×

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ชง ครม. เคาะงบกลางเยียวยาเกษตรกร สั่งเช็กปมน้ำเสียทำปลาตาย ยันฟ้องเด็ดขาดหากพบโรงงานปล่อยสารพิษ

โดย THE STANDARD TEAM
18.10.2026
วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี

วันนี้ (18 ตุลาคม) วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบกลางเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน กำชับหน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

 

ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจหาสารพิษ ยืนยันพร้อมเป็นเจ้าภาพฟ้องร้องดำเนินคดีเด็ดขาด หากพบโรงงานอุตสาหกรรมลักลอบปล่อยสารเคมี

 

วัชระพลเปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำหลากชะล้างสารอินทรีย์ ตะกอน และสิ่งสะสมลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้เกิดความขุ่นสูง ค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) ลดต่ำอย่างรวดเร็ว ประกอบกับค่า pH และอุณหภูมิผันผวน ทำให้สัตว์น้ำเกิดภาวะช็อกค่าน้ำ หรือน็อกน้ำ

 

โดยพบความเสียหายแบ่งเป็น พื้นที่บ่อเลี้ยงบ่อดินรวมกว่า 58,000 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 4,300 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 95 ล้านบาท และพื้นที่เพาะเลี้ยงในกระชังและบ่อกบรวมเกือบ 30,000 ไร่ มีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 75 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งพบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกระจายอยู่ในหลายจังหวัด อาทิ ปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา

 

สำหรับการให้ความช่วยเหลือ วัชระพลระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ทำการสำรวจและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด

 

กระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดและอำเภอ เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้ครอบคลุม และต้องแล้วเสร็จตามกรอบเวลาการเปิดรับแบบ กษ.01 ภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เพื่อเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้ส่งถึงมือเกษตรกรโดยเร็ว

 

ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนนั้น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้เร่งจัดสรรปัจจัยการผลิตมาสนับสนุน โดยวัชระพลได้สั่งการให้กรมประมงเตรียมเสนอเรื่องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาอนุมัติงบกลาง นำไปสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ลูกปลา อาหารสัตว์ กระชัง และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเยียวยาเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวต่อไป

 

เร่งตรวจคุณภาพน้ำ เตรียมฟ้องเอาผิดโรงงานหากพบสารพิษ

 

ต่อประเด็นข้อสงสัยของเกษตรกรที่ระบุว่าสัตว์น้ำอาจเกิดภาวะช็อกค่าน้ำจากมลพิษสารเคมีของโรงงานอุตสาหกรรมนั้น วัชระพลได้สั่งการให้กรมประมงและกรมวิชาการเกษตรเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในวันที่ 20 ตุลาคม หากพบการปนเปื้อนของสารเคมี กรมประมง กรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นเจ้าภาพในการฟ้องร้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะนำเงินที่ได้จากการชนะคดีมาเยียวยาเกษตรกร

 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องรอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนจากกรมควบคุมมลพิษและกรมประมง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายด้วยเช่นกัน

 

เดินหน้าฟื้นฟูแหล่งน้ำ-จัดโซนนิง-แนะแหล่งเงินทุน

 

ในด้านแผนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย กรมประมงเตรียมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำประจำถิ่นลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อช่วยฟื้นฟูทรัพยากรประมงและรักษาสมดุลระบบนิเวศ โดยมีเป้าหมายปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1,100 ล้านตัว (มากกว่า 35 ชนิดพันธุ์) ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ 4,700 แห่ง และแหล่งน้ำชุมชน 100 แห่ง รวมถึงผลิตพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งกว่า 397 ล้านตัว

 

ตลอดจนโครงการปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนทอง ปลาสร้อยขาว และปลากระแห ในพื้นที่ทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มต้นประกอบอาชีพได้อีกครั้งหลังน้ำลด

 

นอกจากนี้ วัชระพลยังกล่าวถึงแนวทางการจัดทำโซนนิงคุ้มครองพื้นที่เกษตรและทางน้ำในอนาคต โดยเตรียมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อวางแผนป้องกันไม่ให้โรงงานอุตสาหกรรมตั้งทับซ้อนกับพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังตามแนวแม่น้ำ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

 

รวมถึงรับข้อเสนอเรื่องการนำเทคโนโลยีเซนเซอร์วัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์มาใช้ โดยจะนำไปปรับปรุงการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของกระทรวงให้มีความรวดเร็วและทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้แนะนำแหล่งเงินทุนเพื่อการฟื้นฟูอาชีพให้แก่กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ผ่านสถาบันการเงินและหน่วยงานของรัฐ ได้แก่

 

  1. กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำหรับการขอสินเชื่อฉุกเฉิน และมาตรการขยายเวลาหรือพักชำระหนี้
  3. กองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับมาตรการขยายเวลาชำระหนี้และสนับสนุนเงินกู้ยืม
  4. สถาบันการเงินอื่นของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ออกมาตรการพักชำระเงินต้น ลดดอกเบี้ย และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและฟื้นฟูกิจการ

 

วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 1วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 2วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 3วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 4วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 5


READ MORE






Latest Stories