×

Alphabet – Microsoft อัดงบลงทุน AI ไตรมาสเดียวกว่า 3 ล้านล้านบาท ผู้บริหารชี้ปี 2027 เร่งลงทุนต่อ

29.10.2026
ภาพคลื่นสึนามิที่ประกอบขึ้นจากธนบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมโลโก้ Microsoft และ Alphabet

Microsoft และ Alphabet หุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดอันดับ 3 และ 4 ของโลก โดยแต่ละบริษัทมูลค่ากว่า 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ ใช้งบลงทุน (CapEx) รวม 9.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ในไตรมาสล่าสุด และยืนยันแผนลงทุนเพิ่มในปีหน้า ด้าน Samsung Electronics รายงานกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากดีมานด์ชิปหน่วยความจำ และตั้งงบลงทุนปีนี้เพิ่มขึ้นราว 60%

 

 

Microsoft Corp. และ Alphabet Inc. รายงานผลประกอบการงวดล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 โดยมีงบลงทุนรวมกันราว 9.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 3.26 ล้านล้านบาท ในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2026 เงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับเซิร์ฟเวอร์ ชิป และดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับดีมานด์ AI

 

Alphabet มี CapEx 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.73 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 114% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วน Microsoft มี CapEx 4.52 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.53 ล้านล้านบาท) รวมสัญญาเช่าแบบ finance lease เพิ่มขึ้นราว 30% ขณะที่เงินสดที่ Microsoft จ่ายซื้อสินทรัพย์ถาวรจริงเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 3.94 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ผู้บริหารทั้งสองบริษัทมองในทิศทางเดียวกันว่า ดีมานด์ด้าน AI ยังสูงกว่ากำลังการผลิตที่มี และจะเพิ่มงบลงทุนต่อเนื่อง ขณะที่ Samsung Electronics ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ รายงานกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 107.4 ล้านล้านวอน หรือราว 2.7 ล้านล้านบาท และคาดว่างบลงทุนของอุตสาหกรรมชิปจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2027

 

Microsoft คาด CapEx ไตรมาสหน้าเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ยืนยันกระแสเงินสดอิสระยังเป็นบวก

 

Microsoft รายงานรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 (กรกฎาคม–กันยายน 2026) ที่ 9.23 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 21% เป็น 4.59 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 32% เป็น 3.66 หมื่นล้านดอลลาร์ หากไม่รวมผลกระทบจากเงินลงทุนใน OpenAI กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 18%

 

รายได้ Azure เพิ่มขึ้น 48% เป็น 3.32 หมื่นล้านดอลลาร์ และบริษัทคาดการณ์ว่าไตรมาสหน้าจะเติบโต 49–50% มูลค่าสัญญาที่รอรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 73% เป็น 6.77 แสนล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่าดีมานด์ยังสูงกว่ากำลังการผลิตที่มี

 

CapEx ไตรมาสนี้อยู่ที่ 4.52 หมื่นล้านดอลลาร์ รวม finance lease 7.4 พันล้านดอลลาร์ Amy Hood CFO ของ Microsoft ระบุว่าต่ำกว่าคาด เพราะการส่งมอบกำลังประมวลผลจากผู้ให้บริการภายนอกบางส่วนล่าช้า ราวสามในสี่ของ CapEx ใช้กับ CPU และ GPU ซึ่งรวมต้นทุนหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้นแล้ว

 

Microsoft คาดว่า CapEx ไตรมาสหน้าจะเกิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และทั้งปีปฏิทินจะอยู่ที่ราว 1.7 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5.7 ล้านล้านบาท) โดยการลงทุนจะเร่งตัวในครึ่งหลังของปีงบประมาณ (มกราคม–มิถุนายน 2027)

 

ด้านกระแสเงินสด Microsoft มีเงินสดจากการดำเนินงาน 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29% และ Free Cash Flow 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์ บริษัทยังคืนเงินผู้ถือหุ้นผ่านปันผลและซื้อหุ้นคืน 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Hood คาดว่า Free Cash Flow จะยังเป็นบวกตลอดปีงบประมาณ 2027

 

สำหรับแหล่งเงินทุน Hood ระบุว่า Microsoft ยังไม่ได้ระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ แต่ใช้สัญญาเช่าเป็นเครื่องมือหาเงินอยู่แล้ว และจะพิจารณาแหล่งเงินอื่นเมื่อเงื่อนไขเหมาะสม ส่วนหนี้สินระยะยาวคงที่ราว 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์

 

Alphabet ยืนเป้างบลงทุนปี 2026 ที่ 1.95–2.05 แสนล้านดอลลาร์

 

Alphabet รายงานรายได้ไตรมาส 3/2026 ที่ 1.28 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 30% เป็น 4.06 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรสุทธิลดลง 25% เหลือ 2.62 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากผลขาดทุนจากเงินลงทุนในหุ้น 8.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับธุรกิจหลัก

 

ธุรกิจ Google Cloud เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก รายได้เพิ่มขึ้น 103% เป็น 3.07 หมื่นล้านดอลลาร์ และ operating margin เพิ่มจาก 23.7% เป็น 36.2% ส่วนหนึ่งมาจากการขายระบบชิป TPU หรือ Tensor Processing Unit หน่วยประมวลผลที่ใช้สำหรับงาน Machine Learning (ML) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ

 

CapEx ไตรมาสนี้อยู่ที่ 5.14 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ CapEx เก้าเดือนแรกของปีอยู่ที่ 1.32 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 107% Alphabet คงประมาณการ CapEx ทั้งปี 2026 ที่ 1.95–2.05 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.6–6.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งหมายความว่าไตรมาส 4 จะใช้เงินอีกราว 6.3–7.3 หมื่นล้านดอลลาร์

 

Anat Ashkenazi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Alphabet ระบุว่า CapEx ปี 2027 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะทำให้ค่าเสื่อมราคาและต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์สูงขึ้น นอกจากนี้คาดว่ามาร์จินของ Cloud จะถูกกดดันในระยะสั้น จากกำลังประมวลผลของผู้ให้บริการภายนอกที่เริ่มใช้ในไตรมาส 4

 

ด้านกระแสเงินสด Alphabet มีเงินสดจากการดำเนินงาน 4.23 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่า CapEx ทำให้กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบ 9.07 พันล้านดอลลาร์ เป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน Free Cash Flow ย้อนหลัง 12 เดือนลดลง 73% เหลือ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ด้าน Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet ระบุว่า “Gemini 4 Argon และ Carbon เป็นผู้นำในระดับแนวหน้า API ของโมเดลบริษัทประมวลผลเกือบ 3.2 หมื่นล้านโทเคนต่อนาที มากกว่า 4 เท่าของปีก่อน แอป Gemini มีผู้ใช้ถึง 1 พันล้านคน เป็นผลิตภัณฑ์ที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Google”

 

Alphabet ไม่ได้ซื้อหุ้นคืนตั้งแต่ต้นปี เทียบกับ 3.98 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่หันมาระดมทุนแทน เมื่อเดือนมิถุนายนบริษัทประกาศแผนระดมทุนผ่านหุ้นรวม 8 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินลงทุน 1 หมื่นล้านดอลลาร์จาก Berkshire Hathaway ในไตรมาส 3 บริษัทขายหุ้นผ่านโครงการ At-the-Market (ATM) ได้เงินสุทธิ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ และออกหุ้นกู้อีก 2.87 หมื่นล้านดอลลาร์

 

หนี้สินระยะยาวเพิ่มจาก 4.65 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 เป็น 1.25 แสนล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนกันยายน ดอกเบี้ยจ่ายรายไตรมาสเพิ่มจาก 143 ล้านดอลลาร์เป็น 967 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินสดและหลักทรัพย์เพื่อค้าอยู่ที่ 2.65 แสนล้านดอลลาร์

 

Samsung กำไรไตรมาส 3 ทุบสถิติ 107.4 ล้านล้านวอน ตั้งงบลงทุนปีนี้ 84.4 ล้านล้านวอน

 

Samsung Electronics รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2026 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ด้วยรายได้ 195.3 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน กำไรจากการดำเนินงาน 107.4 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นราว 783% จากช่วงเดียวกันปีก่อนตามตัวเลขเบื้องต้นที่บริษัทแจ้งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 75.1 ล้านล้านวอน

 

Operating margin เพิ่มจาก 52% เป็น 55% แผนกเซมิคอนดักเตอร์ (DS) มีรายได้ 147.1 ล้านล้านวอนและกำไรจากการดำเนินงาน 106.5 ล้านล้านวอน ราคาเฉลี่ย DRAM เพิ่มขึ้นราว 20% จากไตรมาสก่อน และยอดขาย HBM4 เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า บริษัทระบุว่าค่าเงินวอนที่แข็งค่าทำให้กำไรไตรมาสนี้ลดลงราว 10 ล้านล้านวอน

 

CapEx ของ Samsung ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 29 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 12.2 ล้านล้านวอนจากไตรมาสก่อน และ 19.8 ล้านล้านวอนจากปีก่อน Samsung คาดว่า CapEx ทั้งปี 2026 จะอยู่ที่ 84.4 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 31.7 ล้านล้านวอนหรือราว 60% จากปี 2025 ในจำนวนนี้ 76.8 ล้านล้านวอนเป็นของแผนก DS เพื่อสร้างโรงงานใหม่และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI และ HPC

 

สำหรับปี 2027 Samsung ประเมินว่า “ในปี 2027 ธุรกิจหน่วยความจำคาดว่างบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะสูงเป็นประวัติการณ์ตามการขยายตัวของระบบนิเวศ AI และดีมานด์จาก AI จะสูงเกินอุปทานของอุตสาหกรรมไปมากเมื่อเทียบกับปี 2026”

 

CapEx ของทั้งอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กำลังการผลิตจะยังเพิ่มได้ไม่เร็ว เพราะเงินส่วนใหญ่จะใช้ไปกับพื้นที่โรงงานใหม่ ค่าก่อสร้าง และราคาเครื่องจักรที่สูงขึ้น Samsung จะลงทุนล่วงหน้าในพื้นที่คลีนรูม และปรับจังหวะติดตั้งเครื่องจักรตามดีมานด์ บริษัทคาดว่าอุปทานหน่วยความจำจะตึงตัวต่อเนื่องถึงปี 2028

 

ฝั่งดีมานด์ Samsung ระบุว่า HBM ที่จะผลิตในปี 2027 ขายหมดแล้วในราคาที่ตกลงไว้ มีลูกค้ารายใหญ่เซ็นสัญญาระยะยาวแล้ว 10 ราย และอยู่ระหว่างเจรจาอีก 10 ราย ส่วนธุรกิจ Foundry คาดว่ากำลังการผลิตต่ำกว่า 8 นาโนเมตรจะถูกใช้เกิน 100% ในปีหน้า และกำลังพิจารณาสร้างโรงงานเพิ่มนอกเหนือจากโรงงานที่ Taylor รัฐเท็กซัส

 

อย่างไรก็ตาม ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นกดดันธุรกิจอุปกรณ์ของ Samsung เอง แผนก DX ซึ่งดูแลมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าขาดทุนจากการดำเนินงาน 0.8 ล้านล้านวอน และบริษัทคาดว่าต้นทุนชิ้นส่วนจะยังสูงต่อเนื่องในปี 2027

 

ภาพ: arda savasciogullari / Shutterstock

 

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories