วันนี้ (28 เมษายน) ที่ ห้องประชุมชีนิมิตร ชั้น 6 อาคารสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เพื่อจัดทำแผนแม่บทการระบายน้ำในเขตเมือง (Project for Formulating the Urban Drainage Master Plan Bangkok Metropolitan Area) โดยมีคณะผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) คณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารือถึงแนวทางการจัดทำแผนแม่บทระดับภาพรวม (Grand Design) สำหรับระบบการระบายน้ำในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมีการกำหนดกรอบเวลาการวางแผนระยะยาวถึง 50 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ฝนตกหนักและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในปัจจุบันและอนาคต
ทั้งนี้ การดำเนินงานจะเริ่มต้นขับเคลื่อนผ่านโครงการความร่วมมือทางวิชาการในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2569 – 2574) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (ใช้เวลา 3 ปี) และระยะที่ 2 (ใช้เวลา 2 ปี)
เป้าหมายหลักของการขับเคลื่อนโครงการในระยะ 5 ปีแรก มุ่งเน้นไปที่ 3 ประการสำคัญ ได้แก่ 1. การจัดทำแผนแม่บทภาพรวมที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ 2. การพัฒนาพื้นที่นำร่อง (Pilot Area) เพื่อทดสอบและประเมินผลระบบ และ 3. การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น
ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงแนวทางและกลไกการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งจะดำเนินการผ่านคณะกรรมการกำกับโครงการ (Joint Coordinating Committee: JCC) และคณะทำงานเฉพาะกิจอีก 4 ด้าน ประกอบด้วย คณะทำงานด้านแผนแม่บท คณะทำงานด้านการออกแบบระบบ คณะทำงานด้านการวางผังเมือง และคณะทำงานด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินงานในทุกมิติเป็นไปอย่างสอดคล้องและบูรณาการร่วมกัน
ในโอกาสนี้ ฝ่ายตัวแทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) ได้กล่าวยืนยันถึงความพร้อมในการสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า ความสำเร็จของโครงการระดับมหภาคนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันให้กรุงเทพมหานครมีระบบการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง และสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองในระยะยาวได้อย่างแท้จริง


