วันนี้ (30 กันยายน) ที่บริเวณเคหะคลองจั่น-แยกนิด้า เขตบางกะปิ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามภาพรวมการเร่งระบายน้ำจากเหตุฝนตกหนักในช่วงวันที่ 26-27 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ช่วง 2-3 วันนี้ กทม. ได้ดึงน้ำจากคลองแสนแสบไปออกที่อุโมงค์ตัดคลองลาดพร้าวและสถานีสูบน้ำพระโขนงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองพร่องลงอย่างชัดเจน และสามารถดึงน้ำจากพื้นที่แฟลตคลองจั่น รวมถึงถนนรามคำแหง ช่วงหัวหมาก ลงสู่คลองแสนแสบได้ ทำให้สถานการณ์หลายจุดเริ่มดีขึ้น
ชัชชาติ กล่าวต่อว่า จากนี้จะเร่งดึงน้ำตามซอยย่อยบริเวณลาดพร้าว 101 มาถึงบางกะปิ โดยเชื่อว่าภายในเย็นวันนี้ พื้นที่ถนนสายหลักน่าจะแห้งลงกว่า 90% จนประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนตามซอยย่อยหรือในหมู่บ้านอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง สำหรับพื้นที่แฟลตคลองจั่นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ กทม. ได้รับการสนับสนุน ‘ท่อซิ่ง’ หรือเครื่องสูบน้ำพญานาคจากจังหวัดปราจีนบุรีและพระนครศรีอยุธยา มาติดตั้งบริเวณแยกนิด้า จำนวน 5 ตัว ซึ่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดระดับน้ำลงได้ถึง 30 เซนติเมตร ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำท่วมขัง
สำหรับแผนดำเนินการในระยะต่อไป กทม. เตรียมเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่และท่อซิ่งบางส่วนไปสนับสนุนในพื้นที่เขตลาดกระบัง โดยต้องเร่งพร่องน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำวนกลับเข้าพื้นที่เดิม ขณะเดียวกันได้เริ่มกู้สถานการณ์น้ำในพื้นที่หมู่บ้านย่อย ซึ่งบางแห่งมีเครื่องสูบน้ำของตนเอง ส่วนพื้นที่ที่ไม่มี กทม. จะเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง
ส่วนความกังวลเรื่องมวลน้ำเหนือ ชัชชาติ ย้ำว่า ไม่กังวลมวลน้ำที่มาทางแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากระบบป้องกันของ กทม. มีความพร้อม ปัจจุบันแนวคันกั้นน้ำสูง 3 เมตร ขณะที่ระดับน้ำอยู่ที่ 2 เมตร ยังสามารถรองรับได้อีก 1 เมตร แต่สิ่งที่กังวลคือมวลน้ำเหนือที่ปล่อยมาทางทุ่งรับน้ำฝั่งตะวันออก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคลองในพื้นที่และทำให้เขตสายไหมเกิดน้ำท่วมได้ จึงต้องเฝ้าระวังร่วมกับกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ยังระบุถึงการจัดการขยะหลังน้ำลดว่า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือที่นอน ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อป้องกันการอุดตันในท่อระบายน้ำ และช่วยให้ประชาชนสามารถทำความสะอาดฟื้นฟูบ้านเรือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


