วานนี้ (11 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีรายใหญ่ โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคำร้องขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว พบว่าคำชี้แจงและพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ที่ประชุมจึงมีมติให้ส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 4 คดีสำคัญ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 13,074 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. คดีเครือข่าย ‘เบน สมิธ’ และพวก (ฉ้อโกงประชาชน)
รายละเอียด: เป็นกรณีของแตงไทย, MR.LEAK YIM (ยิม เลียก), วิรินยา, MR.SMITH BEN (เบน สมิธ) และแคทรียา กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายและฉ้อโกงประชาชน โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึงกัน
ทรัพย์สิน: ที่ดิน, ห้องชุด, รถยนต์, เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 68 รายการ
มูลค่า: ประมาณ 12,123 ล้านบาท
2. คดี ‘เฉิน จื้อ’ และ Prince Group (อาชญากรรมออนไลน์/ค้ามนุษย์)
รายละเอียด: กรณีของ เฉิน จื้อ กับพวก ซึ่งจากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์, การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉิน จื้อ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กลุ่มธุรกิจข้ามชาติในกัมพูชา
ทรัพย์สิน: ที่ดิน, เงินสด, สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวม 96 รายการ
มูลค่า: ประมาณ 345 ล้านบาท
3. คดี ‘ก๊ก อาน’ (อาชญากรรมข้ามชาติ)
รายละเอียด: สืบเนื่องจากการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน
ทรัพย์สิน: ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 89 รายการ
มูลค่า: ประมาณ 560 ล้านบาท
4. คดีหลอกเทรดหุ้น (เอื้ออังกูร)
รายละเอียด: กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์
ทรัพย์สิน: เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 31 รายการ
มูลค่า: ประมาณ 46 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ปปง. ระบุว่า สำหรับคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายจากการกระทำความผิดมูลฐาน ทาง ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอนำทรัพย์สินดังกล่าวมาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกระบวนการคุ้มครองสิทธิ


