วันนี้ (10 ตุลาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำกำลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการเฟสที่ 8 “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 4 โครงการบ้านหรู” โดยนำกำลังเข้าตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่ย่านบางนา สวนหลวง พระรามเก้า ศรีนครินทร์ และกรุงเทพกรีฑา หลังสืบทราบว่ามีเครือข่ายทุนต่างชาติใช้บริษัทนอมินีเข้าถือครองบ้านและที่ดินมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ปฏิบัติการครั้งนี้มีการออกหมายจับบุคคลต่างด้าว 86 หมายจับ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 คน แบ่งเป็นสัญชาติจีน 10 คน และสหรัฐอเมริกา 1 คน
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้ขยายผลมาจากข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ที่ประสานติดตามตัวผู้ต้องหาซึ่งทางการจีนต้องการตัว 3 ราย ได้แก่ ‘เชา’ ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีนและกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 3 ศพที่เมืองอูหลานฮ่าวเท่อเมื่อปี 2561 ซึ่งพบว่าเป็นสแกมเมอร์และเป็นหุ้นส่วนบริษัทที่ถือครองบ้านหรูย่านพระรามเก้า-ศรีนครินทร์ มูลค่า 50-69 ล้านบาท รายที่สอง ‘กุย’ ถือหนังสือเดินทางจีน ตุรกี และกัมพูชา ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและชักชวนข้ามพรมแดนผิดกฎหมาย และรายที่สาม ‘เจี้ยน’ ถือหนังสือเดินทางจีนและเซนต์คริสโตเฟอรัน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงออนไลน์ โดยทั้งสองคนหลังเป็นหุ้นส่วนบริษัทถือครองบ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา มูลค่า 77-98 ล้านบาท
จากการบูรณาการตรวจสอบร่วมกับกรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมสรรพากร เจ้าหน้าที่พบกลุ่มบริษัทต้องสงสัย 95 แห่ง ที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองบ้านและที่ดินถึง 94 หลัง นอกจากนี้ยังพบว่าหุ้นส่วนบริษัทในโครงการเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) และหมายจับศาลไทย ได้แก่ ‘หลิน’ ผู้ต้องหาคดีองค์กรอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์จากมณฑลอานฮุย ถือครองบ้านย่านพระรามเก้า-ศรีนครินทร์, ‘ไป๋’ ผู้ต้องหาคดีองค์กรอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์จากมณฑลซานซี ถือครองบ้านย่านกรุงเทพกรีฑา และ ‘หวง’ ซึ่งมีหมายจับศาลอาญาพระโขนงคดีหลีกเลี่ยงศุลกากร อั้งยี่ และครอบครองที่ดินโดยมิชอบ ถือครองบ้านย่านบางนา-วงแหวน
เป้าหมายหลักในการตรวจค้นครั้งนี้ครอบคลุม 4 โครงการใหญ่ ประกอบด้วย โครงการย่านบางนา-สวนหลวง (ราคา 27-55 ล้านบาท) ดำเนินการตรวจสอบ 11 บริษัท ถือครองบ้าน 11 หลัง มูลค่า 550 ล้านบาท โครงการย่านบางนา-วงแหวน (ราคา 39.9-52.5 ล้านบาท) ดำเนินการ 19 บริษัท ถือครองบ้าน 19 หลัง มูลค่า 1,050 ล้านบาท โครงการย่านพระรามเก้า-ศรีนครินทร์ (ราคา 50–69 ล้านบาท) ดำเนินการ 30 บริษัท ถือครองบ้าน 29 หลัง มูลค่า 1,600 ล้านบาท และโครงการย่านกรุงเทพกรีฑา (ราคา 77–98 ล้านบาท) ดำเนินการ 35 บริษัท ถือครองบ้าน 35 หลัง มูลค่า 2,800 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดปฏิบัติการปราบนอมินีมาแล้ว 7 เฟส ในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตรวจสอบ 297 บริษัท ยึดที่ดิน 309 แปลง มูลค่ากว่า 3,039 ล้านบาท พร้อมย้ำจุดยืนว่า ปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันกลุ่มทุนใช้คนไทยเป็นเครื่องมือซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยตำรวจจะเดินหน้าขยายผลปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติ นายหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป






