×

น้ำท่วมทุบอุตฯ เสียหายแล้ว 1,000 ล้าน ‘โตโยต้า’ ปิด 4 โรงงานชั่วคราว ส.อ.ท.ห่วงซัพพลายเออร์ลามอีก 5-6 โรงงาน

01.10.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงผลกระทบจากน้ำท่วมต่อภาคอุตสาหกรรม โดยมีตัวเลขความเสียหายและข้อมูลการปิดโรงงานของโตโยต้า

สถานการณ์น้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรมเต็มๆ เสียหายแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบหนัก ล่าสุด ‘โตโยต้า’ ประกาศหยุดโรงงานชั่วคราว 4 แห่ง หลังประสบปัญหาแรงงานเดินทางไม่ได้ – ขนส่งชิ้นส่วนไม่ทัน ด้านส.อ.ท. หวั่นโรงงานซัปพลายเออร์ในพื้นที่บ้านโพธิ์-บางพลี ต้องหยุดการผลิตชั่วคราวเพิ่มอีก 5-6 แห่ง

 

สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า กรณีบริษัทโตโยต้าประกาศหยุดการผลิตชั่วคราว 4 แห่ง เป็นผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้แรงงานบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายไม่สามารถขนส่งชิ้นส่วนเข้ามายังโรงงานได้ ทำให้กระบวนการผลิตได้รับผลกระทบ

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 ยังไม่มีการปรับลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการยังต้องเดินหน้าผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และปัจจุบันปริมาณการผลิตก็อยู่ในระดับที่ลดลงมากแล้วจึงไม่สามารถลดลงได้มากกว่านี้อีก

 

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเออร์ เพราะหากโรงงานชิ้นส่วนไม่สามารถผลิตหรือส่งสินค้าได้ จะกระทบต่อโรงงานประกอบรถยนต์เป็นทอดๆ ขณะนี้กำลังให้สมาชิก ซัพพลายเออร์ เร่งรวบรวมข้อมูลผลกระทบ และคาดว่าอาจมีโรงงานบางค่ายรถอีกประมาณ 5-6 แห่ง พื้นที่บางโพธิ์ บางพลี ต้องหยุดการผลิตชั่วคราวเช่นกัน” สุรพงษ์ กล่าว

 

สุรพงษ์ กล่าวเพิ่มว่า สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทยอย่างชัดเจน โดยความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่โรงงานที่ถูกน้ำท่วมเท่านั้น แต่เริ่มลามไปยังห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากแรงงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้จนบางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราว ประกอบกับการขนส่งวัตถุดิบและชิ้นส่วนหยุดชะงัก

 

ทั้งนี้ แม้ยังต้องจับตาดูมวลน้ำเหนือและระดับน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด แต่ยังคงเป้าหมายการผลิตเดิมไว้ เนื่องจากฐานการผลิตสำคัญในภาคตะวันออกยังไม่ได้รับผลกระทบ

 

ด้านพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นอกจากปัญหาสภาพอากาศ ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมีในระดับสูง

 

ขณะที่ตลาดรถยนต์ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 17.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการผลิตในเดือนสิงหาคมยังมีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โดยการส่งออกขยายตัว 18.2% จากแรงส่งของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนด้าน AI ส่งผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 50.2% แผงวงจรพิมพ์ (PCB) เพิ่มขึ้น 15.2% และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) เพิ่มขึ้น 19.63%

 

ส.อ.ท. แม้จะมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 97.0 จาก 96.1 ในเดือนกรกฎาคม สะท้อนความคาดหวังต่อการลงทุนและการบริโภคช่วงปลายปี แต่สถานการณ์น้ำท่วมกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่ต้องติดตาม

 

“ส.อ.ท. ประเมินเบื้องต้นน้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรม ความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ชู 6 ด้านเร่งด่วน เสนอรัฐช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประกอบการ พร้อมเร่งระบบ Early Warning”

 

ทางด้าน ศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) พบว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 103.43 ขยายตัว 4.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.28% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ภาพรวมการผลิตของไทยในเดือนสิงหาคมยังสามารถขยายตัวได้ แม้ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและปัญหาการขนส่ง

 

โดยอุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารขยายตัว 24.41% จากอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแบบออปติคอล ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Data Center ทั่วโลก ขณะที่ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 14.55% จากการผลิต PCBA ตามการขยายตัวของตลาดโลก

 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง สศอ .เริ่มพบสัญญาณของการหยุดผลิตชั่วคราวในบางอุตสาหกรรมแล้ว โดยผลิตภัณฑ์พลาสติกและยางสังเคราะห์ขั้นต้นหดตัว 13.37% ส่วนหนึ่งจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง และประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐานหดตัว 7.64% จากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว ประกอบกับคำสั่งซื้อลดลง

 

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนตุลาคม

 

“โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีห่วงโซ่การผลิตเชื่อมโยงกันจำนวนมาก การหยุดผลิตของโรงงานชิ้นส่วนเพียงบางส่วนสามารถส่งผลต่อโรงงานประกอบรถยนต์ได้ หากไม่สามารถจัดหาชิ้นส่วนทดแทนหรือขนส่งเข้าสู่โรงงานได้ตามกำหนด ขณะที่ผู้ประกอบการยังต้องบริหารคำสั่งซื้อและกำหนดส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า” ศุภกิจ กล่าว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories