×

สภาผู้ชมผู้ฟังฯ Thai PBS ร้องเรียน สส.-สว. ค้านแก้กฎหมายแหล่งเงิน กังวลสื่อสาธารณะไม่เป็นอิสระ

โดย THE STANDARD TEAM
07.10.2026
  • LOADING...
ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว.

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รับหนังสือจากสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS เพื่อคัดค้านแนวทางการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนองค์กร โดยแสดงความกังวลว่าอาจกระทบต่อความเป็นอิสระจากการแทรกแซงของรัฐและทุน พร้อมเตรียมบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระการพิจารณา ขณะเดียวกันกรรมาธิการชี้ว่า Thai PBS จำเป็นต้องรับฟังข้อวิจารณ์เพื่อปรับปรุงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณควบคู่ไปด้วย

ดูภาพข่าว 

ตัวแทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS ยืนยันว่า การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องหลักการของสื่อสาธารณะ ไม่ใช่การปกป้องตัวองค์กร Thai PBS โดยเฉพาะ พร้อมยอมรับว่า Thai PBS จำเป็นต้องปรับปรุงเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ แต่เห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรแยกออกจากหลักการเรื่องความเป็นอิสระ และไม่ควรนำข้อกังวลด้านวินัยการเงินการคลังมาเป็นข้ออ้างในการลดทอนความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ

 

ภคมน หนุนอนันต์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือจากตัวแทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการ Thai PBS และเครือข่ายเพื่อนสื่อสาธารณะ กรณีคัดค้านแนวทางการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับแหล่งเงินสนับสนุน โดยระบุว่าจะบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาของคณะกรรมาธิการในวันที่ 22 ตุลาคมนี้

 

ภคมน ยืนยันหลักการว่าสื่อต้องมีสิทธิเสรีภาพ และประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะ พร้อมตั้งคำถามถึงความพยายามในการอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังเพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนของ Thai PBS ว่ามีจุดประสงค์ที่แท้จริงเพื่อสิ่งใด อย่างไรก็ตาม

 

ภคมนยอมรับว่าที่ผ่านมาเมื่อ Thai PBS เข้ารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ องค์กรจึงควรใช้โอกาสนี้ปรับปรุงการทำงาน เพื่อยืนยันความจำเป็นในการเป็นสื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ ภคมนเสนอว่ากลไกสภาผู้ชมและผู้ฟังเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ พรรคประชาชนจึงมีแนวคิดเตรียมเสนอร่างกฎหมายประกบ เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เปิดทางให้ Thai PBS สามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาและฟุตเทจข่าวสำคัญขององค์กรได้

 

โดยย้ำว่า กมธ. ต้องการพิจารณาถึงอนาคตของสื่อสาธารณะ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาความเป็นอิสระ ไม่ให้ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมืองไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด

 

ด้าน ชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษกคณะกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตถึงการให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินของ Thai PBS จากภาษีสรรพสามิตมาเป็นงบประมาณจากรัฐโดยตรงเพื่อนำเข้าสู่ระบบให้ตรวจสอบได้ ว่ายังเป็นประเด็นที่ต้องตั้งคำถาม เนื่องจากประสบการณ์การทำงานของ กมธ. ที่ผ่านมา พบว่าผู้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองมักไม่เข้ามาชี้แจงด้วยตนเอง และส่งตัวแทนที่ตอบคำถามได้ไม่ครบถ้วนมาชี้แจงแทน การเปลี่ยนแหล่งเงินจึงควรระบุเหตุผลให้ชัดเจนว่ามีเป้าหมายเพื่อความโปร่งใสจริง หรือมีเจตนาเพื่อควบคุมสื่อสาธารณะ

 

ขณะที่ นรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ซึ่งออกมารับหนังสือเช่นเดียวกัน ระบุว่าจะเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการโดยเร็ว และจะตรวจสอบระเบียบวาระเพื่อกำหนดวันต่อไป

 

นรเศรษฐ์ กล่าวว่าต้องกลับมาพิจารณาหลักการว่าประเทศยังจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะหรือไม่ โดย Thai PBS ถูกออกแบบมาให้มีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองและกลุ่มทุน การใช้แหล่งเงินจากภาษีเฉพาะทำให้องค์กรไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการโฆษณา การอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังเพื่อแก้ไขแหล่งเงินจึงต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าเป็นเหตุผลหลักหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันองค์กรมีกระบวนการตรวจสอบและต้องรายงานต่อรัฐสภาอยู่แล้ว

 

พร้อมชี้ว่าการนำเข้าสู่ระบบงบประมาณไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาการทุจริตได้ทั้งหมด หากกังวลเรื่องการตรวจสอบก็สามารถออกแบบกลไกให้เข้มแข็งขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแหล่งเงินจนกระทบความเป็นอิสระ

 

ด้าน เทวฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาสังคมคาดหวังและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ Thai PBS มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องความสมดุลในการนำเสนอเนื้อหาท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ตลอดจนประเด็นด้านโครงสร้างบุคลากรและการบริหารจัดการที่ควรได้รับการปรับปรุง แต่กระบวนการปฏิรูปดังกล่าวควรให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม เครือข่าย และสภาผู้ชมผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วม

 

เทวฤทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการอ้างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาเป็นเหตุผลประกอบการแก้ไขกฎหมายว่า ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอโดยพรรคการเมือง ไม่ใช่กระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าภาพหลัก จึงต้องพิจารณาว่าการแก้ไขกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อการปฏิรูปให้ตอบโจทย์การเป็นสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง หรือมีประเด็นทางการเมืองอื่นประกอบด้วย

 

 

ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว. 1ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว. 2ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว. 3ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว. 4ตัวแทนสภาผู้ชมผู้ฟัง Thai PBS ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายแหล่งเงินสนับสนุนต่อ สส. และ สว. 5

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising