ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ (29 มกราคม) เกิดเหตุเครื่องบินโจมตีและฝึกแบบ AT-6TH ของกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุตกระหว่างการปฏิบัติภารกิจ โดยทางกองทัพอากาศได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายและสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมดูแลความปลอดภัยในจุดเกิดเหตุ
สำหรับเครื่องบินโจมตีแบบ AT-6TH ลำดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพอากาศไทย โดยเพิ่งมีพิธีบรรจุเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 เมื่อเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธี
ยุทโธปกรณ์รุ่นนี้ถูกจัดหามาจำนวนทั้งสิ้น 12 เครื่อง เพื่อทดแทนเครื่องบินฝึกขับไล่แบบ L-39 ZA/ART ที่ปลดประจำการไป โดยแบ่งเป็นการลงนามสัญญาจัดซื้อในระยะแรก 8 เครื่อง เมื่อปี 2564 และจัดหาเพิ่มเติมอีก 4 เครื่อง ในปี 2565 ตามแผนการพัฒนากำลังรบของกองทัพอากาศ
เครื่องบิน AT-6TH
AT-6TH ถูกออกแบบมาให้เป็นเครื่องบินโจมตีเบาที่ทรงประสิทธิภาพ รองรับภารกิจที่หลากหลาย อาทิ การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด การลาดตระเวนติดอาวุธ เฝ้าระวัง และหาข่าวกรอง ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่การรบ
จุดเด่นสำคัญคือการใช้ระบบควบคุมที่ออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 เพื่อให้นักบินสามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะการบินระดับสูงได้ง่ายขึ้น ห้องนักบินเป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจอแสดงผล Multi-Function เพิ่มความแม่นยำในการจัดการภารกิจ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเลเซอร์ชี้เป้าหมายระยะไกล และระบบวิดีโอส่งภาพเรียลไทม์จากอากาศสู่พื้นดิน
AT-6TH ยังมีความโดดเด่นด้านการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย (Network Centric) ผ่านระบบ Datalink Link-TH ที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้นเอง ทำให้สามารถเชื่อมต่อข้อมูลทางยุทธวิธีกับเครื่องบินรบหลักลำอื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น Gripen C/D, Alphajet, F-5TH และ T-50TH
ทั้งนี้ นักบินไทยชุดแรกจำนวน 8 นาย ได้ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านการบิน การใช้อาวุธ และการบำรุงรักษา โดยทั้งหมดได้รับการรับรองในฐานะครูการบินและนักบินทดสอบ เพื่อมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กองทัพอากาศไทยต่อไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางกองทัพอากาศกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป


