วานนี้ (20 ตุลาคม) ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Pirongrong Ramasoota) ตั้งข้อสังเกตถึงการกำหนดวาระการประชุมของ กสทช. ที่มีความทับซ้อนกัน พร้อมตั้งคำถามถึงเจตนาว่าต้องการนำไปสู่ภาวะหรือเงื่อนไขใด และขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. มีกำหนดการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ซึ่งเป็นการนัดหมายโดยกรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้ทำหนังสือแจ้งทางสำนักงาน กสทช. เรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาในวันที่ 15 ตุลาคม กลับมีการนัดประชุมอีกวาระให้ทับซ้อนในวันและเวลาเดียวกัน โดยรักษาการเลขาธิการ กสทช. ได้อ้างถึง ประธาน กสทช. ในบันทึกเชิญประชุมว่าเป็นผู้กำหนดให้มีการประชุมนัดใหม่นี้
นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน ได้ทำการนัดประชุมไว้อีกหนึ่งวาระ แต่ต่อมาได้มีการออกหนังสือเชิญให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานทั้งหมดไปเข้าร่วมประชุมสำนักงาน กสทช. ในวันและเวลาเดียวกัน โดยอ้างถึงบัญชาของประธาน กสทช. เช่นเดิม ซึ่ง ศ.ดร.พิรงรอง ชี้ว่าผู้นัดและกำหนดการนัดประชุมที่ทับซ้อนดังกล่าว จะมีเจตนาเพื่อขัดขวางการประชุมของกรรมการทั้ง 6 คนหรือไม่นั้น สุดที่จะคาดเดา
ศ.ดร.พิรงรอง เน้นย้ำว่า การนัดหมายที่อ้างอิงถึงประธาน กสทช. เหล่านี้ เกิดขึ้นโดยไม่สนใจต่อคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามและการสละสิทธิไม่เคยเป็นกรรมการ กสทช. โดยผลของกฎหมาย ตลอดจนคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่ระบุว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นไปตามกฎหมาย จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ยังมีผล เนื่องจากไม่ถูกเพิกถอนและไม่ได้มีการขอคุ้มครอง รวมถึงยังมีคำสั่งบังคับทางปกครองให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย
สถานการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลให้เจ้าหน้าที่ กสทช. ที่อยู่ในสายบังคับบัญชารู้สึกกดดันที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หรือเกิดความกริ่งเกรงที่จะมาสนับสนุนการประชุมของกรรมการทั้ง 6 คน เนื่องจากอยู่ภายใต้อำนาจในการให้คุณให้โทษโดยตรง
สำหรับการประชุมในวันที่ 21 ตุลาคม มีวาระสำคัญระดับชาติที่รอให้กรรมการ กสทช. พิจารณาร่วมกันหลายเรื่อง อาทิ วาระทิศทาง (Roadmap) ทีวีดิจิทัล และวาระเรื่องการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ในปี ค.ศ. 2026 (ITU Plenipotentiary Conference 2026: PP-26) ซึ่งล้วนส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประเทศ
ในตอนท้าย ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า ตนได้แต่หวังว่าทุกท่านที่เกี่ยวข้องจะมีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการทำหน้าที่เพื่อความถูกต้องและผลประโยชน์ของสาธารณะ โดยไม่ใช้วาระการประชุมสำคัญเป็นตัวประกัน และไม่ใช้ภาวะชะงักงันของ กสทช. เป็นเงื่อนไขในการต่อรองทางอำนาจ
อ้างอิง: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10242001863956550&id=1034260116&rdid=bWl9CocLyivb4G3p#


