วันนี้ (19 ตุลาคม) วัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงถึงปัญหาน้ำเน่าเสียและปลาตายจำนวนมากบริเวณคลองระพีพัฒน์ 2 (คลองสอง) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ว่า เกิดจากน้ำเสียจากพื้นที่ทุ่งไหลลงสู่คลอง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังสูง ทำให้ระบายได้ช้าและเกิดการสะสม โดยการแก้ไขต้องทำควบคู่กันทั้งการบริหารจัดการน้ำ เติมน้ำคุณภาพดีประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเพื่อเจือจาง พร้อมควบคุมไม่ให้ระดับน้ำปลายน้ำเกิน +1.80 ม.รทก. กระทบชุมชน และการฟื้นฟูคุณภาพน้ำด้วยการเพิ่มการไหลเวียน เติมอากาศ และใช้จุลินทรีย์
วัชระพลระบุว่า สภาพน้ำในคลองสองมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ คาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องใน 1-2 วันข้างหน้า และหากไม่มีฝนตกเพิ่มหรือน้ำไหลเข้าสมทบเกินแผน จะสามารถทยอยระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมดภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2569
สำหรับแนวทางผันน้ำเสียไปยังคลองอื่นๆ เช่น คลอง 4 ได้สั่งการบูรณาการ 3 หน่วยงาน คือ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมประมง วางแผนทำงานล่วงหน้า โดยนำเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มออกซิเจน นำเครื่องดูดเลนมาลอกดินทับถมกว่า 50 ปี พร้อมให้กรมพัฒนาที่ดินกระจายจุลินทรีย์ พด.6 จำนวน 120,000 ลิตร เพื่อลดกลิ่น และผลิตเพิ่มวันละ 20,000 ลิตร
นอกจากนี้ ในวันที่ 23 ตุลาคม กรมประมงจะนำจุลินทรีย์ ปม.1 และ ปม.2 ใส่รถบรรทุกน้ำของกรมชลประทานไปกระจายตามจุดเฝ้าระวังเพื่อบำบัดน้ำเสียและลดสารอินทรีย์สะสม
“รัฐบาล ไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ประกอบกับเราได้คาดการณ์สถานการณ์ เพื่อทำงานเชิงรุก ป้องกันล่วงหน้า และแก้ไขเฉพาะหน้าไปด้วย เพราะเรารู้ว่า เนื่องจากสภาพธรรมชาติไม่อำนวย และเข้าใจสถานการณ์ที่พี่น้องที่อาศัยตามริมคลอง ยังต้องอดทนรอน้ำเน่าเสียระบาย” วัชระพลกล่าว
นอกจากนี้ วัชระพลได้ลงพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ หน้าวัดแสงสรรค์ ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี รวมถึงบริเวณหน้าวัดกล้าชอุ่ม และเทศบาลเมืองคลองหลวง ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ เก็บตัวอย่างปลาส่งตรวจห้องปฏิบัติการกรมประมง โดยเบื้องต้นไม่พบรายงานปลาตายเพิ่มเติม และได้จัดเก็บซากปลาเก่าในจุดต่างๆ เรียบร้อยแล้ว


