วันนี้ (5 ตุลาคม) กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เดินหน้าบริหารจัดการน้ำให้สอดรับกับสภาพอากาศ เผยลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำเป็นต้องคงการระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำหน้าเขื่อนรองรับฝนระลอกใหม่ ขณะที่ลุ่มน้ำบางปะกงเร่งระดมสรรพกำลังเสริมคันดินป้องกันน้ำล้นตลิ่ง มั่นใจสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
วรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จากข้อมูลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ช่วงวันที่ 5-13 ตุลาคมนี้ ปริมาณฝนจะน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่ประเมินว่าสถานการณ์จะค่อยๆ คลี่คลายลงหลังวันที่ 11-13 ตุลาคม
สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือเขื่อนรวมกับมวลน้ำสมทบจากแม่น้ำสแกกรังและพื้นที่ข้างเคียง ส่งผลให้มีน้ำไหลลงสู่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาสูงถึง 3,074 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนไว้ในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดระดับน้ำหน้าเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณฝนใหม่ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการระบายเกินอัตราดังกล่าว และแนวโน้มการระบายน้ำจะทยอยลดลงตามลำดับหลังวันที่ 10 ตุลาคมเป็นต้นไป
ขณะที่ลุ่มน้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำเต็มความจุ จึงต้องระบายน้ำในอัตรา 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ โดยควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระราม 6 ให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ด้านลุ่มน้ำบางปะกง สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมวลน้ำจากเขาใหญ่และแม่น้ำนครนายกได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ฝั่งขวาในเขตอำเภอเมือง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมเครื่องจักรทำคันดินป้องกันบริเวณสถานีสูบน้ำบางขนาก ซึ่งมีจุดที่น้ำล้นข้ามคันกั้นน้ำยาวประมาณ 6 กิโลเมตร โดยดำเนินการเสริมคันดินไปแล้วกว่า 1 กิโลเมตร
ส่วนพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมทั้งเครื่องจักร เครื่องมือ พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ กรมชลประทานประเมินว่าสถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและลุ่มน้ำบางปะกง จะสามารถลดการระบายน้ำและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศและปริมาณฝนยังคงมีความแปรปรวนในระยะนี้


