Menu
59944

ชีวิตบนทางแยกอันเจ็บปวดของ แอนดี เมอร์เรย์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 ของโลก

04.01.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • ข่าวการประกาศถอนตัวของแอนดี เมอร์เรย์ จากการแข่งขัน Brisbane International ที่ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการเทนนิสรับปี 2018 ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ
  • อดีตมือ 1 ของโลก (ซึ่งปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับที่ 16) ที่เคยเป็น ‘ฮีโร่’ ของโลกมาก่อนในปี 2016 เผชิญกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่สะโพก ที่เริ่มตั้งแต่รายการวิมเบิลดัน จนทำให้ไม่สามารถลงแข่งรายการอาชีพได้เป็นระยะเวลากว่า 5 เดือนในครึ่งหลังของปี 2017
  • การบาดเจ็บครั้งนี้นำเขามาสู่ทางแยกของชีวิต ทางหนึ่งคือการบำบัดรักษาไปตามอาการ ให้เวลาได้เยียวยาร่างกายมากกว่านี้ หรืออีกทางคือเข้ารับการผ่าตัดรักษาเพื่อให้หายขาด แม้ว่าการผ่าตัดรักษาสะโพกนั้นเป็น ‘สิ่งสุดท้าย’ ที่นักเทนนิสจะทำ

ภาพของหนูน้อยผมสีน้ำตาลในเสื้อสีแดงที่นั่งอมยิ้มอยู่ในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง กลายเป็นไวรัลเล็กๆ ที่น่ารักในหมู่แฟนกีฬาทั่วโลกในช่วงวันพุธที่ผ่านมา

 

เรื่องของเรื่องคือคนเขาสงสัยกันว่าเจ้าหนูที่เห็นในภาพบนอินสตาแกรมเนี่ย คือเจ้าหนูคนเดียวกับที่แสดงในหนังรักอมตะตลอดกาล Love Actually หรือเปล่า?

 

และที่สร้างความฮือฮาคือ คนที่โพสต์ภาพเจ้าหนูคนนี้คือ แอนดี เมอร์เรย์ ยอดนักเทนนิสชาวสกอตแลนด์ อดีตมือ 1 ของโลก

 

 

โพสต์ที่แชร์โดย Andy Murray (@andymurray) เมื่อ

 

แน่นอนว่าเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่อยู่แล้วครับ แค่เมอร์เรย์ในวัยเด็กนั้นดูคล้ายกับ โธมัส แซงสเตอร์ นักแสดงตัวน้อยในวันนั้นแค่นั้นเอง แต่ก็เป็นเรื่องน่ารักๆ ที่ทำให้ใครหลายคนคงได้หวนคิดถึงความรู้สึกดีๆ ในวันเก่าๆ เมื่อครั้งที่ได้นั่งดูเรื่องราวของความรักที่เกิดขึ้นใน Love Actually อีกครั้ง

 

พูดแล้วก็นึกถึงเสียงของ ‘โจแอนนา’ สาวน้อยมหัศจรรย์ที่ร้องเพลง All I Want For Christmas is You หวานใจของไอ้หนูแซม (โธมัส แซงสเตอร์) ขึ้นมาไม่ได้ ยังทุ้มอยู่ในใจอยู่เลย

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เมอร์เรย์โพสต์บอกแฟนๆ ทั่วโลกของเขานั้นไม่ใช่เรื่องของความทรงจำวัยเด็กที่สวยสดงดงามหรืออะไร เขาแค่อยากจะบอกกับทุกคนว่าตอนนี้เขาบาดเจ็บอยู่ และกำลังคิดถึงสมัยเด็กที่เขาไม่คิดอะไรมากไปกว่าแค่อยากลงไปตีเทนนิสในสนาม

 

 

Hi everyone… Just wanted to update you all on my injury and the rest of my season. Unfortunately, I won’t be able to compete in the upcoming events in Beijing and Shanghai, and most likely, the final two events to finish the season in Vienna and Paris due to my hip injury which has been bothering me the last few months. Having consulted with a number of leading hip specialists over the last week, along with my own team, we have decided that this is the best decision for my long-term future. Although this has been a frustrating year on court for many reasons, I’m confident after this extended period of rest and rehabilitation that I will be able to reach my best level again and be competing for Grand Slam titles next season. I will be beginning my 2018 season in Brisbane in preparation for the Australian Open and I’m look forward playing in Glasgow later this year against Roger for UNICEF UK and Sunny-sid3up. I have a fantastic team working alongside me to help me through this process and appreciate the support from them and all of my fans over this difficult period. ???️????

โพสต์ที่แชร์โดย Andy Murray (@andymurray) เมื่อ

 

การบาดเจ็บและการรักษา

ข่าวการประกาศถอนตัวของ แอนดี เมอร์เรย์ จากการแข่งขัน Brisbane International ที่ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นข่าวใหญ่ในวงการเทนนิสรับปี 2018 ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

 

เพราะความจริงแล้วการถอนตัวของนักเทนนิสจากการแข่งขันรายการใดก็ตามไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นเรื่องปกติมากด้วยซ้ำ แต่สำหรับกรณีของเมอร์เรย์แล้ว นี่เป็น ‘ข่าวร้าย’ ที่ไม่มีใครอยากได้ยิน

 

ประเด็นคืออดีตมือ 1 ของโลก (ซึ่งปัจจุบันหล่นมาอยู่อันดับที่ 16) ที่เคยเป็น ‘ฮีโร่’ ของโลกมาก่อนในปี 2016 เผชิญกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่สะโพก ที่เริ่มตั้งแต่รายการวิมเบิลดัน จนทำให้ไม่สามารถลงแข่งรายการอาชีพได้เป็นระยะเวลากว่า 5 เดือนในครึ่งหลังของปี 2017

 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา เมอร์เรย์ยืนยันว่าเขาได้พยายามทำทุกวิถีทางแล้วเพื่อที่จะสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง เขาพบผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสะโพกมาแล้วหลายคน พยายามทำการรักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างเคร่งครัด ฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อที่จะกลับมาให้ได้

 

แต่ผลสุดท้ายคืออาการบาดเจ็บอีกครั้ง และการบาดเจ็บครั้งนี้นำเขามาสู่ทางแยกของชีวิต ทางหนึ่งคือการบำบัดรักษาไปตามอาการ ให้เวลาได้เยียวยาร่างกายมากกว่านี้ เพราะบางทีแค่ความตั้งใจอย่างเดียวอาจไม่พอ หรืออีกทางคือการเข้ารับการผ่าตัดรักษาเพื่อให้หายขาด

 

สองทางเลือกนี้ ถ้าฟังผิวเผินเหมือนจะเลือกง่ายนะครับ เพราะฟังแล้วการผ่าตัดก็น่าจะเป็นหนทางที่ดี โดยเฉพาะการผ่าตัดรักษานักกีฬาสมัยนี้นั้นวิทยาการก้าวหน้าไปมาก น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้ไม่นาน

 

แต่เอาเข้าจริงการผ่าตัดรักษาสะโพกนั้นเป็น ‘สิ่งสุดท้าย’ ที่นักเทนนิสจะทำ เพราะผ่าแล้วโอกาสจะกลับมาเล่นได้เหมือนเดิมนั้นน้อยมาก ซึ่งเจ้าตัวเองก็รู้ดี

 

เรื่องนี้มันยากที่จะทำใจยอมรับ และยากยิ่งกว่าถ้าต้องเสี่ยงเดิมพันกับเส้นทางนี้ ถ้าผ่าเท่ากับเขายอมรับว่าเขาจะไม่มีวันกลับมาเป็นแอนดี เมอร์เรย์คนเก่า เพียงแต่ถ้าไม่ผ่าก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะรักษาหาย หรือมันอาจจะไม่มีวันหายเลยก็เป็นไปได้ มันเลือกยากจนไม่อยากจะเลือก

 

 

Can’t believe it’s been five years! ??? ?#london #gold #olympics @olympics

โพสต์ที่แชร์โดย Andy Murray (@andymurray) เมื่อ

การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่

มาร์ติน ซามูเอล (Martin Samuel) คอลัมนิสต์คนดังแห่ง Daily Mail กล่าวว่า “มันเร็วเกินไปที่จะกล่าวบทอำลา” สำหรับเมอร์เรย์ โดยเฉพาะในวันที่เรายังได้เห็น ราฟาเอล นาดาล เป็นมือ 1 และโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ที่ลงเล่นสลับกับพักเป็นมือ 2 ของโลกในเวลานี้

 

แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ความไม่รู้’ กำลังทรมานเมอร์เรย์อย่างร้ายกาจ

 

ภาพวัยเด็กของเขาเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกลึกๆ ในใจว่า เวลานี้เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการขอย้อนเวลากลับไปในวัยเยาว์

 

ไม่ใช่แค่ในช่วงเวลาก่อนที่จะบาดเจ็บ แต่ย้อนกลับไปในจุดเริ่มต้นทุกอย่างอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างนั้นงดงามและไม่มีอะไรที่น่าเจ็บปวด

 

“ผมไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้เลยจนกระทั่งช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ผมได้รู้ว่าผมรักเทนนิสแค่ไหน” เมอร์เรย์กับความรู้สึกของเขาที่เล่าผ่านโซเชียลมีเดีย ความรู้สึกที่เขาต้องการจะระบายออกมาให้ใครสักคนได้รับฟัง ให้รู้ว่าเขาเจ็บแค่ไหน

 

อย่างไรก็ดี เมอร์เรย์ไม่ใช่นักกีฬาคนแรกของโลกที่บาดเจ็บเรื้อรังอย่างหนักและต้องเผชิญกับทางเลือกของชีวิตครับ

 

มีนักกีฬาหลายคนที่ผ่านช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดแบบนี้มาก่อน ในวงการฟุตบอล โรนัลโด (ดั้งเดิม) เคยได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าฉีกขาดถึง 2 ครั้งซ้อน โดยเฉพาะในครั้งที่ 2 นั้นเป็นภาพที่น่าเจ็บปวดและยังติดตาผมอยู่เลย

 

ในครั้งนั้นนักเตะหมายเลข 1 ของโลกที่เล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ในเวลานั้นเข้ารับการผ่าตัดรักษาเอ็นหัวเข่าที่ฉีกขาดและต้องพักนานร่วมปี จนกระทั่งฟิตพร้อมจะลงสนาม ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง แต่ในเวลาไม่กี่นาทีโรนัลโดก็บาดเจ็บซ้ำด้วยอาการเดิม และนั่นหมายถึงเขาต้องพักการเล่นไปอีก 1 ปี

 

แน่นอนว่ามันเจ็บปวดครับ แต่โรนัลโดก็สามารถกลับมาได้ แม้จะไม่เต็มร้อยเท่าเดิมแต่อย่างน้อยเขาก็ยังพิชิตแชมป์โลกได้สำเร็จ และได้รับการจดจำในฐานะ ‘อิล เฟโนเมโน’ หรือนักเตะผู้เป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์

 

ในวงการกอล์ฟ ไทเกอร์ วูดส์ เองก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังหลายปี จนผู้คนเลิกคิดถึงเขาไปแล้ว แต่ ‘พญาเสือ’ ที่เผชิญกับช่วงชีวิตตกต่ำมาตลอดกลับไม่เคยละความพยายามที่จะกลับมาแข่งขันให้ได้อีกครั้ง

 

ความพยายามนั้นทำให้มีการคาดกันว่าเราน่าจะได้เห็นชื่อของวูดส์ลงแข่งขัน ‘เป็นปกติ’ ในปี 2018 ได้อีกครั้ง และแน่นอนว่าเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาคว้าแชมป์ให้เราได้ดูอีกสักครั้ง

 

หรือแม้แต่ในวงการเทนนิสเอง ทั้งมือ 1 และมือ 2 ของโลกอย่างนาดาลและเฟเดอเรอร์เอง ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรังจนแทบลุกขึ้นยืนไม่ไหวมาแล้วทั้งสิ้น

 

แต่สุดท้ายทั้งสองก็กลับมาได้ ไม่ใช่เพราะการช่วยเหลือจากแพทย์และทีมงาน เพราะพื้นฐานมันต้องมาจากความตั้งใจของตัวเองล้วนๆ

 

เลย์ตัน ฮิววิตต์ อดีตนักเทนนิสที่เคยขึ้นถึงมือ 1 ของโลกชาวออสเตรเลีย ก็เคยบาดเจ็บที่สะโพกเช่นเดียวกัน และเคยเข้ารับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง! ถึงสุดท้ายฟอร์มการเล่นเก่าจะไม่กลับมา แต่เขาก็เป็นนักเทนนิสที่แฟนๆ รักมากที่สุดคนหนึ่งด้วยการเล่นที่เต็มไปด้วยพลังอันร้อนแรง ซึ่งก็เป็นสไตล์เดียวกับเมอร์เรย์ที่แฟนลูกสักหลาดทั่วโลกหลงรัก

 

ตัวของเมอร์เรย์เองก็เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหนักที่หลัง แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาได้ และกลับมาจนได้เป็นมือ 1 ของโลก ด้วยการโค่น โนวัค ยอโควิช (ปัจจุบันก็บาดเจ็บเรื้อรังไม่ต่างกัน) ที่เวลานั้นอยู่ในฟอร์มใกล้เคียงกับคำว่าไร้เทียมทานได้ และเป็นเรื่องราวที่คนทั้งโลกจดจำ

 

วันนี้ความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุดอาจทำให้เขา ‘อ่อนแอ’ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และความท้อถอยสามารถทำให้สายตาที่เคยสุกสกาวกลับมืดบอดมองไม่เห็นหนทางข้างหน้าได้ไม่ยาก

 

แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือครับ?

 

เราต่างอยู่บนทางแยกของชีวิตในแทบทุกวันเวลา และสิ่งที่ทำได้คือการก้าวเดินข้างหน้าต่อไปเท่านั้น

 

สำหรับเมอร์เรย์ ผมเชื่อในหัวใจนักสู้ของเขา ผมเชื่อว่าแม้วันนี้ทุกอย่างจะมืดมนอนธการ แต่อีกไม่นานแสงสว่างจะกลับมาในหัวใจของเขา

 

ไม่ว่าจะกลับมาเป็น แอนดี เมอร์เรย์ คนเก่าผู้เป็นความภูมิใจของ ‘บริติช’ หรือขอแค่กลับมาเล่นเทนนิสได้อีกครั้ง มันก็จะเป็นเรื่องราวการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ อยู่แค่ว่าจะเล่าขานแบบไหนแค่นั้น

 

อ้างอิง:

FYI
  • ตลอดชีวิตการเล่น แอนดี เมอร์เรย์ พิชิต 3 แกรนด์สแลม (2 วิมเบิลดัน, 1 ยูเอส โอเพ่น), 2 เหรียญทองโอลิมปิก, 1 แชมป์ เดวิส คัพ และแชมป์เอทีพีรวม 45 รายการ
  • นับตั้งแต่ออสเตรเลียน โอเพ่น ปี 2011 จนถึงวิมเบิลดัน 2017 เมอร์เรย์ สามารถทะลุเข้าถึงสัปดาห์ที่ 2 (รอบลึกๆ) ของการแข่งขันแกรนด์สแลมได้เสมอ
  • เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เมอร์เรย์เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาคาดหวังจะเล่นในระดับสูงสุดให้ได้ถึงอายุ 33 หรือ 34 ปี
  • การบาดเจ็บที่หลังเมื่อปี 2013 ทำให้ผู้คนเลิกคาดหวังว่าเขาจะกลับมาได้ แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาได้อย่างสวยงาม
  • แมตช์ล่าสุดที่เขาลงเล่นคือรายการ World Tennis Championship ที่อาบูดาบี เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยขออาสาลงแข่งแทนยอโควิชที่บาดเจ็บ แม้สุดท้ายจะแพ้ โรแบร์โต เบาติสตา อากุต ในเกมพิเศษที่แข่งขันแค่เซตเดียว 2-6
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES