×

วิเคราะห์ผลเจรจาหั่นค่า GP 3 บิ๊กแพลตฟอร์ม จากมุมมอง ‘ผู้ค้าออนไลน์’ สู่กระเป๋า ‘ผู้บริโภค’ สรุปชัดใครได้ประโยชน์จริง ได้อย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรที่ต้องรู้

29.10.2026
การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทน 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace แถลงผลลดค่าธรรมเนียม GP

กระทรวงพาณิชย์ นำทีมบูรณาการ กขค., ETDA และกรมการค้าภายใน เจรจาร่วมกับ 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace รายใหญ่ ได้แก่ Shopee, TikTok Shop และ Lazada สำเร็จ โดยทั้ง 3 รายยินดีปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับกลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นเวลา 6 เดือน (1 ธ.ค. 2569 – 31 พ.ค. 2570) ช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ไทยราว 1,930 ล้านบาท เดินหน้ารวบรวมข้อมูลทุกภาคส่วนเร่งยกร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล วางกติกาโครงสร้างราคาและพฤติกรรมทางการค้าให้โปร่งใสและเป็นธรรมอย่างยั่งยืน

 

 

ผนึก 3 แพลตฟอร์มยักษ์ หั่นค่า GP ย้อนไปต้นปี

 

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการหารือร่วมกับ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.), สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และ 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace ยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Shopee, TikTok Shop และ Lazada หลังจากได้รับทราบปัญหาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนของผู้ประกอบการรายย่อย ได้รับการคลี่คลายอย่างเป็นรูปธรรม

 

การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทน 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace แถลงผลลดค่าธรรมเนียม GP 1

 

ผลการเจรจาระยะสั้นระบุว่า ทั้ง 3 แพลตฟอร์มตกลงให้ความร่วมมือในการ ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Fees) กลับไปใช้อัตราเดิม ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2570

 

มาตรการบรรเทาภาระต้นทุนครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้ราว 1,930 ล้านบาท ช่วยให้ร้านค้าและ SMEs มีเวลาในการปรับโครงสร้างต้นทุนและบริหารจัดการธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

 

กขค. ระงับขึ้น GP นำร่อง สู่ พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

เบื้องหลังมาตรการดังกล่าว เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของหน่วยงานกำกับดูแล โดย กขค. ได้ใช้อำนาจในการระงับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม GP เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อเปิดทางให้กรมการค้าภายใน นำโดย วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เจรจาร่วมกับผู้บริหารของทั้ง 3 แพลตฟอร์มเพื่อหาจุดสมดุลร่วมกัน

 

ด้าน สุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ระบุว่า การปรับลดค่า GP ครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการคลายล็อกปัญหาของ SMEs ที่ร้องเรียนว่าไม่สามารถปรับตัวรับภาระต้นทุนใหม่ได้ทัน

 

ขณะที่ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวย้ำว่า ภาครัฐไม่ได้ขัดขวางการทำกำไรของแพลตฟอร์ม แต่ต้องการสร้างสมดุลในห่วงโซ่คุณค่าเดียวกัน เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับฝั่งผู้ขายและผู้บริโภคมากเกินไป

 

สำหรับแผนงานระยะยาว กระทรวงพาณิชย์จะใช้กรอบเวลา 6 เดือนนี้ในการบูรณาการร่วมกับ ETDA และ กขค. เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงจากผู้ขาย แพลตฟอร์ม และผู้บริโภค นำไปสู่การจัดทำและผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (Platform Economy Act) เพื่อวางกรอบกฎหมายที่ครอบคลุมโครงสร้างค่าธรรมเนียม พฤติกรรมการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และมาตรฐานสัญญาอย่างยั่งยืน

 

“เราไม่ได้ต้องการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเดือดร้อน เพราะทุกฝ่ายอยู่ในระบบนิเวศเศรษฐกิจเดียวกัน สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือการทำให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ ผู้ประกอบการมีโอกาสแข่งขันอย่างเป็นธรรม แพลตฟอร์มดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสม และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น ส่วนในระยะยาว เราจะนำข้อมูล 6 เดือนนี้มาวางกรอบกติกาที่โปร่งใสและเป็นธรรมผ่าน พ.ร.บ. แพลตฟอร์ม” ศุภจี กล่าว

 

การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทน 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace แถลงผลลดค่าธรรมเนียม GP 2

 

มองผลเจรจาผ่านแว่น ‘คนขาย’ และ ‘คนซื้อ’

 

การบรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงพาณิชย์และ 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace เบอร์ต้นของประเทศอย่าง Shopee, TikTok Shop และ Lazada ในการปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Fees หรือ ค่า GP) ย้อนกลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นเวลา 6 เดือนเต็ม (1 ธันวาคม 2569 – 31 พฤษภาคม 2570) กำลังส่งแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อกระเป๋าเงินของคน 2 กลุ่มหลักในระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล

 

1. ในมุมมองของผู้ค้าออนไลน์ (SMEs) ได้ต่อลมหายใจและฟื้นมาร์จินกำไร

 

สำหรับคนขายของออนไลน์ ค่า GP ที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาคือต้นทุนคงที่ที่กัดกินกำไรจนแทบไม่เหลือส่วนต่าง เมื่อแพลตฟอร์มยอมถอยกลับไปใช้อัตราต้นปี สิ่งที่ผู้ค้าจะได้รับทันทีคือ

 

  • ต้นทุนขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดย Shopee ลดค่าธรรมเนียมลงเหลือ 10.70% (จากเดิม 16.05% หรือช่วง 8.03-13.91% ลดลงสูงสุด 33.30%), TikTok Shop ลดเหลือ 13.92% (จากเดิม 21.41% หรือช่วง 11.24-17.66% ลดลงสูงสุด 35.00%) และ Lazada ลดเหลือ 10.00% (จากเดิม 17.50% หรือช่วง 7.50-11.60% ลดลงสูงสุด 42.90%) ครอบคลุมสินค้าทุกหมวดหมู่ (ยกเว้นหมวดอิเล็กทรอนิกส์)
  • เติมสภาพคล่องรวมกว่า 1,930 ล้านบาท โดยที่เม็ดเงินส่วนนี้จะถูกคืนกลับเข้าสู่กระเป๋าผู้ประกอบการกว่า 1.2 ล้านราย (บุคคลธรรมดา 1,020,000 ราย และนิติบุคคล 180,000 ราย) กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับสต็อกสินค้า รองรับเทศกาลจับจ่ายช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เช่น Mega Sale 11.11, 12.12 และปีใหม่ โดยไม่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มเติม

 

2. ในมุมมองของผู้บริโภค (นักช้อปออนไลน์) ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาสินค้าและโปรโมชัน

 

แม้มาตรการนี้จะไม่ได้ระบุว่าเป็นการสั่งให้ร้านค้าลดราคาสินค้าป้ายแดงลงทันที แต่ผู้บริโภคจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม 2 ระดับ

 

  • สกัดกั้นการขึ้นราคาสินค้า ที่ผ่านมาร้านค้าจำนวนมากต้องทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าหรือลดขนาดสินค้าลงเพื่อชดเชยค่า GP ที่สูงขึ้น การลดค่า GP ครั้งนี้จะช่วยสกัดไม่ให้ร้านค้าจำเป็นต้องผลักภาระต้นทุนมายังผู้ซื้อ
  • เพิ่มพื้นที่ในการจัดโปรโมชันและส่วนลด เพราะเมื่อร้านค้ามีกำไรส่วนต่างกลับคืนมา 5-7% จะเกิดแรงจูงใจในการแข่งขัน นำส่วนต่างของต้นทุนที่ประหยัดได้มาจัดทำโค้ดส่วนลด คูปองส่งฟรี หรือจัดแคมเปญลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่น และสินค้าชุมชน (OTOP) ในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม

 

การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทน 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace แถลงผลลดค่าธรรมเนียม GP 3

 

เงื่อนไขและขั้นตอนที่ผู้ค้าต้องทำเพื่อรับสิทธิ์

 

สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักคือ ‘สิทธิ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติทุกคน’ แต่มีเกณฑ์รายได้และขั้นตอนการคัดกรองที่ชัดเจนตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

 

โดยเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้

 

  • บุคคลธรรมดา: ยอดขายหรือรายได้ต้อง ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • นิติบุคคล: ยอดขายหรือรายได้ต้อง ไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี
  • หมวดหมู่สินค้า: ครอบคลุมสินค้า FMCG, ไลฟ์สไตล์, แฟชั่น และ OTOP (ยกเว้นสินค้าหมวดอิเล็กทรอนิกส์)

 

การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์และตัวแทน 3 แพลตฟอร์ม E-Marketplace แถลงผลลดค่าธรรมเนียม GP 4

 

เปิด 5 ขั้นตอนและไทม์ไลน์การเข้าร่วม

 

  1. 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป แพลตฟอร์มจะส่งสัญญาณเตือน (Notification) แจ้งไปยังผู้ประกอบการเพื่อเชิญเข้าร่วมและรับสิทธิ์
  2. ตรวจสอบคุณสมบัติ – ร้านค้าตรวจสอบเกณฑ์รายได้ของตนเอง และต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
  3. สถานะการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

 

  • กรณีมีทะเบียนแล้ว – สามารถกดยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบของแพลตฟอร์มได้ทันที
  • กรณียังไม่มีทะเบียน – ต้องไปดำเนินการจดทะเบียนก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วม (ต่างจังหวัดจดที่เทศบาล/อบต./พาณิชย์จังหวัด ส่วนกลางจดที่สำนักงานเขต กทม. หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

 

  1. ตรวจสอบสิทธิ์ (ใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ) แพลตฟอร์มและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  2. 1 ธ.ค. 2569 – 31 พ.ค. 2570 เริ่มใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ตามสิทธิ์ เป็นระยะเวลา 6 เดือนเต็ม

 

มาตรการลดค่า GP 6 เดือนนี้ นอกจากจะ ‘อุ้มต้นทุน’ ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว ยังเป็นยุทธศาสตร์ “Formalization of SMEs” ไว้ในเวลาเดียวกัน การผูกสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมเข้ากับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นแรงจูงใจชั้นดีที่ผลักดันให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยู่นอกระบบ เข้าสู่ระบบการค้าที่มีตัวตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว

 

ขณะที่ช่วงเวลาพักรบ 6 เดือนนี้ จะเป็นหน้าต่างเวลาสำคัญให้กระทรวงพาณิชย์ได้ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อวางกติกาโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมและยั่งยืนอย่างแท้จริง


READ MORE





Latest Stories