การทำธุรกิจอาหารวันนี้ แค่อาหารอร่อยอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่เข้มข้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งความคาดหวังเรื่องความสะดวก คุณภาพ และความคุ้มค่า
ประเด็นสำคัญ
โจทย์เหล่านี้เป็นที่มาของงาน Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19 ซึ่งจัดขึ้นโดย ‘แม็คโคร’ ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด FOOD FESTA ‘จุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหาร’ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการค้นหาไอเดีย นวัตกรรม และโอกาสใหม่ในการพัฒนาธุรกิจอาหารไทย

นอกจากกองทัพธุรกิจอาหาร เชฟ และเหล่าคนดังมากมายที่จะมารวมตัวกันจุดประกายให้วงการอาหารของไทยแล้ว ยังมีอินไซต์อีกมากมายสำหรับวงการอาหารในปี 2027
ความท้าทายหลักของผู้ประกอบการกับศักยภาพอันเติบโตของอาหารไทย
ก่อนเริ่มงานในวันแรกนั้น ฮเยซอง เบค ประธานการจัดงาน Makro HORECA ครั้งที่ 19 กล่าวในพิธีเปิดถึงความเป็นมาของงานนี้ว่า ตลอด 37 ปี แม็คโครเติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการเสมอ โดยปีนี้เพิ่มพื้นที่ Makro Village กว่า 20% ของงาน เพื่อนำเสนอสินค้าที่คัดสรรมาเพื่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ พร้อมอาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทานกว่า 100 รายการที่พัฒนาร่วมกับเชฟและร้านอาหารชั้นนำ

ฮเยซอง เบค ประธานการจัดงาน Makro HORECA ครั้งที่ 19
ขณะที่ กิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของธุรกิจ HoReCa หรือกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง ว่าเปรียบเสมือนเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ โดยข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า มีนิติบุคคลในกลุ่มนี้ถึง 43,582 ราย (ร้านอาหาร 29,132 ราย) โดยในปี 2568 สร้างรายได้รวมกว่า 793,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและบทบาทสำคัญของธุรกิจกลุ่มนี้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

กิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
นอกจากอินไซต์สำคัญ ยังมีความเคลื่อนไหวสำคัญของวงการ HoReCa ในงานนั่นคือ การลงนาม MOU ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ HoReCa ร้านโชห่วย และผู้ประกอบการรายย่อย โดยมุ่งเสริมทักษะ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และต่อยอดจากโครงการ Smart โชห่วย ทั้งด้านการปรับปรุงร้านและการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ ให้ผู้ประกอบการรายเล็กปรับตัวและแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น

‘แม็คโคร’ อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการมากว่า 37 ปี
สำหรับกลุ่มธุรกิจ HoReCa นั้น เพื่อนคู่คิดและพาร์ตเนอร์ที่สำคัญที่จะขาดไปไม่ได้นั่นก็คือ ‘แม็คโคร’ ที่เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อวงการ
ธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ได้เปิดวิสัยทัศน์ให้เห็นว่า อาหารไทยนับเป็น Soft Power หลักของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมทั้งช่วยสร้างงานและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้ประกอบการร้านอาหารก็จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แม็คโครต้องการให้งาน HORECA เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้จริง

ธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ ธนิศร์ยังถ่ายทอดประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด ซึ่งทำให้เห็นว่าแม็คโครมีบทบาทมากกว่าการเป็นผู้จำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ปราจีนบุรี เมื่อประชาชนขอให้แม็คโครอย่าปิดบริการ เพราะเป็นหนึ่งในแหล่งซื้ออาหารและสินค้าจำเป็นของชุมชน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตระหนักว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการไม่ควรสิ้นสุดลงเมื่อน้ำลด แต่ต้องต่อเนื่องไปถึงการฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น การเลือกจัดประชุมผู้บริหารที่หาดใหญ่หลังเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่

‘คุณเมย์’ ผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดปราจีนบุรีเล่าเรื่องราว
พร้อมสวมกอดธนิศร์ด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มใจ
อีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ดีคือ ‘คุณเมย์’ ผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งล่าสุดและได้มาร่วมงาน Makro HORECA ครั้งนี้ เธอเล่าว่าตอนนั้นน้ำเพิ่มสูงรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ร้านและอุปกรณ์ประกอบอาชีพได้รับความเสียหาย ถึงขั้นหมดกำลังใจและไม่คิดว่าจะกลับมาเปิดร้านอีก กระทั่งได้พบกับธนิศร์และทีมแม็คโครที่มาลงพื้นที่ช่วยเหลือในช่วงที่น้ำยังท่วมสูง เพื่อมอบถุงยังชีพ และรับปากว่าจะกลับมาช่วยเหลือ โดยขณะนั้นเธอไม่รู้เลยว่าเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของแม็คโครและไม่กล้าคาดหวังว่าเขาจะพูดจริง หลังจากนั้นธนิศร์และทีมงานกลับมาอีกครั้งหลังน้ำลด เพื่อมอบอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ตู้แช่เย็น ซึ่งกลายเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้เธอถึงกับหลั่งน้ำตาพร้อมมีแรงใจสู้เพื่อกลับมาทำธุรกิจอีกครั้ง

แม็คโครกับ 3 โจทย์ธุรกิจอาหารปี 2027
หลังเผยความมุ่งมั่นของแม็คโครในการเคียงข้างและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์แล้ว ต่อมาบนเวที Igniting Thailand’s Food Future: The Next Chapter of Thailand’s Food Industry ธนิศร์ก็ได้ชวนมองถึงเทรนด์ธุรกิจอาหารในปี 2027 โดยเริ่มจากพฤติกรรม Food Delivery ที่เติบโตอย่างรวดเร็วหลัง COVID-19 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคไปแล้ว ทำให้โจทย์ของร้านอาหารวันนี้ไม่ใช่เพียงการทำอาหารให้อร่อยเมื่อรับประทานที่ร้าน แต่ต้องรักษาคุณภาพและรสชาติให้ได้แม้จัดส่งถึงบ้านลูกค้า

อีกเทรนด์คือการที่ผู้บริโภคต้องการความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา ธนิศร์เปรียบเทียบกับพฤติกรรมการเสพสื่อบน TikTok ที่คนพร้อมเลื่อนผ่านคอนเทนต์ที่ไม่สนใจอย่างรวดเร็ว ธุรกิจอาหารจึงต้องสร้างความน่าสนใจให้สินค้า เช่น ไก่ย่าง Chef Series ของแม็คโคร ที่หมุนเวียนรสชาติใหม่ร่วมกับเชฟชื่อดังทุก ๆ 2 เดือน เช่น รสข้าวซอยและหมาล่า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาลอง
ขณะเดียวกัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังท้าทาย ผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญกับ Value for Money หรือความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมากขึ้น ธนิศร์ยกตัวอย่างร้านสุกี้และสเต็กที่เติบโตได้จากอาหารคุณภาพ ราคาคุ้มค่า และโมเดลบุฟเฟต์ สะท้อนว่าธุรกิจที่เข้าใจและปรับตัวตามผู้บริโภคยังคงมีโอกาสเติบโตได้
จากเทรนด์ผู้บริโภค สู่การปรับวิธีทำงานของร้านอาหาร
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น เพราะเบื้องหลังอาหารหนึ่งจานยังมีต้นทุน เวลา และขั้นตอนการทำงานที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการ ธนิศร์จึงมองว่าสินค้า Ready-to-Cook และ Ready-to-Eat จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารหลายสาขาที่ต้องรักษามาตรฐานรสชาติ เช่น การเตรียมน้ำซุปที่ต้องเคี่ยวนานกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งผลิตภัณฑ์พร้อมใช้งานซึ่งแม็คโครร่วมพัฒนาและทดสอบคุณภาพมาตรฐานกับเชฟมืออาชีพ ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาเหล่านี้ให้ผู้ประกอบการได้อย่างมาก
นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ร้านอาหารเพิ่มเมนูใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการผลิตทั้งหมดด้วยตัวเอง เช่น ร้านข้าวมันไก่หรือก๋วยเตี๋ยวที่ต้องการเพิ่มส้มตำหรือของหวานเข้ามาเสริมเมนูหลัก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าและสร้างโอกาสในการขาย โดยไม่เพิ่มภาระการทำงานหลังครัวมากเกินไป

แนวคิดเหล่านี้สะท้อนทิศทางที่แม็คโครต้องการขยับจากการเป็นผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ไปสู่การนำเสนอสินค้าและโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้สะดวกขึ้น ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการใช้เทคโนโลยี และ Makro PRO เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วย
Makro HORECA 2026 เปิดพื้นที่ให้ทั้งผู้ประกอบการและคนรักอาหาร
สำหรับผู้ที่อยากนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้กับธุรกิจ งาน Makro HORECA ครั้งที่ 19 มีกิจกรรมสาธิตและเวิร์กช็อปจากเชฟชั้นนำ 20 คน พร้อมการแข่งขัน Makro HORECA Champion เพื่อเฟ้นหาเชฟและมิกโซโลจิสต์ไปแข่งขันในเวทีระดับสากล

ภายในงานยังรวมร้านอาหารชื่อดัง สินค้า วัตถุดิบ และอุปกรณ์สำหรับธุรกิจอาหารให้เลือกช้อปในราคาพิเศษกว่า 200 ร้าน และกิจกรรมสำหรับคนรักอาหารทั่วไป ทั้งการพบปะนักแสดงคู่ซี้ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน เช่น อิ้งค์ วรันธร, MILLI และ PROXIE
งาน Makro HORECA 2026 จัดระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00-19.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-8 เมืองทองธานี เข้าชมฟรีตลอด 4 วัน ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารหรือคนรักอาหาร สามารถมาเก็บไอเดียใหม่ ๆ กลับไปทดลองใช้ เพื่อร่วมจุดพลุความคิด จุดไฟธุรกิจอาหารไปด้วยกันได้


