×

หนี้สาธารณะจ่อแตะ 68% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมส่องแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบฯ 2570

29.09.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงหนี้สาธารณะไทยคาดการณ์แตะ 68% ต่อ GDP สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) คาดระดับหนี้สาธารณะไทยจ่อแตะ 68% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเปิดแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2570 และโผโครงการจ่อใช้เงินกู้ 2 แสนล้านหลัง ได้แก่ โซลาร์ อีวี และเสริมทักษะ (Upskill)

 

 
 

วันนี้ (29 กันยายน) จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) คาดว่า หนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ของประเทศไทยจะอยู่ที่ระดับ 68% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีมุ่งมั่นที่จะบริหารหนี้สาธารณะไม่เกินเพดานหนี้ที่ระดับ 70% ต่อ GDP ตามที่ระบุไว้ในแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework: MTFF)

 

ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium-Term Fiscal Framework: MTFF) ปีงบประมาณ 2570-2573 ประมาณการไว้ว่า ประเทศไทยจะมีหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ที่ระดับ 68.17% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 และจะมีระดับหนี้สาธารณะคงค้างสูงสุด (Peak) ที่ระดับ 69.78 ณ สิ้นปีงบประมาณ 2571

 

การคลังระยะปานกลาง

 

จินดารัตน์ ยังกล่าวว่า ปัจจุบัน ดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยในการกู้เงินของรัฐบาลอยู่ที่ 2.6% และคาดว่าจะยังทรงตัวในปีงบประมาณ 2570 เนื่องจากการกู้เงินใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้รัฐบาล เงินกู้ชดเชยขาดดุล หรือเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจล้วนเป็นการกู้ในลักษณะสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) ซึ่งเป็นเงินกู้ระยะสั้นประมาณ 3-5 ปี

 

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield) ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 อายุ 3 ปีอยู่ที่ 1.53% ขณะที่รุ่นอายุ 10 ปีอยู่ที่ระดับ 2.41% ซึ่งระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หรือตั้งแต่พฤษภาคมปี 2569

 

นอกจากนี้ กรณีที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) รุ่นอายุ 10 ปี กลับมาแตะระดับ 5% อีกครั้งและเป็นการแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยจินดารัตน์ระบุว่า ถือเป็นความท้าทายต่อการออกพันธบัตรของ สบน. ทำให้ระหว่างนี้ สบน.อาจต้องปรับรูปแบบการระดมทุนโดยเน้นการออกหนี้ระยะสั้นไปก่อน

 

อย่างไรก็ตาม จินดารัตน์ยืนยันว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่พุ่งสูง ยังไม่กระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลไทย เนื่องจากหนี้สาธารณะส่วนใหญ่ของรัฐบาลเป็นหนี้ระยะยาวกว่า 89%

 

เปิดโผโครงการจ่อใช้เงินกู้ 2 แสนล้านหลัง

 

สำหรับการดำเนินการกู้เงินตาม พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น จินดารัตน์ระบุว่า ได้มีการแบ่งกู้เป็นสองก้อนคือ 2 แสนล้านบาทแรกในปีงบประมาณ 2569 และจะมีการกู้อีก 2 แสนล้านบาทหลังในปีงบประมาณ 2570

 

ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านบาทแรกนั้น จินดารัตน์เผยว่า เหลือเพียงเล็กน้อย ประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งงบประมาณที่เหลืออยู่จะนำไปใช้สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (เพิ่มเติม) ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

ขณะที่โครงการภายใต้แผนงานที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จินดารัตน์เผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ (คณะกลั่นกรองฯ) ได้พิจารณาหลักเกณฑ์แล้ว แต่ยังไม่มีการพิจารณาโครงการ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป

 

พร้อมเผยว่า โครงการที่จะเข้าพิจารณาถัดไป ประกอบด้วย โครงการโซลาร์ภาคประชาชน, โครงการรถ EV สาธารณะ/มอเตอร์ไซค์ EV และโครงการการ Upskill/Reskill บุคลากร

 

ชง ครม. เคาะแผนบริหารหนี้ปี 2570

 

นอกจากนี้ จินดารัตน์ ยังเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2570 โดยเป็น

 

1) แผนการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 1.26 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น

 

  • แผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล 1.18 ล้านล้านบาท
  • รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรง 8.6 แสนล้านบาท
  • รัฐบาลกู้มาให้กู้ต่อ 6.3 หมื่นล้านบาท
  • เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน 2 แสนล้านบาท
  • เงินกู้บริหารสภาพคล่องเงินคงคลัง 5.68 หมื่นล้านบาท
  • แผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ 14 แห่ง 8.14 หมื่นล้านบาท
  • แผนการก่อหนี้ใหม่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ 850 ล้านบาท

 

2) แผนบริหารหนี้เดิม 1.91 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น

 

  • แผนบริหารหนี้เดิมของรัฐบาล 1.83 ล้านล้านบาท
  • แผนบริหารหนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจ 8.52 หมื่นล้านบาท

 

3) แผนการชำระหนี้ วงเงิน 5.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น

 

  • แผนชำระหนี้จากงบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 4.62 แสนล้านบาท
  • แผนชำระหนี้จากแหล่งเงินอื่นๆ วงเงิน 1.18 แสนล้านบาท

 

ขาย Social Bond สำเร็จ วงเงิน 1,000 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ จินดารัตน์ยังเผยว่า สบน. ได้ดำเนินการจัดหาเงินกู้ให้แก่สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ในการออกพันธบัตรเพื่อสังคม (Social Bond) วงเงิน 1,000 ล้านบาท อายุพันธบัตร 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.13% ต่อปี

 

โดยเป็นการเสนอขายเฉพาะเจาะจงต่อผู้ลงทุนสถาบัน มีจำนวนผู้ลงทุนไม่เกิน 10 ราย โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้จัดจำหน่าย และสามารถจัดจำหน่ายได้ครบตามเป้าหมายที่วางไว้

 

การออกพันธบัตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในการปรับโครงสร้างหนี้ของ สพพ. ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอันสนับสนุนการเข้าถึงสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อชุมชนในพื้นที่ จำนวน 2 โครงการ ของประเทศเพื่อบ้าน ได้แก่

 

(1) โครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) ช่วงครกข้าวดอ – บ้านโนนสะหวัน – สานะคาม – บ้านวัง – บ้านน้ำสัง สปป.ลาว

 

(2) โครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) สปป.ลาว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories