‘อรรถพล’ รมว.พลังงาน ยืนยันน้ำมันสำรองพอใช้ในประเทศนานถึง 95 วัน พร้อมย้ำห้ามส่งออกเชื้อเพลิง ยกเว้น สปป.ลาว-เมียนมา เผยเตรียมเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้า ครม. 10 มี.ค.นี้ กำชับผู้ค้าสำรองน้ำมันเพิ่ม 3% หวังสร้างความมั่นใจประชาชน
วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ว่า กระทรวงพลังงานจะทยอยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ทำให้ตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มอีก 30 วัน เป็น 95 วัน
อรรถพลยืนยันว่า ระหว่างนี้จะใช้กลไกกองทุนน้ำมันตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ 15 วัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานกว่านั้นจะมีการประเมินอีกครั้ง ส่วนคำสั่งห้ามส่งออกเชื้อเพลิงกับทุกประเทศ จะมีการออกประกาศจากนายกรัฐมนตรีในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ไทยจะยังคงส่งออกเชื้อเพลิงให้ สปป.ลาว และเมียนมาต่อไป เพราะต้องพึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน โดยไทยพึ่งพาพลังน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าส่วนใหญ่จาก สปป.ลาว และซื้อก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา โดยก๊าซธรรมชาติกว่า 50%-60% มีสัดส่วนจากท่อทางเมียนมาและของประเทศไทย
ขณะเดียวกัน หลังจากนี้จะมีการประกาศเพิ่มการสำรองให้ผู้ค้าเก็บสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 1% เป็น 3% เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจว่าจะมีการเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้นในประเทศ เพราะไทยมีกำลังผลิตเพียงเล็กน้อย
พร้อมกันนี้ อรรถพลยังได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากแหล่งอื่นเข้ามาทดแทนก๊าซ LNG จากกาตาร์แล้ว
“หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ปตท. ยืนยันว่าจะสามารถยืนยันรายการสั่งซื้อได้ภายในสัปดาห์หน้า ตลอดจนได้ข้อเสนอจากผู้ค้าน้ำมันแล้วเช่นกัน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ก็จะมีการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพิ่มมากขึ้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการขาดแคลน”
ทั้งนี้ อรรถพล ระบุว่า ประเด็นการกักตุนน้ำมันเป็นเพียงพฤติกรรมชั่วคราว ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานได้สั่งการพลังงานจังหวัดให้กำชับสถานีบริการน้ำมันแล้ว ไม่ให้มีการกักตุนหรือเก็บไว้ เบื้องต้นการจัดส่งน้ำมันอาจสะดุดคอขวดในช่วง 1-2 วัน และคาดว่าจะคลี่คลายหลังจากนั้น
สำหรับการนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลเพิ่มเติม จำเป็นต้องดำเนินการเป็นลำดับขั้น โดยในระยะแรกภาครัฐจะดำเนินมาตรการระงับการส่งออก และเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศก่อน เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงกลั่นในปัจจุบันสูงกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ
ดังนั้น เมื่อมีการระงับการส่งออก โรงกลั่นจำเป็นต้องพิจารณาปรับลดกำลังการผลิต พร้อมจัดสรรน้ำมันบางส่วนไว้เป็นสำรองภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม อรรถพล ระบุว่า หากในอนาคตเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันมากขึ้น รัฐบาลจะพิจารณานำพลังงานภายในประเทศเข้ามาช่วยเสริม
โดยการนำน้ำมันปาล์มมาผ่านกระบวนการทางเคมีเพื่อผลิตเป็น ไบโอดีเซล และนำมาผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนต่างๆ เช่น B7 หรือ B10
การเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลจะพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
- หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนได้ทันที
- หากราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกสูงกว่าต้นทุนไบโอดีเซล แม้ยังไม่เกิดการขาดแคลน ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนการผสมน้ำมันปาล์มเพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานได้
นอกจากนี้ หากสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น อาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแทนน้ำมันดิบบางส่วน โดยการปรับลดมาตรฐานหรือสเปกน้ำมันของไทย เพื่อเปิดทางให้สามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งที่หลากหลายมากขึ้น
ทั้งนี้ อรรถพล ระบุว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอมาตรการประหยัดพลังงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 10 มีนาคม ต่อไป

