วันนี้ (1 ตุลาคม) เวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรก ขณะที่เวลา 08.35 น. พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ในวาระเข้ารับตำแหน่งเช่นเดียวกัน
ฉัตรชัยกล่าวว่า จะสานต่อการทำงานของปลัดสำนักนายกฯ คนเก่าที่วางรากฐานไว้ หลังได้มีการรับมอบหน้าที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 กันยายน พร้อมระบุว่าส่วนตัวภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสทำงานในพระราชพิธีสำคัญให้กับทั้งสองพระองค์ ได้แก่ พระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในช่วงธันวาคม 2569 และของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานที่ต้องเตรียมทุกอย่างให้สมบูรณ์ที่สุด
สำหรับการดูแลประชาชนจากอุทกภัยและภัยพิบัติ ฉัตรชัยกล่าวว่า สำนักปลัดสำนักนายกฯ มีกองทุนช่วยเหลือประชาชนและหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยา รวมถึงรับเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งตนทราบบทบาทนี้มาตลอด เพราะขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ได้ประสานงานร่วมกันหลายครั้ง สำหรับเหตุอุทกภัยครั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยงานหลัก ส่วนสำนักปลัดสำนักนายกฯ จะหารือผู้บริหารเพื่อเตรียมการเยียวยาจากกองทุนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยึดถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้
ส่วนการส่งมอบงานตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ฉัตรชัยกล่าวว่า ได้ส่งมอบงานให้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เรียบร้อยแล้ว โดยฝากสานต่องานด้านความมั่นคงของประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างสิทธิมนุษยชนและความมั่นคง ซึ่ง พล.อ. ชัยพฤกษ์ มีประสบการณ์อยู่แล้วน่าจะขับเคลื่อนต่อได้ดี
ส่วน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ฉัตรชัยในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ กล่าวว่า ได้ประชุมคณะกรรมการฯ ไปแล้ว 1 ครั้ง และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีตนเป็นประธาน เพื่ออธิบายและเผยแพร่หลักเกณฑ์สร้างความเข้าใจกับผู้ยื่นเรื่อง โดยจะเร่งประชุมครั้งที่ 2 ภายใน180 วันตามกฎหมาย ทั้งนี้ เชื่อว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยจะกลั่นกรองเรื่องที่เข้ามาตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้าน พล.อ. ชัยพฤกษ์ กล่าวถึงการรับมอบงานว่า จะเร่งดำเนินการเรื่องความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศให้เร็วที่สุด ยืนยันว่าไม่มีช่วงฝึกงาน เพราะมีสถานการณ์ความมั่นคงที่ต้องเร่งรัด ทั้งพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชายแดนไทย-กัมพูชา และชายแดนเมียนมา ซึ่งช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้ศึกษางานมาล่วงหน้าเพื่อให้ทำงานได้ทันที โดยงานแรกจะเร่งทบทวนแผนยุทธศาสตร์ภาคใต้ที่จะสิ้นสุดในปี 2570 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่ง สมช. เปรียบเสมือนแขนซ้ายที่รับผิดชอบความมั่นคงของชาติคู่กับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ โดยจะทำให้แผนดังกล่าวเป็นที่มั่นใจและเชื่อถือของประชาชน
พล.อ. ชัยพฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมกรณีแนวคิดการปรับรูปแบบการทำงานว่า จะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและการแก้ไขปัญหาอยู่ที่หมู่บ้าน โดยดำเนินควบคู่กันทั้งด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและการพัฒนา ซึ่งที่ผ่านมาทหารได้ปรับยุทธวิธีมาอย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้กองทัพมีวิธีการใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ต่อไป


