Apple เตรียมยกเครื่อง Siri ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีผ่านระบบปฏิบัติการ iOS 27 โดยจะเปลี่ยนผู้ช่วยเสียงให้กลายเป็น AI ที่สนทนาโต้ตอบได้เหมือนแชตบอตอย่าง ChatGPT พร้อมดึงโมเดล Gemini ของ Google เข้ามาเสริมความสามารถ
ประเด็นสำคัญ
ข้อมูลนี้มาจากรายงานเชิงวิเคราะห์ของ มาร์ก เกอร์แมน นักข่าวสายเทคโนโลยีของ Bloomberg ที่ออกมาคาดการณ์ก่อนงานประชุมนักพัฒนา WWDC 26 ซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
เกอร์แมนระบุว่า Apple จะเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ในงาน WWDC 26 ที่สำนักงานใหญ่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนทยอยปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ iPhone และ Apple Watch รุ่นใหม่วางจำหน่าย
Siri โฉมใหม่ ผู้ช่วยที่ทำได้ทุกอย่าง
หัวใจของกลยุทธ์ AI ครั้งนี้คือ Siri เวอร์ชันใหม่ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ภายในว่า Campo ซึ่งตั้งเป้าเปลี่ยนจากระบบสั่งงานด้วยเสียงธรรมดา ให้กลายเป็นผู้ช่วย AI ที่ทำได้ทุกอย่างและช่วยจัดการงานต่างๆ ตลอดทั้งวันบนทั้ง iPhone, iPad และ Mac
ความสามารถใหม่ที่น่าสนใจคือ Siri จะเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้ลึกขึ้น ทั้งอีเมล, ปฏิทิน, รายชื่อผู้ติดต่อ และโน้ต ทำให้สั่งงานซับซ้อนได้ เช่น ให้ช่วยร่างอีเมลโดยดึงข้อมูลจากเว็บและอีเมลเก่ามาประกอบ หรือเช็กตารางว่างก่อนนัดหมาย
ผู้ใช้ยังสามารถสั่งงานหลายอย่างพร้อมกันในประโยคเดียว เช่น สั่งให้เช็กสภาพอากาศ สร้างนัดในปฏิทิน และส่งข้อความ ได้ในคราวเดียว
เกอร์แมนชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดคือ Apple กำลังเปลี่ยน Siri ให้เป็นแชตบอตที่สนทนาโต้ตอบได้จริง เพื่อแข่งกับ ChatGPT ของ OpenAI, Claude ของ Anthropic และ Gemini ของ Google ถือเป็นการกลับลำครั้งสำคัญ หลัง Siri เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2011 แต่เพิ่งจะปรับตัวตามคู่แข่งในตอนนี้
นอกจากนี้ Apple ยังเตรียมเปิดตัวแอป Siri แยกต่างหากบน iOS, iPadOS และ macOS เป็นครั้งแรก สำหรับเปิดบทสนทนาและดูแชตเก่าได้ คล้ายกับแอปของ ChatGPT โดยบทสนทนาจะหน้าตาเหมือนการแชตในแอป Messages ซิงก์ข้ามอุปกรณ์ผ่าน iCloud และแนบรูปภาพหรือไฟล์เข้าไปวิเคราะห์ได้
พึ่งพา Google คู่แข่งและพันธมิตร ท่ามกลางคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัว
จุดที่น่าจับตาคือเบื้องหลังการทำงานของ Siri ใหม่ Apple เลือกใช้โมเดล Gemini จาก Google ซึ่งเป็นทั้งคู่แข่งและพันธมิตรมายาวนาน ภายใต้ข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดย Apple ยังนำ Siri เวอร์ชันใหม่ไปวางบนเซิร์ฟเวอร์ของ Google เป็นส่วนใหญ่อีกด้วย
เกอร์แมนตั้งข้อสังเกตว่า เนื่องจาก Apple ชูจุดเด่นเรื่องการปกป้องข้อมูลผู้ใช้มาตลอด การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ Google ในลักษณะนี้จึงอาจจุดคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวขึ้นมาได้
ขณะเดียวกัน Apple ยังเปิดให้ผู้ใช้สลับไปใช้แชตบอตจากภายนอกได้ด้วย โดยนอกจาก ChatGPT ที่ผนวกไว้แล้ว บริษัทยังทดสอบการเชื่อมต่อกับ Claude และ Gemini เพิ่มเติม
ที่สำคัญ Apple ยังเปิดตัวระบบค้นหาเว็บของตัวเองเป็นครั้งแรกผ่าน Siri เพื่อแข่งกับ Perplexity AI ทำให้ Siri ตอบคำถามได้เกือบทุกเรื่องด้วยเครื่องมือของตัวเอง แทนที่จะส่งผู้ใช้ไปยัง Google หรือ ChatGPT
ยกเครื่องการแก้ไขภาพและฟีเจอร์ AI อื่นๆ
นอกเหนือจาก Siri แล้ว Apple ยังอัปเกรดฟีเจอร์ Visual Intelligence ใน iOS 27 ให้เด่นขึ้น โดยย้ายมาอยู่ในแอปกล้องและเพิ่มความสามารถในการอ่านฉลากโภชนาการและข้อมูลผู้ติดต่อ จากเดิมที่ทำได้แค่จดจำวัตถุอย่างต้นไม้หรือดึงข้อมูลนัดหมาย
ด้านการแก้ไขภาพก็ได้รับการยกเครื่องด้วย AI ครั้งใหญ่ ทั้งเครื่องมือ Extend ที่ขยายภาพให้กว้างกว่าเฟรมเดิมได้ เครื่องมือ Reframe ที่ปรับมุมมองของภาพหลังถ่ายไปแล้ว และฟีเจอร์ Enhance ที่ช่วยปรับคุณภาพและสีของภาพให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังปรับปรุงเครื่องมือ Clean Up ที่เคยถูกผู้ใช้บ่นว่าทำงานได้ไม่ดีอย่างที่โฆษณาไว้
ส่วนฟีเจอร์ AI อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ Organize Tabs ที่จัดกลุ่มแท็บในเบราว์เซอร์ Safari ตามหัวข้อโดยอัตโนมัติ เช่น ช้อปปิ้ง, ท่องเที่ยว หรือการทำงาน รวมถึงการอัปเกรด Genmoji และ Image Playground ให้สร้างภาพได้สมจริงยิ่งขึ้น และการเพิ่มตัวเลือกสร้างวอลเปเปอร์ด้วย AI
Apple ยังเตรียมยกระดับแอป Health ด้วยฟีเจอร์ AI ใหม่ ทั้งการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น และการใช้กล้องตรวจจับการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการโค้ชสุขภาพที่เคยวางแผนไว้ภายใต้ชื่อ Mulberry แม้เกอร์แมนคาดว่าฟีเจอร์กลุ่มนี้อาจยังไม่มาในเวอร์ชันแรกของ iOS 27
นอกจากฟีเจอร์ AI แล้ว iOS 27 ยังมาพร้อมการปรับปรุงการใช้งานทั่วไป ทั้งแอป Wallet ที่เพิ่มฟีเจอร์สร้างบัตรหรือตั๋วดิจิทัลเอง และระบบแบ่งจ่ายบิลที่ให้ผู้ใช้ถ่ายรูปใบเสร็จแล้วแยกรายการส่งให้เพื่อนแต่ละคน
Apple ยังปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ของ iPhone และขัดเกลาดีไซน์ Liquid Glass ที่เปิดตัวในรุ่นก่อนหน้าให้ดูสะอาดตาขึ้น พร้อมเพิ่มวิธีเรียกใช้งานใหม่ด้วยการปัดลงจากกลางจอเพื่อเปิดหน้า Search or Ask สำหรับค้นหาและสั่งงาน AI โดยตรง
ที่น่าสนใจสำหรับภูมิภาคนี้คือ Apple ยังพัฒนาฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะ โดยตั้งเป้าเจาะตลาดอย่างอินเดีย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ iOS 27 ยังมีการปรับเปลี่ยนเบื้องหลังเพื่อรองรับหน้าจอของ iPhone รุ่นจอพับได้ (Foldable) ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ Apple ระบุภายในว่า Siri ใหม่ยังอยู่ในสถานะ ‘เบตา’ และ ‘พรีวิว’ ซึ่งเวอร์ชั่นสมบูรณ์เต็มรูปแบบจะเปิดตัวปลายปีนี้ พร้อมมีความเป็นไปได้ว่าจะมีระบบรอคิวสำหรับผู้ที่อยากทดลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ก่อน เช่นเดียวกับที่เคยทำตอนเปิดตัว Apple Intelligence ในปี 2024
ภาพ : photoschmidt / Shutterstock
อ้างอิง:

