วันนี้ (29 เมษายน) ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานแถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569 โดยระบุว่า ในกรณีฐาน (Base Case) เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 1.5% ในปี 2569 และ 2.0% ในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวยังไม่รวมมาตรการทางการคลังที่รัฐบาลเตรียมออกมาช่วยเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง
ดังนั้น หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ โดยในกรณีที่มีมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม 300,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน รวมถึง โครงการคนละครึ่ง และการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น เศรษฐกิจจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5% – 0.7% จากกรณีฐาน ในปี 2569 แต่จะปรับลดลงประมาณ 0.5% จากกรณีฐานในปี 2570 เมื่อผลของมาตรการหมดไปและฐานที่สูงขึ้น
ดร.ดอนยังกล่าวต่อว่า ผลต่อเศรษฐกิจจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนเม็ดเงินที่จะลงที่การบริโภคหรือการลงทุน โดยหากเน้นการบริโภคก็จะเห็นผลระยะสั้นได้มาก แต่ในทางกลับกัน หากเน้นไปที่การลงทุนจะดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ระยะสั้นอาจเห็นผลน้อยกว่า
ดร.ดอนยังอธิบายต่อว่า สมมติฐานเม็ดเงินที่ 300,000 ล้านบาท เป็นเพียงการประเมินคร่าวๆ เท่านั้น เนื่องจากปัจจุบัน ภาครัฐยังไม่ได้เคาะว่า จะจัดสรรงบประมาณไปกับการกระตุ้นการบริโภค หรือการลงทุนในสัดส่วนเท่าไร นอกจากนี้ตัวเลขดังกล่าวจะยังทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะไทยต่อ GDP ไม่เกินเพดานที่ 70%
“3 แสนล้านบาทเป็นตัวเลขกลางๆ เนื่องจากถ้าเป็น 4 แสนล้านบาทหรือ 5 แสนล้านบาทมีโอกาสที่จะชนกรอบเพดานหนี้สาธารณะ” ดร.ดอนกล่าว

