×

ศาลอาญายกฟ้อง ‘สามารถ-แม่-บอสพอล’ คดีสมคบฟอกเงินดิไอคอน 2.5 ล้านบาท ชี้หลักฐานอ่อน-ตรวจสอบเส้นเงินได้

โดย THE STANDARD TEAM
25.09.2026
  • LOADING...
ภาพ สามารถ เจนชัยจิตรวนิช, วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ และ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล

วันนี้​ (25 กันยายน) ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง สามารถ เจนชัยจิตรวนิช (จำเลยที่ 1), วิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ (มารดาของสามารถ – จำเลยที่ 2), วรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล (จำเลยที่ 3) และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (จำเลยที่ 4) ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป วงเงิน 2.5 ล้านบาท

 

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การนำสืบของโจทก์รับฟังได้เพียงว่า ภายหลังเกิดคดีดิไอคอนซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ตรวจพบความเชื่อมโยงระหว่างจำเลยที่ 1-3 และคนรักของจำเลยที่ 1 อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งหมดทำธุรกรรมรับโอนและโอนเงินผ่านบัญชีของตนเองทั้งสิ้น ไม่มีการใช้บัญชีของบุคคลอื่น (บัญชีม้า)

 

นอกจากนี้ การนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด และไม่มีพฤติการณ์ปกปิดแหล่งที่มา ซุกซ่อน หรือช่วยเหลือผู้อื่น จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยได้เงินมาจากการกระทำความผิดใด หรือรู้อยู่แล้วว่าเงินนั้นได้มาจากการกระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่เพียงพอต่อการรับฟัง ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่น และมีคำพิพากษายกฟ้อง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีว่า ก่อนเริ่มการอ่านคำพิพากษา สามารถ มารดา และบอสพอล ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดหรือกังวลแต่อย่างใด โดยมีการยิ้มแย้ม พูดคุย และหัวเราะกันตามปกติ กระทั่งเมื่อศาลอ่านคำพิพากษาว่ายกฟ้อง มารดาของสามารถได้ลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ศาลพร้อมกล่าวคำว่า “ขอบคุณค่ะ”

 

ภายหลังรับฟังคำพิพากษา สุภัทรพร โตรักษา หรือ ทนายต้น ทีมทนายความของบอสพอล ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านการทำคดีภายใต้การดูแลของ ดร.สุขศักดิ์ เปิดเผยว่า ศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยไม่ได้มีลักษณะการกระทำความผิดตามคำฟ้อง ซึ่งทีมทนายความเห็นพ้องกับคำพิพากษาและขอบคุณสำหรับความยุติธรรม โดยเบื้องต้นได้พูดคุยกับคุณพ่อของบอสพอล ซึ่งท่านได้กล่าวขอบคุณทีมทนายความเช่นกัน

 

สุภัทรพร ระบุว่า พยานหลักฐานที่นำสืบในคดีฟอกเงินนี้ จะถูกนำไปใช้ประกอบในคดีหลักของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ด้วย เนื่องจากมีพยานบุคคลและเอกสารยืนยันชัดเจนว่าบริษัทประกอบธุรกิจและจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการว่าจ้างโรงงานผลิตสินค้า และมีการส่งออกสินค้าให้กับผู้บริโภคจริงหลายล้านชิ้น ซึ่งศาลมีความเห็นพ้องกับแนวทางการนำสืบของฝ่ายจำเลยในประเด็นการทำธุรกิจนี้

 

สำหรับความคืบหน้าคดีหลัก (คดีฉ้อโกงประชาชน) ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการสืบพยานของศาล โดยประเมินจากกรอบระยะเวลา คาดว่าคดีจะเสร็จสิ้นประมาณปลายปี 2570

 

ส่วนแนวทางการยื่นขอประกันตัวบอสพอลและจำเลยในคดีหลักนั้น สุภัทรพร กล่าวว่า ขณะนี้จำเลยถูกควบคุมตัวในเรือนจำมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยยังไม่มีใครได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว และทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดอายัดไว้ หลังจากนี้ทีมทนายความจะหารือกันอีกครั้งเพื่อดำเนินการยื่นขอประกันตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเคยยื่นขอไปหลายครั้งแต่ยังติดข้อจำกัดในคดีหลัก ซึ่งกระบวนการทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

 

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงสภาพจิตใจของบอสพอล ทนายความเปิดเผยว่า จากการพูดคุย บอสพอลและจำเลยคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ในภาวะเครียด เนื่องจากต้องอยู่ในเรือนจำเข้าสู่ปีที่ 2 และไม่ได้รับการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทีมทนายความไม่ได้มีความกังวลใจ โดยยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรมต่อไป

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising