×

มาทำความรู้จัก AirPods Max หูฟังราคาแพงที่สุดของ Apple คุ้มค่าหรือแพงเกินไป?

17.01.2021
  • LOADING...
รีวิว AirPods Max หูฟังราคาแพงที่สุดของ Apple คุ้มค่าหรือแพงเกินไป?

HIGHLIGHTS

5 MINS. READ
  • หูฟังตัวนี้ไม่มีโลโก้ Apple ให้เห็น สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่านี่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้แก่ ปุ่มควบคุมอย่าง Digital Crown ที่ถอดแบบมาจาก Apple Watch 
  • เสียงจาก AirPods Max ยังคงเอกลักษณ์ของ Apple ที่ฟังแล้วแทบรู้ทันทีว่าเป็นของ Apple แน่ๆ ถือว่าเซ็ตมาให้เหมาะกับการฟังเพลงหลากหลายแนว จะฟังสนุกก็ได้ หรือฟังแบบเก็บรายละเอียดก็ได้เช่นกัน
  • สิ่งที่น่าสนใจคือ AirPods Max เป็นหูฟังครอบหูที่ ‘ไม่มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง’ ดังนั้นหากคุณต้องการเลิกใช้งาน เพียงถอดออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ AirPods Max จะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานใน 5 นาที แต่หากวางทิ้งไว้ 72 ชั่วโมง เครื่องถึงจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานพิเศษ ที่ปิดทั้งบลูทูธและ Find My แต่หากเก็บเข้าสมาร์ทเคสที่มากับตัวเครื่องเครื่องจะเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำทันที และจะตัดเข้าโหมดประหยัดพลังงานพิเศษ หลังผ่านไป 18 ชั่วโมง

 

แม้ได้ยินเสียงบ่นหนาหูถึงราคาค่าตัวของ AirPods Max หูฟังดีไซน์ครอบหูรุ่นแรกของ Apple ที่มาในราคาที่สูงถึง 19,900 บาท ซึ่งสูงกว่าหูฟัง AirPods Pro กว่าเท่าตัว ทั้งยังแพงกว่า iPad บางรุ่นเสียอีก แต่ก็ถึงอย่างนั้นทันทีที่ AirPods Max ออกวางจำหน่าย สินค้าชนิดนี้ก็ Sold Out ทุกสีภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ซื้อไปใช้ส่วนใหญ่ก็มักเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Apple ที่ให้เสียงตอบรับในแง่ดีบ้าง ลบบ้างปะปนกันไป เพราะด้วยราคาที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงเทียบเท่าหูฟังไฮเอนด์ราคาร่วม 20,000 บาท เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจว่าหูฟัง AirPods Max ที่ว่าดีที่สุดของ Apple นั้นต้องเแพงขนาดนั้นเลยหรือ และมันจะคุ้มค่าไหม หรือลำพังแค่ AirPods Pro ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป

 

บทความชิ้นนี้จะพาเราไปหาคำตอบนั้นกัน   

 

 

มาทำความรู้จัก AirPods Max กันก่อน   

AirPods Max เป็นหูฟังครอบหูรุ่นแรกของค่าย Apple ที่มอบคุณภาพเสียงคมชัด ผสานดีไซน์อะคูสติกที่ได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับชิป H1 และซอฟต์แวร์ล้ำสมัย มอบประสบการณ์ฟังด้วย EQ ปรับแต่งได้ และเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ (Active Noise Cancellation) มีโหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency Mode) ที่ทำให้เรายังคงได้ยินเสียงจากภายนอก เช่น เสียงรถ เสียงแตร เสียงคนเรียก ฯลฯ ขณะเปิดฟังเพลง รวมถึงระบบเสียงตามตำแหน่ง (Spatial Audio) ที่เหมาะกับการรับชมภาพยนตร์ (คลิกอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)  

 

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อเนื่อง หากแบตหมด หยิบมาชาร์จ 5 นาที สามารถใช้งานได้ต่อ 90 นาที      

 

ตัวหูฟังของ AirPods Max มาพร้อมไมโครโฟน 9 ตัว แบ่งเป็น 8 ตัวสำหรับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบแอ็กทีฟ และอีก 3 ตัวสำหรับรับเสียงพูด (ไมโครโฟนสองตัวใช้งานร่วมกัน) แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมงต่อเนื่อง เมื่อเก็บเข้าเคสหูฟังจะเข้าสู่โหมดใช้พลังงานต่ำโดยอัตโนมัติ เมื่อใดที่แบตหมด เพียงหยิบมาชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถใช้งานได้ต่อถึง 90 นาที      

 

ยังคงโดดเด่นด้านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์  

มาดูกันที่ภายนอกกันบ้าง บอดี้ของ AirPods Max ทำมาจากสเตนเลสสตีลที่แข็งแรง ทนทาน หนักแน่น ให้ความรู้สึกพรีเมียม ด้านบนที่เป็นสายคาดหุ้มด้วยวัสดุคล้ายยางหรือซิลิโคนนุ่มมือ ผสมผ้าถักตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น ไม่กดทับศีรษะ ซึ่งต่างจากหูฟังไฮเอนด์ยี่ห้ออื่นที่ส่วนนี้ค่อนข้างหนาและแข็ง ตัวก้านของหูฟังสามารถปรับระดับสั้นยาวได้อย่างนุ่มนวล ทำให้เราสามารถปรับ AirPods Max ให้กระชับรับกับรูปทรงของศีรษะและการใช้งานของผู้สวมใส่ 

 

ผ้าตาข่ายที่ยืดหยุ่น 

 

Digital Crown และปุ่มกดด้านบน  

 

ส่วนที่ครอบหู (Ear Cups) ใช้อะลูมิเนียมผิวด้าน เรียบ ไม่มีโลโก้ใดๆ ของ Apple ปรากฏให้เห็น ซึ่งไม่หลุดไปจากกรอบดีไซน์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ตัวที่รองหู (AirPods Max Ear Cushions) ใช้เมมโมรีโฟมนุ่มสบาย หุ้มด้วยตาข่ายอีกชั้น ทำให้หูฟังมีน้ำหนักเบา ไม่อับชื้นหรือร้อนหูเมื่อใช้ไปนานๆ และที่สำคัญยังสามารถถอดเปลี่ยนได้อีกด้วย ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ AirPods Max ได้ในสไตล์ของตัวเอง (ที่รองหูขายแยกคู่ละ 2,250 บาท) และสิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่านี่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple ได้แก่ ปุ่มควบคุมอย่าง Digital Crown ที่ถอดแบบมาจาก Apple Watch เพื่อปรับระดับเสียง หากกด 1 ครั้งจะเป็นการหยุดเพลง กด 2 ครั้งจะเล่นเพลงถัดไป กด 3 ครั้งกลับไปเพลงก่อนหน้า หากกดค้างจะตัดเข้า Siri ส่วนปุ่มคอนโทรลเอาไว้เปลี่ยนเป็นโหมดตัดเสียงหรือโหมดฟังเสียงภายนอก 

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ AirPods Max เป็นหูฟังครอบหูที่ ‘ไม่มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง’ ดังนั้นหากคุณต้องการเลิกใช้งาน เพียงถอดออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ AirPods Max จะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานใน 5 นาที แต่หากวางทิ้งไว้ 72 ชั่วโมง เครื่องถึงจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานพิเศษ ที่ปิดทั้งบลูทูธและ Find My แต่หากเก็บเข้าสมาร์ทเคสที่มากับตัวเครื่องเครื่องจะเข้าสู่โหมดพลังงานต่ำทันที และจะตัดเข้าโหมดประหยัดพลังงานพิเศษ หลังผ่านไป 18 ชั่วโมง ซึ่งเรื่องนี้เข้าใจว่าทาง Apple ต้องการให้ AirPods Max เป็นหูฟังที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างฉับไว แค่หยิบมาสวมใส่ก็สามารถเชื่อมต่อกับมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลามากดเปิดเครื่อง ถือว่าสะดวกเมื่อเราแค่ต้องการหยุดใช้งานชั่วครู่แล้วหยิบมาใช้งานต่อได้เลย ส่วนเรื่องสี AirPods Max มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สเปซเกรย์, เงิน, สกายบลู, เขียว และชมพู

 

ที่รองหูสามารถถอดเปลี่ยนได้ 

 

คุณภาพเสียง 

แน่นอนว่าคุณภาพเสียงจาก AirPods Max ถือว่าดีที่สุดในบรรดาหูฟังของ Apple ดีกว่า AirPods Pro ที่ว่ายอดเยี่ยมที่สุดในปีที่แล้ว สามารถเทียบเคียงกับหูฟังระดับไฮเอนด์ได้สบาย ซึ่งคาแรกเตอร์เสียงที่ได้จาก AirPods Max ยังคงเอกลักษณ์ของ Apple ที่ฟังแล้วแทบรู้ทันทีว่าเป็นของ Apple แน่ๆ ถือว่าเซ็ตมาให้เหมาะกับการฟังเพลงหลากหลายแนว จะฟังสนุกก็ได้ หรือฟังแบบเก็บรายละเอียดก็ได้เช่นกัน ดังนั้นคนที่เป็นห่วงเรื่อง Audio Performance ของ AirPods Max จึงเบาใจได้ว่าตัวนี้ไม่น่าจะทำให้ผิดหวัง แต่ทางที่ดีก็ควรแวะไปพิสูจน์ด้วยตัวเองก่อนว่าชอบเสียงที่ Apple เซ็ตมาให้หรือไม่   

    

ในกล่องมีอะไรมาให้บ้าง 

เมื่อเปิดกล่องมาจะพบกับหูฟัง AirPods Max และสมาร์ทเคสที่มีน้ำหนักเบาและบาง สีเดียวกับตัวเครื่อง วัสดุภายนอกมีผิวสัมผัสเหมือนยาง ส่วนด้านในคล้ายหนังกลับนุ่มๆ ช่วยปกป้องตัวเครื่อง ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นหูฟังทำเคสลักษณะนี้เท่าไรนัก เพราะความเบาก็แลกมากับความบอบบางนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีคู่มือการใช้ภาษาไทย สายชาร์จ USB-C Lightning แต่ไม่มีหัวชาร์จหรืออะแดปเตอร์มาให้  

 

ความรู้สึกหลังการใช้งานจริง

ก่อนอื่นต้องออกตัวว่าผู้เขียนไม่ได้เป็นนักฟังเพลงขั้นเทพ แต่เมื่อเทียบกับการใช้งาน AirPods มาก่อน ต้องยอมรับว่าคุณภาพเสียงนั้นดีกว่าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในห้องปิดที่ไม่ได้มีเสียงรบกวนจากภายนอก หรือการใช้งานในที่สาธารณะ รวมถึงการใช้พูดคุยโทรศัพท์ก็คมชัดดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางคนพลุกพล่านหรือสถานที่จอแจจะได้ยินบทสนทนาดีกว่า AirPods แต่ไม่แนะนำให้ใส่ออกกำลังกาย เพราะไม่เหมาะสมทั้งน้ำหนักและความเทอะทะของมัน อีกทั้งทาง Apple เองก็ไม่ได้ให้รายละเอียดมาด้วยว่าหูฟังรุ่นนี้สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ หรือกันความชื้นได้หรือไม่    

 

จุดที่ยังติดอยู่บ้างคือน้ำหนักตัวของมันที่สูงกว่า 384 กรัม ซึ่งถือว่ายังหนักเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่เบากว่านี้ อาจเพราะ Apple เลือกใช้วัสดุอย่างสเตนเลสสตีลและอะลูมิเนียมแทนที่พลาสติก แม้วัสดุส่วนอื่นจะใช้เป็นผ้าตาข่ายที่มีน้ำหนักเบา แต่ก็ยังแบกน้ำหนักตัวที่มากกว่าอยู่ดี ทำให้รู้สึกถึงความหนักเมื่อสวมใส่ 


อีกส่วนคือการวางตำแหน่งปุ่มคอนโทรลให้อยู่บริเวณด้านบนของหูฟังทำให้กดไม่ค่อยถนัด โดยเฉพาะการปุ่ม Digital Crown ที่ต่างจากการวางปุ่มคอนโทรลไว้ด้านล่างหรือตรงกลาง

 

 

ส่วนเคสก็เป็นเรื่องที่ต้องพูดถึง นอกเหนือจากดีไซน์ที่หลายคนมองว่าคล้ายกระเป๋าถือของผู้หญิงแล้ว ตัวเคสที่ให้มาไม่สามารถปกป้องหูฟังได้อย่างมิดชิด ทั้งยังบอบบาง ไม่สามารถกันกระแทก กันน้ำหรือสิ่งสกปรกได้เหมือนเคสยี่ห้ออื่น ดังนั้นเราจึงเห็นหลายคนเก็บหูฟังไว้ในสมาร์ทเคสก่อนเก็บไว้ในฮาร์ดเคสที่มีความแข็งแรงอีกที บวกกับหูฟัง AirPods Max เมื่ออยู่ในเคสแล้วไม่สามารถพับให้มีขนาดเล็กลงได้ จึงค่อนข้างกินเนื้อที่ในกระเป๋าอยู่เหมือนกัน  

 

 

บทสรุปส่งท้าย   

โดยรวมแล้ว AirPods Max น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อีกชิ้นที่แฟนขาประจำของ Apple อยากจับจองเป็นเจ้าของ เพราะตอบโจทย์เรื่องการใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Apple ที่มีอยู่แล้ว เมื่อมาเจอดีไซน์ที่เรียบ เฉียบ มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน (โดยเฉพาะสีสเปซเกรย์) ที่ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าเป็นของ Apple แน่นอน ราคา 19,900 บาทไม่น่าใช่ปัญหา เพราะถ้าหากไม่ไหวก็จบที่ AirPods Pro    

 

รวมถึงกลุ่มที่กำลังมองหาหูฟังแบบโอเวอร์เอียร์มาใช้งาน หรือหูฟังที่มีระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก เป็นคนที่ชอบของสวยๆ งามๆ มีดีไซน์ และมี Audio Performance ที่สอบผ่าน AirPods Max ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีในตลาดราคานี้ แต่หากว่าคุณคาดหวังหรือมองหาคุณภาพเสียงขั้นเทพชนิดที่เปิดตัวมาเพื่อฆ่าทุกแบรนด์ในระดับเดียวกันซึ่งวางขายอยู่ ณ เวลานี้ เราแนะนำว่าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อให้ลองหาเวลาแวะไปฟังของจริงดูสักครั้ง เพราะถ้าวัดกันเรื่องเสียงที่ชอบนั้น สไตล์ใครสไตล์มันจริงๆ จะคุ้มค่าหรือแพงไปก็วัดกันตรงนี้เอง 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories