×

พม. ตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกาญจนบุรี หลังภาพรั้วลวดหนาม-กรงเหล็กข้างเตียง เตรียมทบทวนมาตรฐานทั่วประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
07.10.2026
  • LOADING...
ภาพรั้วลวดหนามและกรงเหล็กข้างเตียงภายในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่กาญจนบุรี

วานนี้ (6 ตุลาคม) นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบหมายให้ ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดกาญจนบุรี และกรมกิจการผู้สูงอายุ ลงพื้นที่ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรฐานการดูแลของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแห่งหนึ่ง พร้อมประเมินสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุและผู้รับบริการเป็นรายบุคคล

 

นิกรกล่าวว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งดังกล่าว ซึ่งปรากฏภาพรั้วเหล็กและลวดหนามบริเวณโดยรอบ รวมถึงอุปกรณ์ลักษณะคล้ายกรงเหล็กบริเวณเตียงของผู้สูงอายุและผู้รับบริการบางราย ตนรู้สึกสะเทือนใจและมีความกังวลอย่างยิ่งต่อภาพและข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อ โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้คือความปลอดภัย สวัสดิภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้สูงอายุและผู้รับบริการทุกคน

 

สำหรับบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมกิจการผู้สูงอายุมีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิและจัดสวัสดิการสังคมให้ผู้สูงอายุ รวมถึงช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ขณะที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานและการอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

 

นิกรกล่าวต่อว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ศูนย์ดังกล่าวดำเนินกิจการในนามบริษัทเอกชน ให้บริการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง และมีชื่อปรากฏในรายชื่อกิจการที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยระบุวันที่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564

 

อย่างไรก็ตาม การได้รับใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าการกำกับดูแลจะสิ้นสุดลง ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่ต้องรักษามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมและรูปแบบการดูแลให้เหมาะสมกับสภาวะของผู้รับบริการแต่ละราย

 

นิกรกล่าวว่า กรณีนี้ต้องไม่จบเพียงการตรวจสอบสถานประกอบการแห่งเดียว แต่ต้องนำไปสู่การทบทวนระบบกำกับดูแลสถานดูแลผู้สูงอายุทั้งประเทศ เพื่อให้ผู้สูงอายุและครอบครัวมั่นใจว่า ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลของภาครัฐหรือภาคเอกชน จะต้องได้รับการดูแลอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี

 

สำหรับมาตรการระยะสั้น กระทรวง พม. จะนำกรณีดังกล่าวและประเด็นมาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) เพื่อทบทวนระบบกำกับ ติดตาม และตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะสถานดูแลที่รับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง สมองเสื่อม หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งต้องมีการดูแลเฉพาะบุคคลและมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยไม่จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพเกินความจำเป็น

 

ส่วนมาตรการระยะยาว กระทรวง พม. เตรียมพัฒนาต่อยอดระบบ “นิรันดร์ (Nirun)” โดยนำเทคโนโลยีระบบติดตามการดูแลผู้สูงอายุมาใช้สนับสนุนการติดตามสถานดูแลผู้สูงอายุภาคเอกชน และนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจติดตาม เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุได้อย่างรวดเร็ว

 

นิกรกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. พร้อมประสานนักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ และทีมสหวิชาชีพ เข้าให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และดูแลสวัสดิภาพของผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนร่วมเฝ้าระวัง หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ การทอดทิ้ง การใช้ความรุนแรง หรือการดูแลผู้สูงอายุที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ผ่านสายด่วน พม. 1300 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นิกรกล่าวย้ำว่า เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงให้สถานดูแลมีใบอนุญาต แต่ต้องทำให้ผู้สูงอายุทุกคนที่อยู่ภายในได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ การมีใบอนุญาตต้องมาคู่กับมาตรฐาน และมาตรฐานต้องตรวจสอบได้ ผู้สูงอายุไม่ว่าจะมีภาวะพึ่งพิง สมองเสื่อม หรือมีปัญหาสุขภาพจิต ก็ยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิ มีศักดิ์ศรี และต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising