×

‘ทนายวิญญัติ’ ขอศาลคุ้มครองชั่วคราวคดีภาษีทักษิณ ถามรัฐเคยยึดไปแล้ว 4.6 หมื่นล้าน จะเอาอีก 1.7 หมื่นล้าน หวั่นถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ศาลนัดฟังคำสั่ง 16 พ.ย. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
07.10.2026
  • LOADING...
วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้(7 ตุลาคม) วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ภายหลัง ทักษิณขึ้นเบิกความไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีเป็นโจทก์ ฟ้องกรมสรรพากรยึด และอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อน เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ในปี 2549 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วันที่ 14 ส.ค. 2568 ที่วินิจฉัยสรุปว่าการประเมินภาษีโดยกรมสรรพากรชอบแล้ว โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

 

วิญญัติ ระบุว่า เบื้องต้นเป็นการรักษาการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันนี้ พยานที่เรานําขึ้นเบิกความต่อศาลมี 2 ปาก คือ โจทก์ทักษิณ และพยานอดีตข้าราชการกรมสรรพากร ส่วนฝ่ายจําเลย เป็นเจ้าหน้าที่ 2 ปากด้านภาษีของกรมสรรพากร ซึ่งศาลนัดฟังคําสั่งของคุ้มครองชั่วคราว ว่าจะเห็นเห็นอย่างไร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00 น.

 

วิญญัติ อธิบายว่า เราเปิดคดีนี้ เพื่อขอวางกรอบประเด็นข้อพิพาทใหม่ จากประเด็นเดิม ซึ่งเหตุผลที่ต้องย้ำเรื่องนี้ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตจากหลายคน ที่ให้ความเห็นทางกฎหมาย รวมถึงอัยการเอง ว่าเราดำเนินการฟ้องซ้ำกับประเด็นเดิมที่ศาลฎีกาภาษีอากรพิพากษา กลับ 2 ศาลชั้นต้นเมื่อปีที่แล้วไป

 

ศาลภาษีอากรวินิจฉัยการประเมินกรมสรรพากรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีการประเมินเท่านั้น เนื่องจากมีข้อโต้แย้งว่า การประเมินไม่มีกระบวนการออกหมายเรียก ประเมินโดยไม่ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรก็ดี หรือการประเมินดำเนินการโดยการละเลยระเบียบข้อปฏิบัติบางประการ

 

แม้สุดท้ายวินิจฉัยว่า ประเมินชอบ แต่การประเมินนั้น ไม่ได้บอกว่า ต้องมาบังคับหนี้ หรืออย่างไร กรมสรรพากรนําคําพิพากษานั้น มาเร่งรัดยึดอายัดทรัพย์ทักษิณไปรวม 90 ล้านบาท ซึ่งในนั้นมีรถอยู่ด้วย โดยเป็นรถกันกระสุน 2 คัน ที่สั่งผลิตพิเศษ

 

ดังนั้น ความจําเป็นเหล่านี้ เราเห็นว่า เงินที่ท่านถูกอายัดในครั้งหลัง แท้จริงแล้วเป็นเงินได้ทางรัฐยึดและจัดเก็บไว้แล้วเมื่อหลายปีก่อน 46,000 ล้านบาท ถูกเอาเงินได้พึงประเมิน หรือเงินจากการขายหุ้นที่ถูกยึดไปแล้วในคดีนี้ ยึดเข้าคลังไปแล้ว รัฐได้ประโยชน์แล้ว เอาเข้ากระเป๋าเขาไปแล้ว แต่กรมสรรพากรอ้างว่า ตัวเองไม่จัดเก็บนั้น เป็นธรรมกับอดีตนายกฯ ทักษิณหรือไม่

 

วิญญัติ กล่าวว่า การอายัดครั้งหลัง เอาเงินได้ที่ไม่มีอยู่แล้ว ถูกจัดเก็บเข้าไปแล้ว พวกท่านเอาไปทำอะไร เคยชี้แจงหรือไม่ จะบอกว่ากรมบัญชีกลางได้รับเงินไปครบแล้ว สรรพากรไม่ได้รับเงินอย่างนี้หรือ กระทรวงการคลังคือหน่วยงานเดียวกันใช่หรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่เรานำมาสื่อสารในคดีนี้ ขอย้ำว่า วันนี้พิจารณาเพียงว่า มีเหตุ เหตุสมควรที่จะให้คุ้มครองชั่วคราว ระหว่างก่อนพิพากษาหรือไม่ การขอคุ้มครองของเรา ไม่ได้ขอเพิกถอนคำสั่งอายัด เพราะอยู่ในประเด็นพิจารณาคดี ที่จะศาลจะวินิจฉัยเป็นคำพิพากษา

 

“แต่ประเด็นวันนี้ คือเงินอายัดโอนเข้ากระทรวงการคลัง ทั้ง 90 ล้านบาท อายัดไว้ให้อยู่ในบัญชี มีดอกเบี้ยดอกผลขึ้นก็ทำได้ ท่านโอนเงินไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว แม้บอกว่าอายัดทางทะเบียนเรื่องรถยนต์ ก็ยังใช้ได้อยู่ แต่พวกท่านชอบทำตามกระแสหรือไม่ ถ้าวันไหนวันหนึ่งบอกว่า ต้องเอารถไปขายยึดอายัดทรัพย์ทุกอย่าง ขายทอดตลาด ถ้าวันใดที่ท่านชนะคดีขึ้นมา หรือคำพิพากษาเป็นคุณต่อท่าน กรมสรรพากรที่เป็นหน่วยงานจริยธรรมภาษี จะรับผิดชอบอย่างไร นี่จะคําถามตัวโต ๆ กรอบคุณธรรมจัดเก็บภาษีควรมีหรือไม่ อ้างว่าต้องจัดเก็บภาษี แต่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ที่ต้องเก็บภาษีอย่างเป็นธรรมหรือไม่” วิญญัติ กล่าว

 

วิญญัติ ยังกล่าวถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัดเพิ่มเติม คือบัญชี 90 ล้านบาท รถยนต์ 5 คัน ในนั้นมีรถกันกระสุน 2 คัน โดยท่านทักษิณก็เบิกความต่อศาลชัดเจนว่า รถการกระสุนนั้นช่วยชีวิตท่านมาหลายครั้ง เมื่อท่านถูกลอบสังหารในอดีต แต่ลอบสังหารจากใครอย่างไร พวกท่านลองสืบค้นดู อดีตนายกฯ มีคนเดียวที่ถูกลอบสังหารถึง 4 ครั้ง รถกันระสุนจึงมีความสําคัญ มีความจําเป็นอย่างยิ่งยวด ต่อการดํารงชีพของท่านชีวิตของท่าน ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีใครคุ้มครองท่านได้ ท่านต้องดูแลตัวเอง และยังมีที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมกับน้องสาวที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

 

วิญญัติ มองว่า แม้จะมีการถอนคําสั่งขายทอดตลาด แต่ยังมีโอกาสที่จะขายทอดตลาดได้ เนื่องจากกระบวนการของสรรพากร ยังดําเนินอยู่ จึงเห็นว่า สรรพากรพวกท่านเคยไปทวง เคยไปคิดบัญชีกับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกันหรือไม่ เคยถามหรือไม่ว่า เงินได้ที่ได้จากการขายหุ้นตามคําพิพากษาของศาลฎีกาทั้ง 2 ศาลนั้นไปไหน หรือถูกใช้เป็นประโยชน์กับรัฐอย่างไร

 

เมื่อถามว่าคําสั่งคุ้มครองครอบคลุมถึงการถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายด้วยหรือไม่ วิญญัติ กล่าวว่า นั่นคือมาตรการที่อธิบดีคนก่อน พยายามที่จะกระตือรือร้นดําเนินการ ว่าหากไม่จ่ายต้องฟ้องล้มละลาย แต่เป็นเรื่องในอนาคต กระบวนการที่เราโต้เถียงนั้น มีหนี้ภาษีค้างอยู่จริงหรือไม่ พวกท่านก็ต้องชะลอไว้ ยังมีเวลา การรีบดําเนินการเร่งรัดอายัดขู่ฟ้องล้มละลาย เราต้องไปต่อสู้กัน แบบพวกท่านจะรีบทําเพื่อ

 

วิญญัติ ย้ำว่า เงิน 5,800 ล้านบาท กับ 46,000 ล้านบาทนั้น ท่านไม่มีหน้าที่เอาเงิน 90 ล้านบาท หรือ 15,000 ล้านบาทมาจ่ายด้วยซ้ำ ดังนั้น การสั่งอายัดล่าสุด คือ 17,000 ล้านบาท ที่มาจาก 58,000 ล้านบาท ซึ่งอ้างว่าท่านต้องเสียภาษีจากรายได้การขายหุ้น และมีการคิดเบี้ยปรับนั้น กฎหมายกําหนดว่า ไม่เกิน 1 เท่า 5,800 ล้านบาท สองครั้งคูณกันไป และยังมีเรียกเงินเพิ่มอีก 5,800 ล้านบาท รวมกัน 3 ยอด เป็น 17,000 ล้านบาท แต่แม้ว่าจะรวมกัน 1 ยอดหรือ 3 ยอด ทุกก้อนล้วนมาจากวันที่ศาลยึดไป โดยกรมสรรพากรพยายามต่อสู้ว่า เป็นคนละตัวกัน การจัดเก็บถูกคิดในคดีร่ํารวยผิดปกติคนละส่วนกัน

 

“เราจึงย้อนถามว่า เป็นเงินได้ ก้อนเดียวกันหรือไม่ จัดเก็บไว้แล้ว ยังให้ผู้เสียภาษีคนหนึ่งมาจ่ายอีกหรือ เงินไม่ใช่น้อย ๆ ไม่ใช่ 17,000 บาท แต่เป็น 17,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในก้อน 46,000 ล้านบาท ถ้าไม่ใช่ออกมาปฏิเสธ กระทรวงการคลังออกมาปฏิเสธได้เลย ผมมีหลักฐานว่า กระทรวงการคลังยึดไปแล้ว” วิญญัติ ยืนยัน

 

วิญญัติ กล่าวถึงการพิจารณาคดีหลัก ว่าเข้าสู่กระบวนการอัยการขอขยายยื่นคําให้การอีกครั้ง

 

เนื่องจากอ้างว่าคดีนี้ซ้ำซ้อน ต้องรื้อค้นคําพิพากษาเก่า ๆ ก็เป็นสิทธิ ที่เราไม่คัดค้าน แม้ขยายครั้งที่สามแล้ว เขาขอไว้ถึง 9 ตุลาคม 2569 ศาลจึงนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 21 ธันวาคม 2569 และก่อนหน้านั้น จะเป็นการนัดฟังคําสั่งชั่วคราวก่อน

 

สำหรับเรื่องผลไม้พิษ ที่ทักษิณเบิกความนั้น พยายามสื่อถึงอะไร วิญญัติ ชี้ว่า เป็นทฤษฎีกฎหมาย อุปมาทางกฎหมาย เรื่องผลไม้พิษ ขั้นตอนอายัด ผลไม้พิษของต้นไม้พิษ ท่านถูกอายัดยึดทรัพย์ ดำเนินคดี จากคณะยึดอำนาจ 2 คณะอย่างน้อย ๆ คณะที่ถูกแต่งตั้ง ถูกกลุ่มบุคคลที่มาจากอำนาจดังกล่าว ล้วนแต่เป็นผลไม้พิษ

 

“ท่านถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมแบบนี้ พวกท่านเห็นว่า ท่านควรได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ อยากเข้าสู่การปรองดองสมัครสมาน ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง แล้วทำไมถึงไม่มองสิ่งที่ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมมาตลอด ท่านควรได้รับบ้าง วันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ผลไม้พิษส่งผลมาหาท่าน พิษอย่างเดียวไม่พอ เอาผลไม้ไปแล้ว ยังให้ท่านหาผลไม้จากที่อื่นมา เอาชัดๆ ไม่เป็นไร เราไม่ไปต่อว่า หรือโต้แย้งกระบวนการในศาล เรากําลังบอกว่า กระบวนการที่เกิดขึ้น เป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ เมื่อไม่เป็น หรือเห็นว่าเป็นปัญหา เช่น กฎหมายที่กําลังออก พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคม สันติสุข ออกมาเพื่ออะไร ก็เป็นสิ่งที่ควรจะพิจารณาด้วย ประเทศชาติอยู่ในความขัดแย้งมาตลอด” วิญญัติ ทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising