อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 ลงพื้นที่เขตหนองจอกเพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ โดยมุ่งผลักดันเขตหนองจอกให้เป็น ‘ครัวของกรุงเทพมหานคร’ ผ่านการส่งเสริมศักยภาพและผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่
อนุชาพร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค, สกลธี ภัทธิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รวมถึงผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพระนคร และ เทิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตหนองจอก ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการทำการเกษตรในลักษณะโคกหนองนาโมเดล มีการแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว เลี้ยงปลา ทำการเกษตรแบบผสมผสาน และจัดสรรเป็นที่พักโฮมสเตย์
อนุชาระบุว่า การลงพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอกทำให้เห็นบริบทการใช้ชีวิตและการสร้างรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการปลูกข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญ
ทางพรรคประชาธิปัตย์และทีมผู้สมัคร ส.ก. เขตหนองจอก มีเป้าหมายผลักดันพื้นที่นี้ให้เป็นครัวของคนกรุงเทพมหานคร โดยอาศัยวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง เช่น ข้าว และพืชผลทางการเกษตรอย่างผักปลูกด้วยน้ำสำหรับทำสลัด เพื่อนำไปต่อยอดและจำหน่ายเป็นสินค้าโอทอป (OTOP)
อนุชากล่าวถึงข้าวหลากหลายสายพันธุ์ที่ชาวบ้านในพื้นที่คิดค้นขึ้นเอง โดยในอนาคตมีแผนจะตั้งชื่อสายพันธุ์ตามชื่อพื้นที่เพาะปลูก พรรคประชาธิปัตย์มองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการส่งเสริม หากได้รับโอกาสให้เข้ามาบริหารงานในสภากรุงเทพมหานคร จะมีการนำนโยบายเพิ่มรายได้มาปรับใช้จริง
โดยยืนยันว่าเป้าหมายไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหา แต่คือการส่งเสริมและมอบความหวัง เพื่อให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครร่วมกันนำโอกาสมาสู่ประชาชน
สำหรับกลยุทธ์การหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก นายอนุชาอธิบายว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ใช้นโยบายเดียวครอบคลุมทั้ง 50 เขต แต่ใช้ความได้เปรียบจากการมีผู้สมัคร ส.ก. ที่ทำงานและคุ้นเคยกับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ประกอบกับการหารือร่วมกับผู้นำชุมชน เช่น ครูแดง หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ ทำให้ผู้สมัครมีความพร้อมที่จะดำเนินนโยบายได้ทันทีหากได้รับการเลือกตั้ง
ในส่วนของผลตอบรับจากการลงพื้นที่รับฟังปัญหา อนุชาระบุว่า ปัญหาที่ประชาชนสะท้อนมานั้นสอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งครอบคลุมด้านการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ การจัดการเมืองสะอาด การยกระดับคุณภาพชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจ
ปัจจุบันประชาชนเริ่มจดจำผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงชื่อและหมายเลขของผู้สมัคร ส.ก. ในแต่ละเขตได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการดำเนินงานทางการเมือง


