×

บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ – จาก ซอฟต์แวร์บัก สู่ชัยชนะของ เวอร์สแตพเพน ในเรซที่อาจวุ่นวายที่สุดของปี

05.10.2026
  • LOADING...
แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน บนโพเดียมหลังคว้าชัยชนะ บาห์เรน กรังด์ปรีซ์

บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ใน มาเลเซีย – จาก ซอฟแวร์บัก สู่ชักชนะของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในเรซที่อาจวุ่นวายที่สุดของปี

 

 
 

F1 กลับมาที่ เซปัง อินเตอรเนชั่นแนล เซอร์กิต ครั้งแรกในรอบ 9 ปี และมันเป็นการแข่งขันที่แฟนๆ รอคอย หลังสนามแห่งนี้เข้ามารับหน้าที่จัด บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ แทนที่ บาห์เรน อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต

 

แต่ก่อนรถทั้ง 22 คันจะได้แข่งขันกันจริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นภาพที่แทบไม่มีใครคาดคิด เพราะมันคือภาพที่รถ F1 หลายคันคลานไปบนสนามด้วยความเร็วแทบไม่ต่างจากโกคาร์ต บางคันต้องหยุดรถแล้วเปิดระบบใหม่ทั้งหมด ขณะที่ FIA ต้องส่งซอฟต์แวร์อัปเกรดให้ทุกทีมติดตั้งก่อนการแข่งขันจะดำเนินต่อไปได้

 

ทว่าหลังความวุ่นวายทั้งหมดจบลง คนที่ยืนอยู่เหนือทุกอย่างกลับเป็นชื่อที่คุ้นเคยอย่าง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน และชัยชนะครั้งแรกของเขาในปี 2026 อาจมีความหมายมากกว่าชัยชนะหนึ่งสนาม

 

ฝนกระหน่ำ นำ F1 จะเจอปัญหาที่ไม่เคยเจอ

 

ฝนที่ตกหนักก่อนการแข่งขันทำให้ฝ่ายควบคุมการแข่งขันเลื่อนการออกสตาร์ตออกไปราว 40 นาที ก่อนปล่อยรถลงสนามตามเซฟตีคาร์เพื่อทำฟอร์เมชันแล็ป

 

จากนั้นเรื่องประหลาดก็เริ่มขึ้น เพราะทาง เวอร์สแตพเพน เหยียบคันเร่งแต่รถไม่ตอบสนอง ตามมาด้วย เซอร์ลูอิส แฮมิลตัน, นิโก อูล์เคนแบร์ก, เอสเตบัน โอคอน, ลิเวอร์ แบร์แมน และ เซร์คิโอ เปเรซ ที่เจออาการคล้ายกัน

 

แฮมิลตัน ถึงขั้นต้องหยุดรถและ รีสตาร์ตระบบทั้งหมด รถหลายคันจึงคลานอยู่บนทางตรง ขณะที่คันอื่นไม่กล้าแซงเพราะไม่รู้ว่าจะผิดกฎหรือไม่

 

ภายหลัง อันเดรีย คิมี อันโตเนลลี เล่าว่า มีช่วงหนึ่งรถถึงห้าคันวิ่งเรียงกันเต็มความกว้างของทางตรง เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ต้นเหตุในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ บักในชอฟต์แวร์ ที่ควบคุมการทำงานของ เพาเวอร์ยูนิต ยุค 2026 ซึ่งพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังทั้งหมด

 

เมื่อสนามเปียก ระบบจะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าจากสูงสุด 350kW เหลือ 250kW ขณะที่บางพื้นที่ของสนามยังมีข้อจำกัดเพิ่มเติม

 

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อรถวิ่งช้ามากหลังเชฟตีคาร์จนรอบเครื่องและแรงดันจากเทอร์โบลดลง พร้อมกับไม่มีพลังจาก MGU-K เข้ามาช่วย

 

ชอฟต์แวร์จึงเข้าสู่สภาวะที่เหมือนติดอยู่ในลูป ผลคือรถต้องการพลังเพื่อเร่งกลับขึ้นไป แต่ระบบกลับไม่ยอมส่งพลังนั้นออกมา

 

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์น่ากังวลขึ้นคือ ปัญหาจากมาตรฐานของซอฟต์แวร์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง FIA, ผู้ผลิต ECU, ทีมต่างๆ และผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิต

 

สถานการณ์เฉพาะแบบที่เกิดขึ้นในเซปังไม่เคยเกิดขึ้นในการทดสอบ เพราะอันที่จริงรถปี 2026 แทบไม่มีโอกาสวิ่งในสภาพเปียกจริงตลอดฤดูกาล และการทดสอบยางเปียกก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้จำลองการวิ่งด้วยความเร็วต่ำมากแบบฟอร์เมชันแล็ป

 

FIA แก้บักกลางเรซ และคำถามต่อกฎปี 2026

 

หลังต้องยกเลิกขั้นตอนออกสตาร์ท FIA ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีระบุปัญหาและเขียนซอฟต์แวร์อัปเกรด เพื่อปลดข้อจำกัดด้านพลังงานในพื้นที่ที่ก่อให้เกิดบักก่อนส่งให้ทุกทีมติดตั้ง

 

แต่เมื่อรวมการจัดลำดับรถใหม่และขั้นตอนต่างๆ การแข่งขันเริ่มช้ากว่ากำหนดเกือบ 100 นาที

 

แม้ FIA มั่นใจว่า บักตัวนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก แต่คำถามใหญ่กว่าคือ ระบบที่ซับซ้อนขนาดนี้จะมี บักตัวอื่นรออยู่หรือไม่

 

เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีให้กับเสียงวิจารณ์เพาเวอร์ยูนิตt ปี 2026

 

โดย ซูเปอร์แม็กซ์ บอกว่าเครื่องยนต์เหล่านี้มีความซับซ้อนและพึ่งพาซอฟต์แวร์มากเกินไป ขณะที่ จอร์จ รัสเซลล์มองว่าการแข่งขันในเรซนี้ “ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือน F1”

 

แต่ คาร์ลอส ไซนซ์ ไปไกลกว่านั้น โดยตั้งคำถามว่าทำไมเมื่อ 4-5 ปีก่อน F1 จึงเลือกเดินมายังทิศทางนี้ พร้อมทิ้งประโยคว่า หากยังใช้เครื่องยนต์ V8 แบบในอดีต เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น

 

มันจึงไม่ใช่แค่ Bug หนึ่งตัว แต่เป็นคำถามว่า F1 กำลังทำรถแข่งให้ซับซ้อนเกินความจำเป็นหรือไม่

 

แล้ว แม็กซ์ ก็กลับมาเป็น แม็กซ์

 

เมื่อทุกอย่างพร้อม สนามยังเปียกและทีมต้องเลือกทันทีระหว่างยางอินเทอมีเดต หรือยางไม่มีดอก โดย เมอร์ซีเดส เป็นทีมที่ตัดสินใจถูก และทำให้ คิมี กับ จอร์จ ที่เลือกใช้ยาง อินเทอมีเดตพุ่งขึ้นนำ ขณะที่ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพนตามอยู่ด้านหลัง

 

ตรงกันข้ามกับ เมอร์ซีเดส เพราะทาง เฟอร์รารี ที่เลือกใช้ยางสลิก ต้องจ่ายราคาค่อนข้างแพงสำหรับการออกตัวของท่านเซอร์ กับ ชาร์ลส์ เลอแคลร์

 

ลูอิสที่ออกตัวอันดับ 2 ร่วงลงไปถึงอันดับ 17 และเคยตามผู้นำประมาณ 80 วินาที แต่ไม่นานการแข่งขันก็เปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ วัลต์เทรี ยอตตาส หลุดออกจากสนามจนต้องเรียกเซฟตีคาร์ออกมา และความได้เปรียบที่ทีมดาวเงินสร้างไว้แทบทั้งหมดถูกลบหายไป

 

แม็กซ์ แซง จอร์จ กลับขึ้นอันดับ 2 ตั้งแต่รอบ 6 ก่อนจัดการ คิมี หลังรีสตาร์ตในรอบ 13 จากนั้นการแข่งขันด้านหน้าก็แทบจบลง

 

ซูเปอร์แม็กซ์ ค่อยๆ ถ่างช่องว่างและควบคุมเพซได้ตามต้องการ แม้เซฟตีคาร์ช่วงท้ายจากปัญหาของอเล็กซ์ อัลบอน จะลบระยะห่างทั้งหมด และเปลี่ยนการแข่งขันให้เหลือการสปรินท์เพียงไม่กี่รอบ

 

แต่แม็กซ์ออกตัวใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนทิ้งคิมี และเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก กลายเป็นชัยชนะครั้งที่ 72 ใน F1 ของเขา แต่เป็นครั้งแรกในปี 2026 และเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในแบบที่คุ้นเคยจริงๆ ในฤดูกาลนี้

 

ความสำคัญของชัยชนะครั้งนี้อยู่ตรงพัฒนาการของเรดบูลล์ เรซซิง เพราะต้นฤดูกาล RB22 เคยช้ากว่าเมอร์ซีเดสถึงประมาณ 0.8 วินาทีในรอบควอลิฟายด์ที่ออสเตรเลีย และบางช่วงยังมีคำถามว่ารถของพวกเขาดีกว่า เรซซิงบูลล์ จริงหรือไม่

 

แต่เรดบูลล์ค่อยๆ แก้ปัญหา ก่อนอัปเกรดครั้งใหญ่ที่บากูโดยเฉพาะพื้นรถใหม่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของรถอย่างชัดเจน

 

ผลจากอัปเกรดทำให้ที่บากู แม็กซ์ ตาม จอร์จ เข้าเส้นชัยห่างไม่ถึง 0.2 วินาที ก่อนมาต่อด้วยตำแหน่งโพลและชัยชนะที่เซปัง

 

จากที่เราเรียกแม็กซ์ ว่า ‘คนแบกรถ’ ซึ่งทำให้เขาต้องต่อสู้ด้วยตลอดครึ่งปีแรก วันนี้มันเริ่มกลายเป็นรถที่สามารถช่วยให้เขาต่อสู้กับคนอื่นได้แล้ว

 

การกลับมาของ แฮมิลตัน และความพ่ายแพ้ของเมอร์ซีเดส

 

หาก แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน คือคนที่ดีที่สุดด้านหน้า เซอร์ลูอิส แฮมิลตัน ก็อาจเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดจากกลุ่มตามหลัง

 

การเดิมพันใช้ยางสลิกตอนเริ่มต้นทำให้เขาตามหลังผู้นำเกือบ 80 วินาที แต่ลูอิสเลือกอยู่บนยางซอฟต์ต่อเมื่อดซฟตีคาร์ออกมา และเริ่มไล่แซงจากอันดับ 16 กลับเข้าสู่กลุ่มหน้า

 

ช่วงหนึ่งเขาทำเวลาเร็วกว่าไอแซ็ก ฮัดจาร์ ราวหนึ่งวินาทีต่อรอบ ก่อนที่เซฟตีคาร์ในช่วงท้าย จะมาเปิดโอกาสให้เปลี่ยนกลับมาใช้ยางซอฟต์ใหม่

 

ลูอิสแซงไฮแซคที่โค้ง 1 และคว้าอันดับ 3 จากเรซที่ดูเหมือนพังตั้งแต่ไม่กี่รอบแรก กลายเป็นโพเดียมแรกของม้าลำพองนับตั้งแต่ เบลเยียม กรังด์ปรีซ์

 

ตรงกันข้ามกับเฟอร์รารี นี่คือหนึ่งในสุดสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของ เมอร์ซีเดส เพราะอัปเกรดใหญ่ที่ถูกคาดว่าจะทำให้รถเร็วขึ้นราว 0.3 วินาที กลับทำให้รถมีแรงต้านเพิ่มขึ้น จนเสียเวลาบนทางตรง และมี Understeer ในโค้งช้า

 

แม้คิมี อันโตเนลลี ยังประคองอันดับ 2 และเพิ่มคะแนนนำได้ แต่จอร์จ รัสเซลล์ ซึ่งกำลังจะจบอันดับ 3 ต้องจอดรถก่อนจบการแข่งขันเพียงห้ารอบจากปัญหาเพาเวอร์ยูนิต

 

ผลคือช่องว่างระหว่างทั้งคู่เพิ่มเป็น 84 คะแนน ทำให้จากเดิมที่โอกาสลุ้นแชมป์ของจอร์จเหลือน้อยอยู่แล้ว แต่ผลที่เซปังอาจเป็นสนามที่ทำให้ความหวังนั้นแทบหมดลงอย่างสมบูรณ์

 

บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ใน มาเลเซีย และวันที่ F1 ได้คำเตือนครั้งใหญ่

 

สุดท้าย บาห์เรน กรังด์ปรีซ์ ที่จัดขึ้นในมาเลเซียจะถูกจดจำด้วยภาพสองด้านที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

 

ด้านหนึ่งคือความยอดเยี่ยมของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ผู้กลับมาคว้าโพลและชัยชนะในสนามเดียวกันเป็นครั้งแรกของปี พร้อมส่งสัญญาณว่าเรดบูลล์อาจกลับมาเป็นคู่แข่งของเมอร์ซีเดสอย่างเต็มตัวในช่วงท้ายฤดูกาล

 

แต่อีกด้านคือภาพรถ F1 หลายคันคลานอยู่บนฟอร์เมชันแล็ป เพราะซอฟต์แวร์ไม่ยอมให้พวกมันเร่งความเร็ว

 

สำหรับกีฬาที่นิยามตัวเองว่าเป็นยอดพีระมิดแห่งมอเตอร์สปอร์ต ภาพนั้นอาจน่ากังวลกว่าผลการแข่งขันเสียอีก เพราะแม็กซ์และเรดบูลล์ แสดงให้เห็นที่เซปังแล้วว่า พวกเขาสามารถแก้รถที่มีปัญหาให้กลับมาชนะได้

 

ส่วน F1 ต้องพิสูจน์ต่อจากนี้ว่าพวกเขาสามารถแก้ไขให้เรียบร้อยเหมือนทำแบบเดียวกันกับกฎปี 2026 ได้หรือไม่

 

อ้างอิง

 

ภาพ: Anadolu / Getty Images

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising