วันนี้ (22 ตุลาคม) ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้าหารือกับ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยคณะทำงานเชิงประเด็นแรงงานของพรรค โดย ณัฐพงษ์ยืนยันว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีอิสระในการทำงาน พร้อมระบุเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันความโปร่งใสในการใช้จ่ายและการลงทุนของกองทุนประกันสังคม
ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ และ อดิศร เกิดมงคล ได้ทางมายังอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าพบและหารือร่วมกับคณะทำงานของพรรคประชาชน ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีอิสระในการทำงานและการตัดสินใจ โดยได้นัดหมายพบปะตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ในฐานะว่าที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม เพื่อประสานงานการทำงานร่วมกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางทีมได้เข้าหารือกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และในช่วงบ่ายของวันนี้มีกำหนดการเข้าพูดคุยกับตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์
ณัฐพงษ์กล่าวถึงสาระสำคัญของการหารือว่า สิ่งที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วที่สุดคือการทำให้การใช้จ่ายเงินในกองทุนประกันสังคมมีความโปร่งใส รวมถึงการบริหารจัดการการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้เงินทุนของผู้ประกันตนและนายจ้างเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งประเด็นการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนและการปรับปรุงสวัสดิการให้แก่ผู้ประกันตน ถือเป็นภารกิจหลักที่ตัวแทนประกันสังคมก้าวหน้าได้นำมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
สำหรับประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ภายหลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับพรรคประชาชนนั้น ณัฐพงษ์ชี้แจงว่า ว่าที่บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่มีอิสระในการทำงาน หากฝ่ายใดจะดำเนินการตรวจสอบก็ขอให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนดำเนินการทุกอย่างตามกรอบของกฎหมาย จึงไม่น่ามีประเด็นที่ต้องกังวล
ส่วนกรณีที่ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความห่วงใยถึงการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของสำนักงานประกันสังคมยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 10 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะสุญญากาศและกระทบต่อการทำงานของบอร์ดประกันสังคม
ณัฐพงษ์อธิบายว่า การสื่อสารของรักชนกเป็นการย้ำเตือนผู้ที่ออกมาใช้สิทธิว่าอย่าเพิ่งประมาท เนื่องจากผลการเลือกตั้งสะท้อนฉันทามติว่าสังคมต้องการตัวแทนลูกจ้างและนายจ้างในรูปแบบใด
ณัฐพงษ์ระบุทิ้งท้ายว่า กระบวนการทั้งหมดในขณะนี้ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ การสื่อสารเพื่อกระตุ้นเตือนของรักชนกถือเป็นเรื่องที่ดี พร้อมเชิญชวนให้สาธารณชนช่วยกันติดตามกระบวนการรับรองผลและการเข้าทำหน้าที่ของบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่อย่างใกล้ชิด







