×

ลาก่อนยุค Quiet luxury อเมริกาเข้าสู่ ‘Gaudy Age’ เมื่อการอวดร่ำอวดรวยอย่างฉูดฉาดกลับมาเป็นเทรนด์ในหมู่อภิมหาเศรษฐี

11.06.2026
  • LOADING...
ภาพคอลลาจแนววินเทจสื่อถึงการอวดรวยแบบฉูดฉาด

หลังจากที่ไลฟ์สไตล์ของอภิมหาเศรษฐีอเมริกันถูกครอบงำด้วยกระแส ‘Quiet luxury’ หรือความหรูแบบไม่ตะโกน ที่เน้นความเรียบง่ายไม่อวดตัวมานานกว่าทศวรรษ ล่าสุดบทวิเคราะห์ของ Business Insider ชี้ว่าวัฒนธรรมความรวยในสหรัฐฯ กำลังพลิกขั้วเข้าสู่ยุค Gaudy Age หรือยุคที่คนรวยหันมาอวดความมั่งคั่งอย่างฉูดฉาดและเปิดเผยอีกครั้ง

 

 
 

Business Insider ระบุว่า ทุกวันนี้เหล่าคนรวยไม่หลบซ่อนตัวเงียบๆ อีกต่อไป แต่หันมาซื้อเกาะส่วนตัว เหมาทั้งเมืองเพื่อจัดงานแต่งงาน และสวมสร้อยทองเส้นใหญ่อวดกันอย่างเปิดเผย

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เจฟฟ์ เบโซส์ และ ลอเรน ซานเชซ ที่กลายเป็นจุดสนใจในงาน Met Gala หรือประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังสร้างห้องบอลรูมสุดอลังการในทำเนียบขาวมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท) พร้อมประดับห้องทำงานรูปไข่ด้วยทองแผ่นทั้งห้อง

 

ยังมีปรากฏการณ์ Mar-a-Lago face หรือใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมจนคนอื่นมองออกได้ทันที ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่อวดได้ในวงสังคมไฮโซ ขณะที่หนุ่มวอลล์สตรีทรุ่นใหม่ก็เริ่มอวดนาฬิกาหรูผ่านนิตยสารแฟชั่นกันอย่างไม่เขินอาย

 

อนา อันเดลิช ที่ปรึกษาด้านแบรนด์และนักเขียน อธิบายว่าสิ่งที่ผู้คนใฝ่ฝันอยากเป็นนั้น ไม่ได้ยึดโยงกับรสนิยมที่ดีอีกต่อไป แต่หันไปอิงกับสิ่งที่คนหมู่มากชื่นชอบแบบฉาบฉวยแทน เธอเปรียบคนรวยกลุ่มนี้กับเหล่านายทุนยุคขุดทองที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ยังขาดรสนิยมแบบชนชั้นสูงดั้งเดิม

 

จากยุคซ่อนรวย สู่ยุคอวดรวย

 

การใช้เงินเพื่ออวดฐานะไม่ใช่เรื่องใหม่ นักเศรษฐศาสตร์เคยบัญญัติคำว่า ‘การบริโภคเพื่ออวดฐานะ’ (Conspicuous Consumption) ไว้ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 เพื่ออธิบายพฤติกรรมของเศรษฐีหน้าใหม่ในยุคขุดทอง ที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม แล้วสร้างคฤหาสน์หรูและจัดงานเลี้ยงอลังการเพื่อไต่เต้าเข้าสู่สังคมชั้นสูง

 

แต่ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา วิธีอวดฐานะที่ได้ผลที่สุดกลับเป็นการจงใจทำตัวให้ดูเรียบง่าย ไม่โดดเด่น จุดเริ่มต้นมาจากช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ที่การโอ้อวดความรวยกลายเป็นภาพลบ คนรวยจึงหันมานิยมความเรียบหรูแบบปกปิด เลิกใช้โลโก้แบรนด์ขนาดใหญ่ และหันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนแทน

 

ภาพแบบนี้เห็นได้ชัดในซีรีส์ Succession ที่ตัวละครรวยล้นฟ้าแต่แต่งตัวเรียบง่าย เป็นไลฟ์สไตล์มินิมอลที่เน้นการแต่งหน้าบางเบา โลโก้ไม่เด่น และใช้เสื้อผ้าโทนสีเทาเรียบๆ

 

ทว่าความเรียบหรูแบบนี้กำลังจะหมดยุค ฌอน โมนาฮาน นักวิเคราะห์เทรนด์ผู้บัญญัติคำว่า Normcore เรียกกระแสใหม่นี้ว่า Boom Boom ซึ่งคือการหวนหาความหรูหราเฉิดฉายแบบในอดีต เขาเปรียบเปรยว่ามันคือ “ยุค 80 ที่มาพร้อมอินเทอร์เน็ต”

 

โมนาฮานมองว่าหลังจากที่เหล่าผู้บริหารแต่งตัวเรียบง่ายเหมือนเด็กฝึกงานมาตลอดทศวรรษ และปล่อยให้สมาร์ทโฟนทำลายเส้นแบ่งระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ก็ไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่จะโหยหาความรุ่งโรจน์หรูหราแบบเดิมๆ

 

เมื่อความฉูดฉาดลามสู่วงกว้าง

 

กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหมู่อภิมหาเศรษฐี แต่กำลังลามไปสู่คนทั่วไปในวงกว้าง โดยคนรุ่น Gen Z จำนวนมากเริ่มคิดถึงบ้านสไตล์ McMansion หรือคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่อ่า ขณะที่การตกแต่งบ้านแบบ Maximalist ที่เน้นความจัดเต็มและสีสันก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง สวนทางกับความมินิมอลที่เคยครองยุค

 

ของแต่งบ้านวินเทจและของกระจุกกระจิกตามงานขายของเก่ากลายเป็นที่ต้องการ เช่นเดียวกับแฟชั่นอย่างหมวกแก๊ปทรงสูง (Trucker hat) ที่หวนกลับมาเป็นกระแสอีกรอบ สะท้อนให้เห็นว่ารสนิยมแบบจัดเต็มและไม่กลัวการแสดงออกกำลังเข้ามาแทนที่ความเรียบง่ายแบบเดิม

 

กระแสนี้ยังลามไปถึงกีฬาที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความเงียบและมีมารยาทเคร่งครัดอย่างกอล์ฟ ที่เริ่มมีบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น โดยกลุ่มคนที่ยึดมั่นในธรรมเนียมเดิมเริ่มไม่พอใจที่คนดังจากวงการบันเทิงและกีฬาเข้ามาร่วมถ่ายทอด รวมถึงผู้ชมที่ส่งเสียงเชียร์ดังและสนุกสนานกว่าเดิม

 

ทรัมป์ ไอคอนแห่งยุคฉูดฉาด

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุดของยุค Gaudy Age คือ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ผู้มีรสนิยมใช้เครื่องประดับทองอร่ามตาและขึ้นชื่อเรื่องความฉูดฉาดมาตลอด เคต แวกเนอร์ นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมเจ้าของบล็อก McMansion Hell ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider ว่า “เขาเปิดรับการมีรสนิยมแบบนี้อย่างไม่เคอะเขิน”

 

ทรัมป์ชื่นชอบ McDonald’s เปิดเพลงยุคเก่าในงานของตัวเอง และไม่เกรงใจที่จะยัดเยียดสไตล์ของตัวเองให้คนอื่น ซึ่งแวกเนอร์มองว่าสำหรับทรัมป์แล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมส่วนตัว แต่เป็นการแสดงอำนาจรูปแบบหนึ่ง

 

ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสารถึงฐานเสียงว่าเขาเป็นคนธรรมดาที่มีรสนิยมบ้านๆ ไม่ต่างจากพวกเขา (แม้ความจริงเขาคืออภิมหาเศรษฐี) เพราะสาธารณชนจำนวนมากเริ่มเอือมระอากับชนชั้นนำที่ชอบดูถูกคนอื่น ในเมื่อคนส่วนใหญ่แค่อยากกินอาหารถูกๆ และใช้ชีวิตสบายๆ ในแต่ละวัน

 

อย่างไรก็ตาม Business Insider ทิ้งท้ายว่ายุคแห่งความฉูดฉาดนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมด มันอาจไม่ได้ดูหรูเลิศ แต่ก็มักจะสนุกและมีสีสัน

 

เพราะรสนิยมเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับความหรูหราฟุ้งเฟ้อในยุค 80 ที่สุดท้ายก็ถูกแทนที่ด้วยกระแสเรียบง่ายแบบ Grunge ในยุค 90 และในที่สุด ยุค Gaudy Age นี้ก็จะเปิดทางให้กับสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นเช่นกัน

 

กีฬาที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความเงียบและมีมารยาทเคร่งครัดอย่างกอล์ฟ

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 37.54 บาท ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569

 

ภาพ : Roman Samborskyi / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories