ผ่านมา 1 ปีเต็มนับจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ จนทำให้อาคารก่อสร้างค้างแห่งหนึ่งถล่มลงมาและทิ้งรอยร้าวไว้ตามผนังคอนโดมิเนียมหลายแห่ง
ประเด็นสำคัญ
แต่ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา แม้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นของผู้ซื้อกลับมาแล้วก็ตาม
ณัฐกานต์ วิระโรจน์ โปรแกรมเมอร์วัย 39 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 25 ของคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้นในกรุงเทพฯ เล่ากับ Nikkei Asia ว่า “รอยร้าวบนผนังห้องยังคงเตือนให้นึกถึงความหวาดกลัวในวันนั้นอยู่เสมอ” พร้อมเสริมว่ากำลังคิดจะขายคอนโดฯ แล้วย้ายไปอยู่ทาวน์เฮาส์หลังเล็กแทน
ทั้งนี้สมาคมคอนโดมิเนียมไทยระบุว่า อาคารที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาล้วนติดตั้งระบบป้องกันแผ่นดินไหวเพื่อรองรับเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม นฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ชี้ว่าความกังวลของผู้ซื้อเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้างและวัสดุยังคงมีอยู่
“ตลาดที่อยู่อาศัยไทยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2026” นฤมลกล่าว แต่เสริมว่าการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างค่อนข้างช้า
ตัวเลขยอดขาย-สินเชื่อสะท้อนภาพตลาดที่ยังไม่สดใส
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 6,162 ยูนิต ลดลง 64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่คอนโดฯ และบ้านที่ยังขายไม่ออกในกรุงเทพฯ ณ เดือนมีนาคมมีมากถึง 2.25 แสนยูนิต เพิ่มขึ้น 3% จาก 2.18 แสนยูนิต ณ สิ้นปี 2025
โสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ยอมรับว่าผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ “เราคิดว่าความกลัวการอยู่คอนโดฯ สูงจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น เพราะในกรุงเทพฯ มีอาคารถล่มเพียงแห่งเดียว และยังเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย”
นอกจากปัจจัยภายในแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมตลาดอีกทาง เนื่องจากส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง REIC ประเมินว่าปัจจัยเหล่านี้จะกดดันกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค
สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ REIC กล่าวว่า “เราคิดว่าตลาดที่อยู่อาศัยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 แล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2026 แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังเผชิญกับ ‘แผ่นดินไหว’ ระลอกใหม่ที่ตัดกำลังซื้อในตลาดลงอีกครั้ง” โดยหมายถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่าน
อีกปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ อันเป็นผลจากปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’ ที่อยู่ในระดับสูง โดย REIC ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ถูกปฏิเสธสินเชื่อมากถึง 70%
คดีอาคารถล่มยังคงคาราคาซัง จุดประเด็นปฏิรูปกฎหมาย
ในส่วนของการสอบสวนกรณีอาคารถล่มในกรุงเทพฯ ที่คร่าชีวิตผู้คน 95 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง ขณะนี้มีผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาประมาทและบกพร่องต่อหน้าที่รวม 23 ราย ทั้งจากหน่วยงานรัฐและบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
รายงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ชี้ว่า ‘การทุจริต’ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนนำไปสู่เหตุอาคารถล่ม
สุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชน Hand Social Enterprise กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “เหตุการณ์อาคารถล่มครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข”
พร้อมเสริมว่า “นี่คือความล้มเหลวของภาครัฐ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการออกกฎระเบียบใหม่หรือแก้ไขกฎหมายใดๆ เพื่อป้องกันการทุจริตที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมเช่นนี้เลย”
ภาพ : Anuchit kamsongmueang / Shutterstock
อ้างอิง:

