×

16 โรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 2026 โดย Prix Versailles

08.10.2026
  • LOADING...
ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles

HIGHLIGHTS

  • Prix Versailles เผยรายชื่อ World’s Most Beautiful Hotels 2026 รวม 16 โรงแรมจากทั่วโลก ตั้งแต่ Lakeside Retreat ในเยอรมนี รีสอร์ตที่สร้างเข้าไปในภูเขาของซาอุดีอาระเบีย อดีตอารามริม Italian Riviera ไปจนถึงโรงแรมจากเขาใหญ่ในประเทศไทย โดยไม่ได้มองเพียงความสวยของอินทีเรียร์ แต่ยังให้ความสำคัญกับสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิธีที่แต่ละโรงแรมเชื่อมโยงกับสถานที่รอบตัวโรงแรม

โรงแรมที่สวยอาจทำให้เราอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตั้งแต่เช็กอิน แต่โรงแรมที่น่าจดจำมักมีเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้เราอยากกลับไปซ้ำ เพราะบางแโรงแรมบางแห่งทำให้เราเข้าใจเมืองมากขึ้น บางแห่งทำให้ภูเขาหรือทะเลดูใกล้ตัวกว่าที่คิด และบางแห่งก็เลือกใช้สถาปัตยกรรมเป็นวิธีเล่าเรื่องของสถานที่ที่ตั้งอยู่

 

 

นี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัดจาก World’s Most Beautiful Hotels List 2026 ของ Prix Versailles รางวัลด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบระดับนานาชาติที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2015 และคัดเลือกผลงานครอบคลุมตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร สนามบิน ไปจนถึงพื้นที่ทางวัฒนธรรม

 

ลิสต์โรงแรมปีนี้พาเราไปตั้งแต่ทะเลทรายในซาอุดีอาระเบีย ป่าเขตร้อนของเม็กซิโก อาคารเก่าใจกลางกรุงโรม ไปจนถึงบ้านตึกแถว Heritage ในปีนัง แต่สิ่งที่หลายแห่งมีร่วมกันคือการไม่พยายามสร้างโรงแรมที่ตัดขาดจากโลเคชัน ตรงกันข้าม หลายโปรเจกต์เลือกทำงานกับภูมิประเทศ อาคารเดิม วัสดุท้องถิ่น หรืองานคราฟต์ของพื้นที่ แล้วค่อยตีความใหม่ให้กลายเป็นโรงแรมร่วมสมัย

 

ปลายปีนี้ โรงแรมที่ได้รับเลือกบางแห่งจะได้รับ World Title เพิ่มเติมในหมวดงานออกแบบ Interior และ Exterior ก่อนถึงวันนั้น เราเลยชวนไปดูโรงแรมจากลิสต์ปี 2026 ว่าแต่ละแห่งใช้สถาปัตยกรรมและดีไซน์สร้างความรู้สึกของสถานที่ขึ้นมาอย่างไร

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 1

 

Splendido, A Belmond Hotel

 

Splendido ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนืออ่าว Portofino และใช้อาคารอดีตอาราม Benedictine จากศตวรรษที่ 16 เป็นที่ตั้ง โรงแรมแห่งนี้จึงมีทั้งความเก่าแก่และภาพจำแบบ Italian Riviera ติดตัวมาอยู่แล้ว

 

การรีโนเวตล่าสุดโดย Martin Brudnizki Design Studio ไม่ได้พยายามลบความเก่าของโรงแรมออก แต่เลือกเติมสี ลวดลาย และงานเพนต์ด้วยมือเข้าไปแบบพอดีๆ ทำให้พื้นที่ดูสดขึ้นโดยไม่เสียความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวมานาน

 

เสน่ห์อีกครึ่งอยู่ที่ทำเล เพราะสวนของโรงแรมไล่ลงไปตามเนินเขาสู่ Ligurian Sea ขณะที่ห้องพักและเทอร์เรซหลายจุดมองตรงไปยังอ่าว Portofino จนแทบแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรคือส่วนของดีไซน์ และอะไรคือวิวที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้

 

More info: https://www.belmond.com/en/hotels/europe/italy/splendido-portofino

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 2

 

Maison Mystique

 

หนึ่งเดียวจากประเทศไทยในลิสต์ปีนี้คือ Maison Mystique ที่เขาใหญ่ โรงแรมซึ่งเลือกเดินคนละทางกับรีสอร์ตธรรมชาติแบบ เพราะพื้นที่ถูกออกแบบให้เหมือนโลกสมมติที่ค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวออกมาตามเส้นทางที่เราเดิน

 

ทางเดินคดเคี้ยวพาไปยังห้องและมุมซ่อนต่างๆ ขณะที่ห้องสวีทแต่ละห้องมีธีมแตกต่างกัน ตั้งแต่ดาราศาสตร์ พฤกษศาสตร์ ไปจนถึงห้องสมุดเก่า ภายในใช้โถงสูง งานไม้เข้ม และแสงค่อนข้างนุ่มเพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความ Theatrical มากกว่าโรงแรมรีสอร์ตทั่วไป

 

ส่วนห้องอาหาร The Vivarium เปิดตรงเข้าสู่สวนที่ออกแบบให้มีลักษณะ Immersive และค่อนข้าง Dreamlike จึงทำให้ภาพรวมของ Maison Mystique อยู่กึ่งกลางระหว่าง Boutique Hotel กับฉากภาพยนตร์ขนาดใหญ่ และเป็นหนึ่งในโรงแรมของลิสต์ที่เลือกสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาชัดเจนที่สุด

 

More info: https://www.maisonmystiquehotel.com/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 3

 

Desert Rock

 

หนึ่งในโรงแรมที่เห็นภาพแล้วจำได้ทันที เพราะแทนที่จะสร้างอาคารขึ้นข้างภูเขา ที่นี่เลือกสร้างเข้าไปในภูเขาเลย ทั้งห้องพักและวิลล่าถูกวางอยู่ตามถ้ำ หน้าผา และช่องว่างของแนวหินใน Hijaz Mountains

 

ข้อดีไม่ได้มีแค่เรื่องภาพ เพราะตำแหน่งแบบนี้ยังช่วยให้แต่ละพื้นที่เย็นกว่าการสร้างอาคารกลางทะเลทรายตรงๆ และลดการรับแดดในช่วงกลางวันด้วย ทำให้บางมุมแทบกลืนไปกับภูเขาจนมองไม่ออกว่าเป็นส่วนหนึ่งของรีสอร์ต

 

ด้านในก็ไม่ได้พยายามทำให้หรูแบบตัดกับธรรมชาติ แต่ยังใช้หิน ผิวสัมผัสหยาบ และแสงที่ค่อนข้างน้อย เพื่อให้รู้สึกว่าพื้นที่ทั้งหมดต่อเนื่องมาจากภูเขาด้านนอกจริงๆ

 

More info: https://desertrock.sa/en/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 4

 

Kasbah d’If

 

Kasbah d’If ตั้งอยู่บริเวณขอบ Agafay Desert และสร้างขึ้นโดยยึดรูปแบบของ Kasbah ทางใต้ของโมร็อกโกเป็นหลัก ทั้งกำแพงหนา ป้อมมุมอาคาร และลวดลายแบบ Amazigh

 

สิ่งที่น่าสนใจคือรายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้ใส่มาเพื่อความสวยอย่างเดียว แต่ยังช่วยเรื่องอากาศด้วย ตัวอาคารใช้ดินอัดแน่นเป็นวัสดุหลัก ซึ่งช่วยควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้น ส่วนช่องเปิดขนาดเล็กก็ช่วยลดความร้อนและแสงแดดที่เข้ามาด้านใน

 

เพราะฉะนั้นเสน่ห์ของที่นี่จึงไม่ได้อยู่ที่การทำโรงแรมให้ดูโมร็อกโกเท่านั้น แต่เป็นการหยิบวิธีสร้างอาคารแบบดั้งเดิมกลับมาใช้จริง แล้วค่อยปรับให้เหมาะกับการเป็นโรงแรมในปัจจุบัน

 

More info: https://www.kasbahdif.com/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 5

 

La Fondation

 

ถ้าโรงแรมหรูในปารีสมักพาเราไปนึกถึง Haussmann Building หรืออาคารเก่าที่เต็มไปด้วย Ornament, La Fondation กลับเริ่มต้นจากโจทย์ตรงกันข้าม เพราะพื้นที่เดิมประกอบด้วยอาคารสำนักงานและโครงสร้างจากยุค 1960s รวมถึงลานจอดรถ ก่อนถูก PCA-STREAM เปลี่ยนให้กลายเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดราว 10,000 ตารางเมตรที่รวมโรงแรม ร้านอาหาร พื้นที่ทำงาน Wellness และพื้นที่สำหรับคนในย่านเข้าไว้ด้วยกัน

 

ภายในเป็นผลงานของ Roman & Williams สตูดิโอจากนิวยอร์กที่เลือกทำให้โครงสร้าง Modernist และคอนกรีตดูอบอุ่นขึ้นผ่านไม้ เฟอร์นิเจอร์สั่งทำ สี และงานศิลปะมากกว่าจะซ่อนคาแรกเตอร์ของอาคารเดิม ผลลัพธ์จึงไม่ได้มีความเป็น Parisian แบบที่เราคุ้นจากโรงแรมคลาสสิก แต่เป็นอีกภาพหนึ่งของปารีสร่วมสมัยที่มีทั้งความ Industrial และ Residential อยู่พร้อมกัน La Fondation

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ La Fondation ไม่ได้วางตัวเป็นโรงแรมสำหรับนักเดินทางอย่างเดียว แต่พยายามทำหน้าที่เหมือนพื้นที่ของย่าน Batignolles-Monceau ด้วย ทั้งร้านอาหาร Rooftop, Coworking, Spa, สระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร ไปจนถึง Climbing Wall จึงเป็นโรงแรมที่คำว่า Hospitality ถูกขยายออกไปไกลกว่าการมีห้องพักอยู่ในอาคารเดียว

 

More info: https://www.lafondationhotel.com/en/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 6

 

Hôtel Les Roches

 

Les Roches เปิดครั้งแรกตั้งแต่ 1930 และตั้งอยู่เกือบชิดแนวโขดหินริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของ Le Lavandou ดังนั้นโจทย์ของการปรับโรงแรมครั้งล่าสุดจึงไม่ใช่แค่ทำให้อาคารดูใหม่ แต่คือทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมอยู่กับแนวชายฝั่งที่มีอยู่เดิมได้ดีขึ้น

 

Jean-Baptiste Pietri เลือกใช้หิน Bormes คอนกรีตเสริมเส้นใย ทางเดินโลหะ และบันไดที่ค่อนข้างซ่อนตัวไปกับอาคาร เพื่อสร้างความต่อเนื่องระหว่างโรงแรมกับภูมิประเทศ ขณะเดียวกันกำแพงหนา ช่องเปิดที่ถูกควบคุม และการวางตำแหน่งหน้าต่างก็ช่วยรับมือกับแสงและความร้อน พร้อมเปิดมุมมองออกไปยังทะเลในตำแหน่งที่ตั้งใจไว้

 

ประวัติของโรงแรมก็เป็นอีกส่วนสำคัญ เพราะที่นี่เคยต้อนรับทั้ง Jean Cocteau, Christian Dior, Humphrey Bogart และ Lauren Bacall มาก่อน บรรยากาศเชิงศิลปะจึงถูกต่อยอดผ่านงานศิลป์ร่วมสมัยที่กระจายอยู่ตั้งแต่ล็อบบี้ไปจนถึง Rooftop Garden ทำให้ Les Roches เป็นโรงแรมที่พยายามเก็บทั้งภูมิประเทศและอดีตของตัวเองไว้พร้อมกัน

 

More info: https://www.hotellesroches.com/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 7

 

Naboa

 

แทนที่จะสร้างรีสอร์ตเป็นอาคารขนาดใหญ่เพียงก้อนเดียว Naboa เลือกกระจายอาคารขนาดเล็กออกไปตามผืนป่าใน Riviera Maya และใช้รูปแบบการเติบโตของชุมชน Mayan ดั้งเดิมมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการวางผัง

 

อาคารแต่ละหลังเชื่อมกันด้วยทางเดินกลางแจ้ง Courtyard ที่มีร่มเงา และพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดรับธรรมชาติ โดยระหว่างก่อสร้างมีการรักษาพืชเดิมบนพื้นที่เอาไว้ประมาณ 60% ทำให้หลายครั้งทางเดินต้องคดไปตามต้นไม้และแนวป่าที่มีอยู่ก่อนแล้ว

 

ห้องพักชั้นล่างสามารถเปิดออกสู่ป่าได้แทบทั้งหมด แม้แต่พื้นที่ห้องน้ำก็รายล้อมด้วยต้นไม้ ส่วนห้องด้านบนเปิดวิวเหนือ Canopy ขณะที่ Pergola ไม้และพื้นที่ส่วนกลางแบบ Porous ช่วยทำให้เส้นแบ่งระหว่าง Interior กับ Exterior เบาลงเรื่อยๆ จนธรรมชาติแทบกลายเป็นห้องหนึ่งของโรงแรม

 

More info: https://www.naboahotels.com/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 8

 

Orient Express La Minerva

 

Orient Express La Minerva ตั้งอยู่ใน Palazzo ศตวรรษที่ 17 ใกล้ Pantheon และความสนุกของที่นี่คือการนำสองโลกมาเจอกัน ระหว่างกรุงโรมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ กับภาพจำของ Orient Express ในยุคที่การเดินทางด้วยรถไฟเป็นเรื่องหรูหรา

 

ภายในจึงมีทั้งหินอ่อน งานไม้ขัดเงา และรายละเอียดเล็กๆ ที่ชวนให้นึกถึงตู้โดยสารรถไฟหรือยุค Grand Tour แต่ไม่ได้ทำจนกลายเป็นโรงแรมธีมรถไฟ ห้องพักกลับค่อนข้างเรียบ เพื่อปล่อยให้รายละเอียดของอาคารเก่ายังคงเป็นพระเอก

 

ตัวอาคารเองก็มีเรื่องเล่า เพราะนักเขียนอย่าง Stendhal และ Herman Melville เคยเข้าพักมาก่อน ส่วนด้านบนเป็น Rooftop Terrace ที่มองเห็นหลังคากระเบื้องของกรุงโรม รวมถึง Pantheon และมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ทำให้เมืองด้านนอกกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นไปนั่งบนดาดฟ้า

 

More info: https://www.orient-express.com/en/hotel/europe/italy/rome/la-minerva

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 9

 

Sir Prague

 

Sir Prague ตั้งอยู่ในอาคาร Neo-Renaissance ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1884 แต่แทนที่จะทำโรงแรมย้อนยุคตามสถาปัตยกรรมเดิม ที่นี่เลือกสร้างบทสนทนาระหว่างอาคารเก่ากับ Czech Cubism ซึ่งทำให้พื้นที่ดูแปลกและร่วมสมัยขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องลบของเดิมออกทั้งหมด

 

พื้นไม้ปาร์เกต์ ราวเหล็ก และบันไดประติมากรรมดั้งเดิมยังคงถูกเก็บไว้ ก่อนเติมเฟอร์นิเจอร์วินเทจ รูปทรงเรขาคณิตและเส้นสายที่ค่อนข้างเฉียบเข้าไปเป็นอีกชั้นหนึ่งของพื้นที่ ขณะเดียวกันโลเคชันของโรงแรมก็อยู่ใกล้ทั้ง National Theatre และ Dancing House ของ Frank Gehry ทำให้ตัวอาคารกลายเป็นส่วนหนึ่งของย่านที่มีสถาปัตยกรรมหลากหลายยุคอยู่แล้ว

 

อีกชั้นของเรื่องเล่าคือการอ้างอิงถึง Princess Libuše ตัวละครในตำนานผู้ก่อตั้งกรุงปราก ซึ่งถูกใส่ไว้แบบไม่ตรงไปตรงมานัก ทำให้บรรยากาศของโรงแรมมีความ Surreal เล็กๆ และต่างจากภาพโรงแรมหรูคลาสสิกที่มักพบได้ทั่วไปในเมือง

 

More info: https://www.sirhotels.com/en/prague/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 10

 

Chiemgauhof Lakeside Retreat

 

Chiemgauhof Lakeside Retreat ตั้งอยู่ริม Lake Chiemsee ทางตอนใต้ของเยอรมนี และความน่าสนใจคือโรงแรมไม่ได้พยายามทำตัวให้เด่นกว่าวิวรอบข้างเลย ตัวอาคารค่อนข้างเรียบ ใช้เส้นสายที่ทันสมัย แต่ยังมีกลิ่นอายของบ้านในแถบบาวาเรียอยู่พอสมควร

 

ภายในโรงแรมใช้วัสดุธรรมชาติเป็นหลัก ทั้งไม้โอ๊ก หิน และไม้ Larch สีอ่อนๆ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้น ขณะที่กระจกบานใหญ่เปิดให้เห็นทะเลสาบแทบตลอดเวลา เหมือนตั้งใจให้วิวด้านนอกเป็นส่วนหนึ่งของห้องมากกว่าจะใช้ของตกแต่งเข้ามาแย่งความสนใจ

 

อีกอย่างที่ชอบคือรายละเอียดหลายชิ้นยังมาจากงานคราฟต์ในพื้นที่ ตั้งแต่กระเบื้องเตาผิงไปจนถึงพรมทอ ทำให้ความเป็น Local ของที่นี่ไม่ได้มาแบบจัดเต็มหรือเป็นธีม แต่ค่อยๆ ซ่อนอยู่ในรายละเอียดแทน

 

More info: https://www.chiemgauhof.com/en/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 11

 

The ArcadiaPlace, Lugu Lake

 

บนพื้นที่สูงเหนือทะเลสาบ Lugu Lake ในมณฑลเสฉวน The ArcadiaPlace ตั้งอยู่ติดกับหมู่บ้านโบราณของชาว Mosuo สองแห่ง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังคงมีโครงสร้างสังคมแบบสืบสายทางผู้หญิงหลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลก ทำให้บริบทของโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงวิวภูเขาและทะเลสาบ แต่ยังอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์มาก

 

ตัวอาคารเลือกใช้เส้นโค้งที่อ้างอิงรูปทรงของภูเขารอบทะเลสาบ ขณะที่หน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานและเทอร์เรซเปิดกว้างทำให้ภูมิประเทศด้านนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แทบตลอดเวลา ภายในหยิบเฉดสีจากทะเลสาบมาใช้ ตั้งแต่อ่างอาบน้ำสี Jade เซรามิกทำมือ ไปจนถึงโทนสีที่ค่อนข้างนิ่งและไม่แย่งความสนใจจากวิว

 

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือโรงแรมไม่ได้มีภาพเดียวตลอดทั้งปี เพราะบรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตั้งแต่หมอกที่ปกคลุมทะเลสาบในฤดูหนาวไปจนถึงดอกไม้ป่าในหน้าร้อน โดยมีสระ Infinity Pool ที่เรียกว่า Eye of the Sky เป็นหนึ่งในจุดที่เปิดวิวออกไปยังทะเลสาบและแนวเขาโดยรอบมากที่สุด

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 12

 

Soori Penang

 

การสร้างโรงแรมใหม่ใน George Town เมืองที่เต็มไปด้วยอาคาร Heritage อาจทำได้ง่ายด้วยการสร้างอะไรที่แตกต่างออกไป แต่ Soori Penang เลือกใช้ตึกแถวเก่า 15 หลังที่ตั้งอยู่ติดกับ Khoo Kongsi มารวมและปรับเป็นโรงแรมแทน

 

สถาปนิก Soo K. Chan ซึ่งเติบโตมากับพื้นที่นี้นำความทรงจำในวัยเด็กมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ โดยเก็บทั้ง Rhythm และ Scale ของ Streetscape เดิมเอาไว้ ก่อนปรับพื้นที่ด้านในให้สงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น วัสดุอย่าง Lime Plaster หิน ไม้ และบรอนซ์ถูกเลือกมาใช้เพื่อช่วยรับมือกับสภาพอากาศร้อนชื้น ขณะที่ของบางอย่างอย่างหินโม่ข้าวเก่าก็ถูกเปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำพุภายในโรงแรม

 

อีกประสบการณ์ที่น่าสนใจคือแขกของโรงแรมสามารถเข้าไปยัง Courtyard ของ Khoo Kongsi ที่อยู่ติดกันหลังเวลาปิดปกติได้ ทำให้มีโอกาสเห็นพื้นที่ Heritage แห่งนี้ใต้แสงโคมในช่วงที่นักท่องเที่ยวทั่วไปออกไปหมดแล้ว และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโรงแรมกับย่านเก่าไม่ได้หยุดอยู่แค่การยืมสไตล์สถาปัตยกรรมมาใช้

 

More info: https://sooripenang.com/

 

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 13

 

The Silk Lakehouse, Shangri-La Hangzhou

 

แทนที่จะรีโนเวตโรงแรมริม West Lake ให้ดูใหม่และหรูขึ้น The Silk Lakehouse เลือกเดินอีกทางด้วยการหยิบบรรยากาศของบ้านพ่อค้าในภูมิภาค Jiangnan มาเป็นจุดตั้งต้น และพยายามทำให้โรงแรมรู้สึกเหมือนบ้านที่อยู่กับทะเลสาบมานาน มากกว่าจะเป็นโรงแรมร่วมสมัยที่ถูกนำมาตั้งภายหลัง

 

การปรับอาคารถึงขั้นรื้อบางส่วนของโครงสร้างเดิมออก เพื่อไม่ให้บดบัง Skyline และบรรยากาศทางประวัติศาสตร์ของ West Lake ขณะที่อินทีเรียร์ผสมทั้งงานไม้เคลือบแบบจีน ผ้าและเฟอร์นิเจอร์ที่มีรายละเอียดค่อนข้างแน่น เข้ากับอิทธิพลการตกแต่งแบบยุโรป

 

ช่องเปิดขนาดใหญ่ทั่วอาคารถูกจัดวางให้ทำหน้าที่เหมือนกรอบภาพที่ดึงสายตาออกไปยังทะเลสาบ ทำให้แม้อินทีเรียร์จะมีรายละเอียดมาก แต่ West Lake ยังคงเป็นพระเอกของพื้นที่ และช่วยเชื่อมโรงแรมกลับไปยังประวัติศาสตร์เรื่องผ้าไหม บทกวี และวัฒนธรรมการออกแบบภูมิทัศน์ของหางโจวอย่างชัดเจน

 

More info: https://www.shangri-la.com/hangzhou/shangrila/thesilklakehouse/

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 14

 

The Telegraph Hotel

 

ก่อนจะกลายมาเป็นโรงแรม ที่นี่เคยเป็นสำนักงานใหญ่ด้านการสื่อสารในยุคสหภาพโซเวียตมาก่อน และ The Telegraph Hotel ก็ไม่ได้พยายามซ่อนอดีตนั้น เพราะทั้งโถงขนาดใหญ่ เพดาน Coffered และฟาซาดอันหนักแน่นของอาคารเดิมยังคงอยู่

 

สิ่งที่ถูกเติมเข้ามาคือแนวคิดที่มองโรงแรมเหมือน “เมืองขนาดย่อม” ทางเดินภายในจึงถูกออกแบบให้ชวนให้นึกถึงตรอกแคบๆ ของ Tbilisi ส่วนระเบียงส่วนกลางก็นำคาแรกเตอร์จากอาคารอพาร์ตเมนต์เก่าของจอร์เจียมาตีความใหม่

 

ห้องอาหาร บาร์ ห้องสมุด และพื้นที่ส่วนกลางหลายส่วนถูกจัดให้เปิดเข้าสู่ พื้นที่ตรงกลางซึ่งทำหน้าที่คล้ายจัตุรัสของเมือง ผลลัพธ์จึงไม่เหมือนโรงแรมที่พยายามสร้างโลกส่วนตัวแยกจากเมือง แต่เหมือนนำโครงสร้างและชีวิตบางส่วนของ Tbilisi เข้ามาย่อไว้ภายในอาคารเดียว

 

More info: https://telegraphhotel.com/

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 15

 

Villa Dubrovnik

 

Villa Dubrovnik ตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล Adriatic และมองตรงไปยังเมืองเก่าของ Dubrovnik ตัวโรงแรมสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1961 ก่อนจะผ่านการออกแบบครั้งใหญ่โดย Studio Arthur Casas ซึ่งเลือกไม่ทำให้อินทีเรียร์แข่งกับวิวด้านนอกมากเกินไป

 

วัสดุอย่างหิน Limestone ไม้โอ๊ก ปูน Stucco และโทนสีธรรมชาติถูกนำมาใช้เป็นหลัก โดยแทบไม่มีการตกแต่งที่หวือหวา รายละเอียดเล็กๆ อย่างแผ่นประตูตู้เจาะรูยังอ้างอิงกลับไปยังงานลูกไม้แบบดั้งเดิมของโครเอเชีย ทำให้กลิ่นอายท้องถิ่นยังอยู่ในพื้นที่โดยไม่ต้องใช้ Ornament แบบตรงตัว

 

จุดสำคัญที่สุดกลับเป็นตำแหน่งของโรงแรมที่อยู่ติดน้ำมากจนทะเลกลายเป็นสิ่งที่รับรู้ได้แทบตลอดเวลา ตั้งแต่วิวจากเทอร์เรซไปจนถึงเสียงคลื่นด้านล่าง

 

More info: https://www.villa-dubrovnik.hr/

 

ภาพรวมโรงแรมดีไซน์สวยระดับโลก 16 แห่งที่ได้รับเลือกจาก Prix Versailles 16

 

The Oberoi Rajgarh Palace

 

The Oberoi Rajgarh Palace เริ่มต้นจากป้อมปราการอายุกว่า 350 ปีที่ตั้งอยู่ใกล้ Panna National Park ท่ามกลางป่า ทะเลสาบ และแนวเขา การบูรณะจึงให้ความสำคัญกับการรักษางานคราฟต์และคาแรกเตอร์ของอาคารเดิม มากกว่าทำให้ทั้งหมดดูใหม่เหมือนรีสอร์ตที่สร้างขึ้นจากศูนย์

 

หนึ่งในองค์ประกอบที่พบได้ทั่วพื้นที่คือน้ำ ตั้งแต่ Reflecting Pool ร่องน้ำ ไปจนถึง Courtyard ที่มีร่มเงา ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่แค่สร้างความสวย แต่ช่วยลดอุณหภูมิให้พื้นที่รอบอาคารตามวิธีการออกแบบแบบดั้งเดิม

 

ภายในใช้ทั้งงานแกะสลัก ผ้าทอ และเฟอร์นิเจอร์ทำมือเพื่ออ้างอิงกลับไปยังประวัติศาสตร์ของราชสำนักอินเดียตอนกลาง ขณะที่ทางเดินเปิดและเทอร์เรซขนาดใหญ่ยังคงเปิดวิวออกไปยังภูมิประเทศด้านนอก ทำให้ความหรูของที่นี่ไม่ได้อยู่ที่การใส่รายละเอียดให้มากที่สุด แต่เป็นการปล่อยให้อาคารเก่าและธรรมชาติทำงานร่วมกัน

 

More info: https://www.oberoihotels.com/hotels-in-khajuraho-rajgarh-palace-resort/

 

 

ภาพ: Courtesy of Hotels

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories