วันนี้ (23 พฤษภาคม) ที่ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) กรุงปารีส อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าพบเพื่อหารือทวิภาคีกับ ดร. ฟาทีห์ บิรอล (Dr. Fatih Birol) ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) และการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับ IEA ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการหารือว่า ดร. ฟาทีห์ บิรอล ได้กล่าวชื่นชมแนวทางการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลไทย ว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องและสอดรับกับบริบทของโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเร่งทบทวนนโยบายและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการ IEA ได้กล่าวยืนยันว่า IEA มีความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี ความร่วมมือทางเทคนิค ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคธุรกิจพลังงานในระดับโลก
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สรุปประเด็นสำคัญที่นายกรัฐมนตรีหยิบยกขึ้นหารือ ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติหลัก
- การกำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานโลก: นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการดูแลภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเดินหน้าบริหารจัดการต้นทุนและเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ผ่านการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ (Smart Grid) ที่ผ่านมา ไทยได้เร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ควบคู่กับการเพิ่มกำลังการกลั่นภายในประเทศ การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา รวมถึงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
- การยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยกับ IEA: นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทยในการยกระดับความร่วมมือกับ IEA ในทุกมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาขีดความสามารถด้านบุคลากร การหารือเชิงนโยบายเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และการฝึกซ้อมรับมือภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน พร้อมทั้งแสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการเตรียมความพร้อมเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกถาวรของ IEA ในอนาคต
- การผลักดันไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD: นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ ขอรับการสนับสนุนจาก IEA ต่อกระบวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย ซึ่งทางผู้อำนวยการ IEA ได้ให้ความมั่นใจและตอบรับที่จะสนับสนุนไทยอย่างเต็มที่ในกระบวนการดังกล่าว
ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญผู้อำนวยการ IEA เข้าร่วมงาน GASTech 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ในเดือนกันยายนของปีนี้ โดยผู้อำนวยการ IEA ได้ตอบรับคำเชิญในทันที และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะใช้เวทีระดับโลกดังกล่าวในการสานต่อความร่วมมือด้านพลังงานเชิงลึกต่อไป
ทั้งนี้ งาน GASTech 2026 ถือเป็นงานนิทรรศการและการประชุมระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไฮโดรเจน และพลังงานทางเลือก โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุน และผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานหลายหมื่นคน จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านพลังงานของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม


