วันนี้ (26 ตุลาคม) เวลา 14.40 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายและทิศทางเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางการพัฒนา EEC มีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อพ้นกับดักรายได้ปานกลาง นำไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติที่เกี่ยวข้องกับ EEC หลายเรื่อง เช่น การสนับสนุนเพื่อให้เพิ่มโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก การทบทวนมติคณะรัฐมนตรีให้สำนักงาน EEC เข้าใช้ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 14,500 ไร่ บริเวณตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่อัจฉริยะ รวมถึงการจัดทำประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับสิทธิประกอบวิชาชีพเวชกรรมในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ สำหรับผู้ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ให้พื้นที่ EEC ขยายตัวได้มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 ตลอดจนการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 8 แห่ง ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้ล้วนเกิดจากการหารือร่วมกัน เพื่อให้ EEC เดินหน้าตามแผนอย่างต่อเนื่องและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับการประชุมคณะกรรมการ กพอ. หรือบอร์ด EEC ในวันนี้ มีวาระเพื่อพิจารณาทั้งหมด 5 เรื่อง จึงขอให้คณะกรรมการทุกท่านพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในช่วงท้ายอาจจะขอหารือในประเด็นความคืบหน้าของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาเมืองการบินสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำไปพิจารณาวางนโยบายหรือหาแนวทางในการเร่งรัดให้ประสบความสำเร็จต่อไป


