วันนี้ (28 กันยายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่แฟลตเคหะคลองจั่นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ว่า เมื่อเช้ามีการเรียกประชุม ไม่ได้ทำงานบนหอคอยงาช้างอย่างที่หลายคนพูด และได้เร่งระดมสิ่งของต่างๆ เข้าพื้นที่ โดยวันนี้ได้นำรถปรุงอาหาร และกรมการพัฒนาชุมชนก็ระดมอาหารจากกลุ่มแม่บ้านที่มีเครือข่ายอยู่
วันนี้สังเกตได้เลยว่า เมื่อเข้าไปที่แฟลตเคหะคลองจั่นแล้ว จะเห็นว่าอาหารที่เคยขาดแคลน เสียงที่บอกว่าวันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย 2 วันแล้ว ก็ไม่มีแล้ว อาหารเข้าไปแล้ว ไฟเข้าไปแล้ว อาคารทุกหลังมีไฟแล้ว และน้ำก็กำลังจะต่อเข้าไป ขณะนี้ห้องปั๊มน้ำถูกน้ำท่วม จะปั๊มน้ำก็ไม่ทำงาน จึงได้มีการจัดน้ำดื่ม สิ่งสำคัญ และถุงยังชีพเข้าไปหมดแล้ว
“ใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ แต่อย่างวันนี้ เราเอาข้าวไปให้เขา เขาบอกว่าข้าวพอแล้ว อันนี้ก็อย่างน้อยความเป็นห่วงในเรื่องของปากท้อง ในเรื่องของการบริโภค เราใช้เวลาชั่วข้ามคืนในการดำเนินงาน เดี๋ยวผมจะไปที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง มันต้องลงพื้นที่เพื่อไปดูว่าเขาขาดอะไร ถ้าไม่ไปดู ก็ไม่รู้ว่าเขาขาดอะไร ก็ใส่เข้าไปโดยที่ไม่รู้ วันนี้เราก็ลงในรายละเอียดที่เราเร่งทำได้ และได้ประสานกับทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตลอด ประชุมร่วมกัน”
อนุทินยังกล่าวอีกว่า มีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมไม่สูบน้ำ วันนี้ถ้าสูบน้ำก็วนกลับเข้ามา เพราะระดับน้ำที่หนุนอยู่ข้างนอกสูงกว่า สูบออกไปเท่าไรก็วนกลับเข้ามา จึงต้องรอน้ำในคลองต่างๆ ค่อยๆ ระบายลงทะเล สิ่งที่เห็นวันนี้แนวโน้มดีขึ้นคือไม่มีฝนมาเติม ก็จะเป็นโอกาสที่น้ำจะถูกระบายออกไป และเมื่อน้ำระบายได้ ก็จะรีบโหมสูบน้ำออกมา
“และได้แจ้งไปแล้วว่า ปั๊มน้ำที่ไหนเสียให้ซื้อใหม่ จะใช้งบของตนเองในการสนับสนุน จัดหาปั๊มน้ำเพิ่มมาสูบน้ำออกไป”
เมื่อถามว่าระดับน้ำจะหยุดหนุนจนสามารถสูบน้ำออกได้ต้องใช้ระยะเวลากี่วัน อนุทินกล่าวว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า 1-2 วัน ซึ่งพูดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดังนั้นวันนี้คือวันที่ 2 ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้มีฝนตกลงมาเติม และก็ได้เร่งในเรื่องของการฟื้นฟูด้วย
“ซึ่งได้กันงบกลางส่วนที่เหลือจะคืนคลังไว้ ได้กันงบส่วนนี้ออกมาเยียวยา ตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กันเอาไว้แล้ว 2,000 กว่าล้าน พรุ่งนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตอนนี้ได้ทำทั้งแก้ปัญหาปัจจุบัน และก้าวไปสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา”
เมื่อถามว่า เมื่อสักครู่เข้าไปดูสีหน้าของประชาชน ยังมีเสียงสะท้อนเชิงลบ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องปล่อยให้ท่านทั้งหลายได้ระบายอารมณ์อย่างเต็มที่ รัฐบาลพร้อมรับฟัง ซึ่งหากเราเป็นเขา อาจจะแรงกว่านี้ก็ได้ เข้าไปแล้ว ไม่ว่าจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นการให้โอกาสเขาได้ระบาย และสุดท้ายโดยส่วนรวม ส่วนใหญ่ก็มีคนที่ขอบคุณ ขอบใจกันและกัน
“ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนตอนนี้ เราจะไปคาดหวังให้เขาดีได้อย่างไร รัฐบาลคาดหวังอย่างนั้นไม่ได้ แต่เราต้องทำหน้าที่ของเรา วันนี้จะบอกว่าห้ามน้ำท่วม ห้ามไม่ได้หรอก แต่เมื่อน้ำท่วมแล้ว ความพร้อมในการช่วยเหลือ ช่วยประชาชนอย่างไร อันนั้นเป็นสิ่งแรก”


