: เลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 23.3 ทว่าสัดส่วนของผู้ที่ยังไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจในกลุ่มนี้สูงที่สุดถึงร้อยละ 47.6

 

สำหรับข้อมูลพื้นฐานทางประชากรศาสตร์ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,600 ตัวอย่าง ประกอบด้วย เพศชายร้อยละ 50.1 เพศหญิงร้อยละ 49.8 และผู้มีความหลากหลายทางเพศร้อยละ 0.1 สัดส่วนช่วงอายุมีการกระจายตัวอย่างใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 25.5 และกลุ่มอายุ 28-43 ปี มีสัดส่วนร้อยละ 25.1

 

ในด้านโครงสร้างอาชีพ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเจ้าของกิจการ/ค้าขาย ร้อยละ 26.6 รองลงมาคืออาชีพรับจ้างทั่วไป/อาชีพอิสระ ร้อยละ 23.4 และพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 19.0 ขณะที่สัดส่วนรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 42.1 อยู่ในช่วง 15,000 – 30,000 บาท และร้อยละ 20.8 มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising