วันนี้ (1 ตุลาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาอุทกภัยบริเวณเคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ โดยมี จีระศักดิ์ หงษ์แปด ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ร่วมรายงานสถานการณ์และการดำเนินงานในพื้นที่
ชัชชาติ เปิดเผยว่า สถานการณ์บริเวณเคหะคลองจั่นดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและระดับน้ำลดลงตามลำดับ เช่นเดียวกับบริเวณถนนนวมินทร์ แม้พื้นที่พักอาศัยบางส่วนในเคหะคลองจั่นจะมีระดับต่ำกว่าคลองเกือบ 1 เมตร แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ขอให้ประชาชนที่นำรถไปจอดหลบภัยบริเวณริมถนนหรือบนสะพาน ทยอยนำรถกลับเข้าพื้นที่ เพื่อเปิดการจราจรตามปกติและลดผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ทั้งนี้ ประชาชนยังสามารถใช้บริการลานจอดรถจอดแล้วจร ของสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเปิดให้จอดฟรีเป็นเวลา 7 วันในช่วงวิกฤตนี้
สำหรับสถานการณ์เส้นทางจราจร ถนนศรีบูรพามีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ถนนลาดพร้าวน้ำแห้งตลอดสายแล้ว คงเหลือเพียงการเร่งระบายน้ำในซอยลาดพร้าว 101 และพื้นที่หมู่บ้านบางจุด ซึ่ง กทม. จะเร่งสูบน้ำออกจากซอยย่อยและชุมชนเพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนบริเวณแยกบางกะปิ ระดับน้ำบนผิวจราจรแห้งแล้ว เหลือเพียงน้ำขังบริเวณริมทางเล็กน้อย จึงได้มอบหมายให้สำนักงานเขตนำกระสอบทรายมาทำแนวกั้นบริเวณบ่อสูบน้ำ เพื่อเพิ่มความสูงของแนวป้องกันและลดความเสี่ยงจากน้ำในคลองดันกลับขึ้นมาบนถนน
ทางด้านคลองแสนแสบ ระดับน้ำมีแนวโน้มดีขึ้นเนื่องจากไม่มีฝนตกต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 วัน ขั้นตอนต่อไป กทม. จะเร่งระบายน้ำลงคลองลำพังพวย เพื่อช่วยให้ถนนนวมินทร์แห้งเร็วขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำแบบท่อขนาดเล็กจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้ามาช่วยสูบน้ำที่ยังคงค้างอยู่ในระดับตื้นลงสู่คลองแสนแสบ
เมื่อระดับน้ำลดลง กทม. จะเข้าสู่ระยะฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ โดยหน่วย BEST จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมผิวจราจรที่ชำรุดจากน้ำท่วมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รวมถึงระดมกำลังทำความสะอาดถนน พื้นที่สาธารณะ และจัดเก็บขยะที่มากับน้ำ โดย กทม. จะนำแนวทางจับคู่เขตบัดดี้ มาใช้ ด้วยการจัดให้ 2 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ นำทรัพยากรทั้งกำลังคน เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำ เข้าไปสนับสนุน 1 เขตที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูพื้นที่ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำว่า หลักการแก้ปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้คือต้องลดระดับน้ำในคลองให้ได้ก่อน เมื่อน้ำคลองลดลงจึงค่อยสูบน้ำจากถนน ซอย และชุมชนตามลำดับ เพื่อให้ระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแผนการทำงานในวันนี้ กทม. จะเร่งดำเนินการในพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตสะพานสูง ถนนศรีนครินทร์ และถนนพัฒนาการ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเขตมีนบุรีและเขตหนองจอก โดยใช้คลองประเวศบุรีรมย์เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการและระบายน้ำ
ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่ใดยังได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งปัญหาได้ผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue หรือสายด่วน กทม. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง


