×

รู้จัก ผิงผิง-ฝูซวง การทูตแพนด้า เชื่อมสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ สำคัญอย่างไร สะท้อนอะไร

28.09.2026
  • LOADING...
ภาพแพนด้ายักษ์ ‘ผิงผิง’ และ ‘ฝูซวง’ สองทูตสันติภาพจากจีน

เมื่อวานนี้ (27 กันยายน) สวนสัตว์แอตแลนตาในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ต้อนรับ แพนด้ายักษ์คู่ใหม่ ชื่อว่า ‘ผิงผิง’ (Ping Ping) และ ‘ฝูซวง’ (Fu Shuang) ซึ่งเดินทางมาจากประเทศจีนด้วยเที่ยวบินพิเศษ เพื่อเริ่มต้นสัญญาเช่าระยะเวลา 10 ปี

 

 

แพนด้ายักษ์คู่ใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘การทูตแพนด้า’ (Panda Diplomacy) ที่จีนพยายามมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

 

รู้จัก ‘ผิงผิง-ฝูซวง’

 

ทั้ง ‘ผิงผิง’ แพนด้าตัวผู้ และ ‘ฝูซวง’ แพนด้าตัวเมีย เดินทางมาจากศูนย์วิจัยและขยายพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยเดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษ ‘FedEx Panda Express’ (Boeing 777) ลงจอดที่สนามบินนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสัน แอตแลนตา ในรัฐจอร์เจีย

 

ผิงผิง เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2020 ชื่อมีความหมายว่า ‘สันติภาพ’ หรือ ‘ความราบรื่น’ มีวงกลมสีดำรอบดวงตาเข้ม ชื่นชอบการปีนต้นไม้ นิสัยกล้าหาญและอ่อนโยน ชอบกินผลไม้ โดยเฉพาะแอปเปิ้ล

 

ฝูซวง เกิดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2020 ชื่อมีความหมายว่า ‘พรคู่อันประเสริฐ’ หรือ ‘โชคลาภสองเท่า’ มีจุกขนบนหัว หน้าผากยื่นเล็กน้อย หาอาหารเก่ง และชอบกินน้ำผึ้ง

 

แพนด้ายักษ์ทั้งสองตัวอยู่ภายใต้ข้อตกลงอนุรักษ์ระยะเวลา 10 ปี ระหว่างสวนสัตว์แอตแลนตากับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าของจีน (China Wildlife Conservation Association) มีค่าธรรมเนียมการยืมประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และหากมีลูกแพนด้าเกิดขึ้นในต่างประเทศจะต้องส่งกลับจีน

 

ปัจจุบันแพนด้าทั้งสองอยู่ในช่วงกักกันโรค (Quarantine) ในพื้นที่ปลอดภัยทางชีวภาพเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชม ซึ่งสวนสัตว์ได้ขยายพื้นที่ส่วนแสดงให้กว้างขวางขึ้นและเตรียมไผ่ไว้อย่างเพียงพอ

 

สวนสัตว์แอตแลนตาเคยเลี้ยงแพนด้ายักษ์มาแล้วคือ หลุนหลุน และ หยางหยาง ซึ่งมีลูกด้วยกัน 7 ตัว ตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2024 และเพิ่งส่งกลับจีนไปเมื่อเดือนตุลาคม 2024 โดยการมาถึงของแพนด้ายักษ์คู่ใหม่นี้ ทำให้แอตแลนตากลายเป็น 1 ใน 3 สวนสัตว์ในสหรัฐฯ ที่มีแพนด้ายักษ์ ร่วมกับสวนสัตว์ซานดิเอโก และ National Zoo ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

 

การทูตแพนด้า สำคัญอย่างไร

 

จีนใช้แพนด้ายักษ์เป็น ‘ทูตแห่งมิตรภาพ’ (Envoy of Friendship) มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ เพื่อสร้าง กระชับสัมพันธ์ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนจีนและสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่นๆ โดยธรรมเนียมการทูตนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1972 เมื่อ เหมาเจ๋อตง ผู้นำจีนในขณะนั้นได้มอบแพนด้ายักษ์ให้สหรัฐฯ หลังการเยือนของ ริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

โดยโครงการให้ยืมหรือเช่าแพนด้านี้ ช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและการวิจัยอนุรักษ์สัตว์ป่าระหว่างผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแพนด้าทุกตัวในโลก และใช้รูปแบบการให้ยืมแก่สวนสัตว์ต่างประเทศ

 

การทูตแพนด้าครั้งนี้ สะท้อนถึงอะไร

 

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนประกาศการส่งแพนด้า ‘ผิงผิง-ฝูซวง’ ระหว่างการประชุมสุดยอดกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมไม่กี่ประการ จากการเยือนครั้งนี้ที่แสดงถึงความปรารถนาดีระหว่างสองประเทศ

 

ผิงผิง-ฝูซวง ยังเป็นดัชนีชี้วัดทางการเมืองและการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองประเทศ โดยการส่งมอบแพนด้ายักษ์มีส่วนช่วยผ่อนคลายบรรยากาศความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นทั้งในสงครามการค้า การพัฒนา AI และในมิติอื่นๆ

 

โดยจีนมักใช้แพนด้าเป็นเครื่องมือทางการทูต โดยจะส่งแพนด้าไปเมื่อต้องการแสดงไมตรีจิต และปล่อยให้สัญญาหมดอายุลงโดยไม่ต่อสัญญา เมื่อเกิดความตึงเครียดทางการเมือง

 

การมาถึงของ ‘ผิงผิง-ฝูซวง’ ที่สวนสัตว์แอตแลนตา ไม่ได้เป็นเพียงการต้อนรับดาวเด่นคู่ใหม่ขวัญใจมหาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของ ‘การทูตแพนด้า’ ในยุคสมัยใหม่

 

แม้ทูตสี่ขาคู่นี้จะช่วยสร้างบรรยากาศอันมิตรและเปิดพื้นที่ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง แต่คำถามสำคัญที่ยังคงต้องติดตามต่อไปตลอดระยะเวลาข้อตกลง 10 ปีนี้คือ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพและพรคู่อันประเสริฐนี้ จะสามารถต้านทานความผันผวนทางการเมืองโลก และนำไปสู่ความเข้าใจอันยั่งยืนระหว่างสองมหาอำนาจได้มากน้อยเพียงใด

 

ภาพ: Everything Georgia / X

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories

Close Advertising