ในช่วง 3 วันของเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน ที่เรือโดยสารในคลองแสนแสบหยุดให้บริการ กลายเป็นโอกาสทองทางสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ เมื่อกรุงเทพมหานครจับมือกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พลิกวิกฤตความพลุกพล่านของคลองสายหลักให้เป็นพื้นที่ฟื้นฟูสายน้ำ นำทีมนักพายลงลุยเก็บขยะ พร้อมชูประเด็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้งการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียลงสู่พื้นที่สาธารณะ
ปฏิบัติการพายเรือเก็บขยะคลองแสนแสบ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะปลุกจิตสำนึกในการรักษาลำคลองอย่างเป็นรูปธรรม นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมลงพาย SUP Board ด้วยตนเองตลอดเส้นทาง
พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ที่พาคณาจารย์และนักศึกษากว่า 30 ชีวิต จากคณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมปฏิบัติภารกิจตั้งแต่บริเวณท่าเรือชิดลม ล่องไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่ป้อมมหากาฬ
ชัชชาติแสดงความยินดีและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำว่า ภาพความสำเร็จในวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกระตุ้นจิตสำนึกในการดูแลรักษาแหล่งน้ำของชุมชน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจนทำให้ลำคลองกลับมาสะอาดสวยงาม ย่อมส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนและสร้างความน่าอยู่ให้กับเมืองของเราอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้ถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนใน ‘วิชาบริการกฎหมายเพื่อสังคม’ ของทางคณะนิติศาสตร์ เป้าหมายหลักจึงพุ่งเป้าไปที่มิติทางกฎหมาย ทั้งการรณรงค์ สร้างความเข้าใจ และผลักดันการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้กระทำผิดที่ก่อมลพิษทางน้ำ ควบคู่ไปกับการปลุกพลังชุมชนเพื่อเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับวิถีชีวิตคนริมคลอง
ตลอดเส้นทาง ทีมเก็บขยะได้แวะลงพื้นที่เพื่อพูดคุยและจัดเสวนาเรื่องการอนุรักษ์คลองแสนแสบร่วมกับชาวบ้านใน 2 จุดสำคัญ ได้แก่ ชุมชนบ้านครัวใต้ และชุมชนมัสยิดมหานาค หวังสร้างแนวร่วมการดูแลรักษาสายน้ำอย่างยั่งยืนในระดับฐานรากในช่วงท้ายของกิจกรรม







