วันนี้ (5 ตุลาคม) วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ขณะนี้ กทม. ยังคงเดินหน้ากู้คืนพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภาพรวมในเขตลาดกระบัง เช่น เคหะร่มเกล้า สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยจะทยอยเข้าช่วยเหลือตามหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงเร่งระบายน้ำบนพื้นผิวจราจรเพื่อให้รถเล็กสามารถสัญจรได้ตามปกติ
สำหรับความท้าทายสำคัญคือการรับมือพยากรณ์อากาศที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ กทม. จึงต้องเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่และผลักดันน้ำจากคลองสายหลักและสายย่อยให้ไวที่สุด ล่าสุดระดับน้ำในคลองหลายแห่งเริ่มลดลงแล้ว โดยวันนี้จะนำเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือหมู่บ้านต่างๆ เช่น หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำบริเวณคลองทับช้างบนลดลงมาอยู่ที่ระดับข้อเท้าจนสามารถสัญจรได้แล้ว
พร้อมทั้งเตรียมระดมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่บึงกุ่มและคลองจั่นเข้าไปสนับสนุนในเขตมีนบุรี ลาดกระบัง และพื้นที่อื่นที่ยังมีน้ำท่วมขัง ขณะที่การใช้ท่อสูบน้ำพญานาคบริเวณเคหะร่มเกล้า ปัจจุบันระดับน้ำลดลงจึงเดินเครื่อง 4 จาก 6 ตัว และเตรียมพร้อมสแตนด์บายเพื่อโยกย้ายไปช่วยเหลือจุดอื่นหากจำเป็น
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงคือ หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีระดับน้ำท่วมขังสูงมาก แม้บางโซนจะสูบน้ำจนสามารถสัญจรได้บ้าง แต่ภาพรวมโซนอื่นๆ ยังคงวิกฤตเนื่องจากระดับน้ำปริ่มคลอง
ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น รองผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่ายังไม่น่ากังวล เนื่องจากได้เสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เพื่อรองรับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ระดับน้ำปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ดีและมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบทำให้สามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้
สำหรับกรณีประชาชนรื้อกระสอบทรายบริเวณเขตสายไหม ล่าสุด กทม. ได้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 เพื่อช่วยระบายน้ำให้รวดเร็วขึ้นแล้ว ซึ่งหากสามารถควบคุมการระบายน้ำจากเขตลาดพร้าวได้ดีขึ้น ก็จะสามารถพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำให้กว้างขึ้นอีกในระยะต่อไป


