เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกยา เดินทางมาถึงวันสุดท้ายพร้อมเรื่องราวมากมายของทัพนักกีฬาไทย ตั้งแต่การสร้างสถิติใหม่ เหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ การปลดล็อกความสำเร็จที่รอคอยมานาน ไปจนถึงนักกีฬาที่อาจไม่ได้กลับบ้านพร้อมเหรียญ แต่ทิ้งความประทับใจไว้ในหัวใจของคนไทย
ประเด็นสำคัญ
- 18 เหรียญทอง ผลงานดีที่สุดของไทยในเอเชียนเกมส์ในต่างแดน
- 3 เหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์
- ‘เทพบิว’ ภูริพล บุญสอน เปิดตำนาน MVP คนแรกของไทย
- โปโลน้ำหญิง กับเหรียญแรกในประวัติศาสตร์
- 28 ปีที่รอคอย เหรียญทองของวอลเลย์บอลชายหาดหญิงและขี่ม้าอีเวนติง
- หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง กับทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย
- เทคบอลไทย เปิดตัวเอเชียนเกมส์ด้วยทอง 100 เปอร์เซ็นต์
- ‘โฟกัส’ ณัฐนิชา กับวันที่มวยหญิงไทยมีแชมป์เอเชียนเกมส์คนแรก
- หลายสมาคมกีฬาทำผลงานทะลุเป้า
- ความพยายามของนักกีฬาไทยทุกคน
นี่คือ 10 ผลงานและเรื่องราวที่น่าจดจำของนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
18 เหรียญทอง ผลงานดีที่สุดของไทยในเอเชียนเกมส์ในต่างแดน
ตัวเลข 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 21 เหรียญทองแดง รวม 52 เหรียญ ทำให้ไทย จบอันดับ 7 ของตารางเหรียญ
แต่ความสำคัญของ 18 ทองไม่ได้อยู่เพียงอันดับบนตาราง เพราะนี่คือผลงานเหรียญทองดีที่สุดของไทยในการแข่งขันเอเชียนเกมส์นอกประเทศ
สถิติเดิมคือ 14 เหรียญทองที่ปูซาน 2002 ก่อนที่ทัพนักกีฬาไทยจะทำลายสถิตินั้นลงได้ที่ไอจิ-นาโกย่า
จากเป้าหมายที่ต้องการทำให้ได้อย่างน้อย 14 เหรียญทอง กลายเป็น 18 เหรียญทองเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ตัวเลขนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของผลงานทั้งทัพ มากกว่าความสำเร็จของนักกีฬาคนใดคนหนึ่ง
3 เหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์
หนึ่งในภาพที่ชัดเจนที่สุดของเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ คือการที่นักกีฬาไทยจาก 3 ชนิดกีฬาสามารถสร้าง “ครั้งแรก” ให้เกิดขึ้นพร้อมกัน
‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญทองแบดมินตันชายเดี่ยว หลังเอาชนะ โล เคียน ยิว จากสิงคโปร์ 2-0 เกม 21-12, 21-16 กลายเป็นนักแบดมินตันชายเดี่ยวไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของวงการแบดมินตันไทยในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์ ต่อจากทีมชายในปี 1996
ถัดมาคือ “ปุ๊ก” อรภา เสนาธรรม ที่คว้าเหรียญทองยูยิตสู รุ่นไม่เกิน 63 กิโลกรัมหญิง หลังเอาชนะคู่แข่งจากฟิลิปปินส์ด้วยแต้มแอดเวนเทจ นอกจากเป็นทองของอรภาแล้ว ยังเป็นเหรียญทองแรกของยูยิตสูไทยในเอเชียนเกมส์
และ “แอมป์” กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน ที่คว้าเหรียญทอง MMA รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง ด้วยการชนะ ไดอานา โปโกเซียน จากบาห์เรน 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศ เป็น เหรียญทองแรกของ MMA ไทย ในการประเดิมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของกีฬาชนิดนี้
สามเหรียญทองจึงมีความหมายมากกว่าสีของเหรียญ เพราะเป็นการเปิดประตูบานแรกให้กับกีฬาของไทยในเวทีเอเชียนเกมส์
‘เทพบิว’ ภูริพล บุญสอน เปิดตำนาน MVP คนแรกของไทย
เอเชียนเกมส์ครั้งนี้อาจไม่มีภาพใดโดดเด่นไปกว่าการวิ่งของ “บิว” ภูริพล บุญสอน
เขาคว้าเหรียญทอง 100 เมตรด้วยเวลา 9.90 วินาที และคว้าเหรียญทอง 200 เมตรด้วยเวลา 19.88 วินาที ซึ่งเป็นสถิติเอเชียนเกมส์ทั้งสองรายการ โดยเวลา 1988 วินาทียังทาบสถิติเอเชีย และเป็นครั้งแรกที่นักวิ่งไทยทำเวลา 200 เมตรต่ำกว่า 20 วินาที
ผลงานดังกล่าวทำให้ภูริพลคว้า 2 เหรียญทอง และได้รับเลือกจากสภาโอลิมปิกแห่งเอเชียให้เป็น MVP นักกีฬาชายของเอเชียนเกมส์ 2026
ที่สำคัญ นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นักกีฬาไทยได้รับรางวัล Asian Games MVP และยังเป็นนักกีฬาคนแรกจากอาเซียนที่ได้รับรางวัลนี้
โปโลน้ำหญิง กับเหรียญแรกในประวัติศาสตร์
ทีมโปโลน้ำหญิงไทยคว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ 2026 หลังเอาชนะสิงคโปร์ในเกมนัดสุดท้าย และกลายเป็นเหรียญรางวัลแรกของโปโลน้ำไทยในมหกรรมกีฬาเอเชีย นับตั้งแต่กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุในเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2010
สำหรับโปโลน้ำหญิงไทย การได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียมเป็นครั้งแรกก็มีความหมายมหาศาล เส้นทางของพวกเธอจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของผลการแข่งขันหนึ่งทัวร์นาเมนต์ แต่คือการพาทีมไทยก้าวข้ามกำแพงที่เคยขวางอยู่มานาน
28 ปีที่รอคอย เหรียญทองของวอลเลย์บอลชายหาดหญิงและขี่ม้าอีเวนติง
สองเหรียญทองที่เกิดขึ้นห่างกันคนละสนาม แต่มีเรื่องหนึ่งเหมือนกันคือการรอคอย
“ไบรท์” ธาราวดี นาราพรลภัส และ “เบส” วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี เอาชนะคู่จีน ซึ่งเป็นมือ 1 ของรายการ 2-1 เซต 21-17, 13-21 และ 15-8 คว้าเหรียญทองวอลเลย์บอลชายหาดหญิง ซึ่งเป็นทองแรกของไทยในรายการนี้นับตั้งแต่ปี 1998 หรือ 28 ปีที่รอคอย
ขณะที่ทีมขี่ม้าอีเวนติ้งไทยก็สร้างเรื่องราวในแบบเดียวกัน เมื่อ กรธวัช สำราญ, สุภาพ ขาวงาม, วรปรัชญ์ สิทธิจู และวีรภัฏ ปิฏกานนท์ คว้าเหรียญทองประเภททีมด้วยคะแนนรวม 109.90 คะแนน
ทองดังกล่าวเป็น ทองแรกของทีมอีเวนติ้งไทยในรอบ 28 ปี นับจากเอเชียนเกมส์ 1998 และยังมีเหรียญเงินประเภทบุคคลจากวรปรัชญ์เพิ่มอีกหนึ่งเหรียญ
28 ปีอาจเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับวงการกีฬา แต่สำหรับทั้งสองทีมมันกลายเป็นคำตอบว่าการรอคอยไม่เคยสูญเปล่า
หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง กับทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย
หยู-บัลลังก์ ทับทิมแดง กลับมาคว้าเหรียญทองเทควันโด รุ่น 68 กิโลกรัมชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 หลังจากเคยคว้าเหรียญทองมาแล้วที่หางโจว 2022 กลายเป็นการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัยติดต่อกัน
ทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาเทควันโดชายไทยคนแรกที่ได้เหรียญทอง 2 สมัย และนักกีฬาไทยคนที่ 2 ต่อจาก พาณิพัค วงศ์พัฒนกิจ แต่สิ่งที่ต่างกันคือ บัลลังก์ทำได้ในรุ่นน้ำหนักที่ต่างกัน ได้จากรุ่น 63 กิโลกรัมและรุ่น 68 กิโลกรัม
ขณะเดียวกัน เหรียญทองของบัลลังก์ยังช่วยสานต่อสถิติของเทควันโดไทยคว้าเหรียญทองได้ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำได้ในกว่างโจว 2010
จากความสำเร็จในระดับเอเชีย บัลลังก์ยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นรออยู่ นั่นคือการเดินหน้าสู่ความฝันสูงสุดของนักกีฬา นั่นคือเหรียญทองโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิส
เทคบอลไทย เปิดตัวเอเชียนเกมส์ด้วยทอง 100 เปอร์เซ็นต์
เทคบอลเพิ่งเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก และไทยก็ใช้โอกาสนั้นสร้างผลงานที่สมบูรณ์แบบ คว้า 3 เหรียญทองจาก 3 อีเวนต์ที่ส่งแข่ง หรือคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ของเหรียญทองที่ลงแข่งขัน
เริ่มจากคู่ผสม สุภาวดี วงศ์คำจันทร์–พักตร์พงษ์ เดชเจริญ ต่อด้วยหญิงคู่ สุภาวดี–จุฑาทิพย์ กันทะธง และปิดท้ายด้วยชายคู่ สรศักดิ์ เทาศิริ–จีรติ จันทร์เลียง
เทคบอลไทยจึงไม่ได้มาแค่แนะนำตัวในเอเชียนเกมส์ แต่เข้ามาและประกาศว่าหลังจากนี้เขาจะเป็นเสาหลักของทัพนักกีฬาไทยในการไล่ล่าความสำเร็จบนเวทีมหกรรมกีฬา
‘โฟกัส’ ณัฐนิชา กับวันที่มวยหญิงไทยมีแชมป์เอเชียนเกมส์คนแรก
ก่อนการแข่งขัน เธออาจไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะตัวเต็งที่สุด แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นเวที “โฟกัส” ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง ต้องแบกรับทั้งความหวังของตัวเองและความหวังจากคนไทย ก่อนจะเอาชนะแชมป์จากเกาหลีเหนือ 4-1 คะแนน ในรอบชิงชนะเลิศ รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง
ชัยชนะครั้งนั้นทำให้เธอกลายเป็นนักมวยหญิงไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ และเป็นเหรียญทองแรกของมวยสากลในรอบ 12 ปีอีกด้วย
หลายสมาคมกีฬาทำผลงานทะลุเป้า
ความสำเร็จของทัพไทยในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากนักกีฬาดาวดังเพียงไม่กี่คน แต่เกิดจากผลงานของหลายสมาคมกีฬาที่สามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไปไกลกว่าที่คาดหวัง
ทั้งขี่ม้า เรือใบ กรีฑา แบดมินตัน วอลเลย์บอล และมวยสากล ต่างมีผลงานที่เข้ามาเติมเต็มภาพรวมของทัพไทย
ก่อนแข่ง ขี่ม้า แบดมินตัน มวยสากล วอลเลย์บอล ไม่ได้ตั้งความหวังถึงเหรียญ
ทองมาก่อน แต่กลับทำผลงานได้ชนิดกีฬาละ 1 เหรียญทอง
ขณะที่เรือใบ กรีฑา ตั้งเป้าเพียง 1 เหรียญทอง แต่ทำได้ 3 เหรียญทอง และ 2 เหรียญทองตามลำดับ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดจากเบื้องหลังการทำงาน
ความพยายามของนักกีฬาไทยทุกคน
ท้ายที่สุดแล้ว เอเชียนเกมส์ไม่ได้มีพื้นที่บนโพเดียมสำหรับทุกคน มีเพียงเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง แต่การแข่งขันครั้งหนึ่งไม่ได้มีคุณค่าเพียงกับคนที่ได้เหรียญกลับบ้าน
นักกีฬาบางคนทำลายสถิติ บางคนทำดีที่สุดในชีวิต บางคนแพ้ในรอบแรก บางคนพลาดเหรียญไปเพียงเสี้ยววินาที และบางคนฝืนเจ็บแต่ยังกัดฟันอดทนลงแข่ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือพวกเขาเดินทางมาถึงไอจิ-นาโกยาในฐานะตัวแทนของประเทศไทย และทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปในสนาม
ตลอดการแข่งขันที่ผ่านมา นักกีฬาไทยทุกคนได้ทำให้คนไทยมีช่วงเวลาที่ได้ลุ้น ได้เชียร์ ได้ร้องไห้ และได้ภูมิใจไปด้วยกัน


