×

Webull ผนึก Pi Securities เดินเกมพา ‘นักลงทุนไทย’ ก้าวสู่ Global Investor [Advertorial]

25.09.2026
  • LOADING...

การก้าวเข้ามาขยายฐานในไทยของ Webull แพลตฟอร์มเทรดออนไลน์สัญชาติอเมริกา เมื่อปี 2567 เพราะเห็นสัญญาณชัดเจนว่า คนไทยไม่ได้มองแค่การลงทุนในประเทศอีกต่อไป แต่กำลังรุกสู่ตลาดระดับโลก โดยเฉพาะ ‘หุ้นสหรัฐฯ’ ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีการเปิดบัญชีแอ็กทีฟในประเทศไทยจำนวน 2 แสนบัญชีเป็นอย่างน้อยภายในสองปี

 

สองปีผ่านไป Webull Thailand ไม่เพียงมีบัญชีแอ็กทีฟเกินเป้าไปกว่า 460,000 บัญชี ล่าสุด Webull ทุ่มงบ 3,200 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ พาย หรือ Pi Securities เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังจากได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศเป้าหมายพา AUM รวมของทั้งสองบริษัทแตะ 200,000 ล้านบาทให้ได้เร็วที่สุด

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 1

 

The Standard Wealth คุยกับ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงปัจจัยสำคัญที่มัดใจฐานลูกค้าเดิมพร้อมดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่ ตลอดจนรายละเอียดเบื้องหลังดีลซื้อกิจการ Pi Securities และทิศทางการเติบโตของโลกการลงทุนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

 

ถอดกลยุทธ์มัดใจ ทำไมลูกค้าเก่าไม่ไปไหน แถมลูกค้าใหม่ยังหลั่งไหลเข้ามา

 

ชลเดชเล่าว่า ก่อนเปิดตัวในไทย Webull ได้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าคนไทยที่ลงทะเบียนเทรดกับ Webull ในสหรัฐฯ เพื่อนำมาออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ที่สุด ซึ่งผลลัพธ์ชัดเจนว่าคนไทยให้น้ำหนักกับ ‘หุ้นอเมริกา’ เป็นหลัก ทีมผู้บริหารจึงตัดสินใจเปิดตัวด้วยหุ้นสหรัฐฯ พร้อมเสริมทัพด้วยบริการ Options บนดัชนีตั้งแต่วันแรก

 

“พฤศจิกายน 2567 เราต่อยอดด้วยการเปิดตัว Options บนหุ้นรายตัว ซึ่งถือเป็นจังหวะที่เหมาะเพราะตรงกับช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ความผันผวนของตลาดช่วงนั้น กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้การเทรด Options คึกคักเป็นพิเศษ”

 

ผลตอบรับเติบโตดีกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งในแง่การเพิ่มบริการใหม่ จำนวนลูกค้าที่ขยายตัว รวมถึงปริมาณการเทรดและจำนวนสัญญา Options ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

เมื่อถามว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าเก่ายังคงเหนียวแน่นและมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชลเดชบอกว่า Webull เข้ามายกระดับประสบการณ์เทรดด้วย ข้อมูล Real-time เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Bid-Offer ระดับลึก (Nasdaq TotalView LV2) เครื่องมือสแกนหุ้น และกราฟเรียลไทม์บนแอป ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานที่นักลงทุนอเมริกันคุ้นเคย แต่หาได้ยากในตลาดไทย

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 2

 

“สิ่งที่สร้างความได้เปรียบอย่างชัดเจนคือ การนำ Options มาใช้ในเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างผลตอบแทน ไม่ใช่แค่เครื่องมือเก็งกำไร เช่น การทำ Covered Call ในช่วงหุ้นทำ New High เพื่อเก็บค่า Premium หรือการทำ Cash Secured Put สำหรับตั้งรับซื้อหุ้นช่วงปรับฐานพร้อมรับค่า Premium ฟรีๆ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ที่โบรกเกอร์อื่นในไทยยังไม่มี”

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังพัฒนาบริการจากเสียงตอบรับของนักลงทุนไทยเป็นหลัก ทั้งการเปิดตลาดหุ้นฮ่องกง-จีน เพื่อเพิ่มทางเลือกเมื่อต้นปี 2569 ตลอดจนการพัฒนา “ฟีเจอร์แยกพอร์ต” ซึ่งมีเฉพาะสาขาประเทศไทยเท่านั้น ช่วยให้นักลงทุนสามารถถือหุ้นตัวเดียวกันแยกพอร์ตตามกลยุทธ์ short-term และ long-term โดยไม่ทำให้ราคาต้นทุนปนกัน

 

“ปกติโบรกเกอร์ทั่วไป หุ้นหนึ่งตัวมักอยู่ได้แค่พอร์ตเดียว ทำให้ต้นทุนถูกถัวเฉลี่ยรวมกันหมด แต่ของเราสามารถถือหุ้นตัวเดียวกันแยกไว้หลายพอร์ตได้พร้อมกัน โดยคำนวณต้นทุนแยกกันเด็ดขาด ตอบโจทย์คนที่อยากถือหุ้นตัวนั้นระยะยาว แต่ก็อยากแบ่งอีกพอร์ตไว้เล่นรอบสั้นๆ โดยที่ต้นทุนฝั่งถือยาวไม่โดนรบกวน”

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 3

 

ดีล Pi Securities เมื่อเทคโนโลยีเจอประสบการณ์ 50 ปี

 

การเข้าซื้อกิจการ Pi Securities ของ Webull ด้วยมูลค่าราว 3,200 ล้านบาท (100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเข้าถือหุ้น 99.36% นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดจากการผสานจุดแข็งระหว่างเทคโนโลยีระดับโลกของ Webull กับประสบการณ์กว่า 50 ปี ของ Pi Securities

 

แม้ Webull จะโดดเด่นด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลและการให้บริการ Webull Prime สำหรับนักลงทุนกลุ่ม High Net Worth ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แต่สำหรับนักลงทุนกลุ่มดังกล่าว การบริหารความมั่งคั่งยังจำเป็นต้องใช้ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า การให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล และการดูแลอย่างใกล้ชิด การได้ทีม RM และทีมขายของ Pi กว่า 300–400 คน พร้อมความเชี่ยวชาญในตลาด TFEX และการออก DR จึงช่วยเสริมศักยภาพให้ Webull ในการขยายฐานลูกค้ามั่งคั่งสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในทางกลับกัน สิ่งที่ Webull นำมาเสริม Pi คือทีม Tech ที่พัฒนาระบบให้บริการใน 18 ประเทศทั่วโลก และความพร้อมด้านเงินทุนจากบริษัทแม่ ซึ่งช่วยเพิ่ม liquidity สำหรับบริการ Margin หรือเป็นทุนในการออก DR

 

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ฐานลูกค้า High Net Worth และ Ultra High Net Worth ของ Pi Securities พร้อมสินทรัพย์ภายใต้การแนะนำและบริหารจัดการ (AUM) กว่าแสนล้านบาท กลายเป็นของ Webull ทันทีที่ดีลเสร็จสมบูรณ์ นอกจากมิติด้านลูกค้าและสินทรัพย์ ชลเดชบอกว่าจุดแข็งที่มีศักยภาพมากที่สุดคือการผสานงานด้านการวิเคราะห์ เทคโนโลยี และ AI เข้าด้วยกัน การนำความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ตลาดในไทยและทีมผู้เชี่ยวชาญของ Pi Securities มาผสานกับเทคโนโลยี ข้อมูล และความสามารถด้าน AI ของ Webull จะช่วยยกระดับกระบวนการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านการลงทุนให้รวดเร็วขึ้น รองรับการขยายตัว และเข้าถึงนักลงทุนไทยได้มากขึ้น โดยยังคงรักษามาตรฐานความเชี่ยวชาญและมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในตลาดไทยไว้เช่นเดิม

 

“ในช่วงปีแรกของการควบรวม ทั้ง Webull Thailand และ Pi Securities จะยังแยกกันบริหารภายใต้แบรนด์เดิมเพื่อความต่อเนื่องของบริการครับ โดยผมจะดูแลทิศทางเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองฝั่งในฐานะ CEO ของ Webull Thailand และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ที่ Pi Securities”

 

“ลูกค้าของ Pi จะได้ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น ฝั่งทีมขายก็มีสินค้าให้นำเสนอมากขึ้นโดยไม่ลด Incentive ส่วนพนักงาน Pi จะได้สวัสดิการเทียบเท่า Webull ทั้งหมด”

 

สำหรับแผนระยะยาว ชลเดชบอกว่าจะทยอยรวมทีมงานและผลิตภัณฑ์เข้าหากันภายใน 1 ปี เพื่อให้ทั้งสองบริษัทเป็นหนึ่งเดียวตามความต้องการของ ก.ล.ต. โดยฝั่งงานขายหรือ front office จะถูกปรับให้ RM สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายขึ้น ส่วน back office จะถูกปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาใช้ ส่วนธุรกิจระยะยาวอย่าง research จะใช้ branding ของ Webull ไปเลยตั้งแต่ต้น เพราะสุดท้ายจะกลายเป็น Webull Research, Webull DR และ Webull Portfolio ในที่สุด

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 4

 

นวัตกรรมและยุทธศาสตร์ใหม่ในครึ่งปีหลัง

 

Webull ยังเดินหน้าต่อยอดเทคโนโลยีของตัวเองคู่ขนานไปด้วย หนึ่งในนั้นคือ Vega AI ผู้ช่วย AI ในแอป Webull ที่ลูกค้าสามารถถามตอบได้เหมือนใช้งาน ChatGPT หรือ Claude จุดต่างสำคัญคือข้อมูลที่ Vega AI ให้จะไม่ hallucinate เพราะอ้างอิงจากข้อมูลจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะถามเรื่องผลประกอบการหรือเรื่องอื่นใดก็ตอบได้ ซึ่งชลเดชระบุว่าเป็นบริการแรกในลักษณะนี้ของตลาดโบรกเกอร์ไทย

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 5

 

อีกบริการที่เปิดให้ใช้งานคือ Webull Open API ที่ให้ลูกค้าเขียนโปรแกรมสั่งงานเชื่อมต่อกับบัญชี Webull ได้เอง ไม่ว่าจะทำระบบซื้อขายอัตโนมัติหรือเครื่องมือวิเคราะห์และคัดเลือกหุ้น เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้งานกำหนด

 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญในอนาคต หลังควบรวมกับ Pi คือการเชื่อมโยงลูกค้าเจ้าของธุรกิจ เข้ากับเครือข่าย Webull ในต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เจ้าของธุรกิจเข้าถึงตลาดทุนระดับสากล โดยการจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ที่ประเทศสหรัฐฯ หรือในตลาดฮั่งเส็ง ที่ฮ่องกง

 

ซึ่งชลเดชมองว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเพ้อฝันอีกต่อไป เพราะในหลายกรณีทำได้เร็วกว่าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเสียอีก โดยมีทีม Investment Banking จาก Webull Hong Kong เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาร่วมกับทีม RM และ IC ของ Pi Securities โดยตรง

 

“การผสานพลังระหว่าง Webull และ Pi Securities คือการปูทางสู่นวัตกรรมการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) แบบครบวงจรครับ เรานำเทคโนโลยีและเครือข่ายระดับโลกของ Webull มาบวกกับประสบการณ์กว่า 50 ปีในตลาดหุ้นและอนุพันธ์ของ Pi โดยครอบคลุมตั้งแต่แผนการลงทุนเฉพาะบุคคล ข้อมูลเชิงลึก ไปจนถึงการจับคู่ธุรกิจข้ามตลาดในภูมิภาค APAC

 

โครงสร้างธุรกิจเราแบ่งชัดเจนเป็น 4 ส่วน คือ กลุ่ม Retail ที่เป็นฐานเดิม, กลุ่ม High Net Worth ในบริการ Webull Prime ที่ร่วมกับ Gaysorn Village และมีทีม RM จาก Pi เข้ามาดูแล, กลุ่ม สถาบัน เช่น บล. ที่ต้องเฮดจ์หุ้น DR หรือ บลจ. ที่ซื้อ ETF ทำ Feeder Fund และส่วนสุดท้ายคือ ช่องทางพันธมิตร”

 

ยุทธศาสตร์การเติบโตเริ่มเห็นผลชัดเจนในเดือนกันยายนนี้ ด้วยการเปิดตัว 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ คือ TrueMoney ที่ออกแบบเป็น Mini App เน้นความง่าย มี AI คอยช่วยวิเคราะห์ เหมาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นด้วยเงินบาท และ ttb ที่เจาะกลุ่ม Mass Affluent ผ่านแอป ttb touch โดยชูจุดเด่นการผูกเข้ากับบัญชี FCD e-Saving ทำให้สามารถนำเงินดอลลาร์ไปลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน นับเป็นการขยายฐานการลงทุนดิจิทัลที่เข้าถึงคนไทยทุกเซกเมนต์อย่างแท้จริง

 

ภาพแสดงการผนึกกำลังระหว่าง Webull และ Pi Securities เพื่อผลักดันนักลงทุนไทยสู่ตลาดการลงทุนระดับโลก 6

 

3 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนรุ่นใหม่ใช้เลือกโบรกเกอร์

 

ชลเดชเผย 3 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนรุ่นใหม่ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์

 

ปัจจัยแรกคือ ความน่าเชื่อถือ ซึ่ง Webull ได้เปรียบในฐานะ Global Broker ที่ให้บริการใน 18 ประเทศทั่วโลก โดยมีบริษัทแม่จดทะเบียนใน Nasdaq ทำให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นไปตามมาตรฐานสหรัฐฯ ที่เข้มงวด และ Webull Thailand ก็ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตอบโจทย์คนที่ต้องการเทรดหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง

 

ต่อมาคือ ความพร้อมของเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ได้มีแค่ Stock Screener หรือ Quant Score เท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหา Pain Point ของนักลงทุนด้วยระบบการส่งคำสั่งอัจฉริยะที่สามารถตั้ง Take Profit และ Stop Loss ได้พร้อมกับการส่งคำสั่งซื้อ ช่วยให้นักลงทุนไม่ต้องนั่งเฝ้าจอตลอดคืน ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ขั้นสูงอย่าง Options

 

ปิดท้ายด้วย ต้นทุนการเทรดโดยรวม ซึ่งนักลงทุนยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ % ค่าคอมมิชชัน แต่ยังพิจารณาไปถึงค่าคอมฯ ขั้นต่ำที่อาจกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ รวมถึงโอกาสในการรับดอกเบี้ยจากเงินสกุลดอลลาร์ที่พักไว้ในบัญชีระหว่างรอจังหวะลงทุน โดย Webull ให้ดอกเบี้ยสูงสุดที่ 3.75%* ต่อปี ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

 

มุมมองสภาวะตลาดและการปรับพอร์ต

 

ชลเดชฉายภาพทิศทางตลาดช่วงที่เหลือของปี โดยมองเห็น 2 ตลาดหลัก

 

เริ่มจาก ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่หมดรอบ Election Rally แนะให้ผู้ที่มีหุ้นในพอร์ตเตรียมขายทำกำไรผ่านกลยุทธ์ Covered Call เพื่อใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาดในการสร้างรายได้จากค่า Premium ส่วนผู้ที่กำลังหาจังหวะเข้าซื้อ ควรระมัดระวังหุ้นที่ราคาต่อกำไร (PE) ค่อนข้างสูงที่อาจถูกกดดันจากผลประกอบการ นอกจากนี้ หุ้นในตลาดฮ่องกง-จีน ธีม Robotics ก็มีพัฒนาการและการเติบโตที่น่าจับตามอง

 

ขณะที่ตลาดหุ้นไทย หุ้นปันผลยังคงมีบทบาทในตลาด โดยการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญ เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร เป็นต้น

 

“ในอีก 3–5 ปีข้างหน้า ผมอยากเห็นคนไทยเป็น ‘Global Investor’ ที่เข้าถึงข้อมูลและตลาดต่างประเทศได้เป็นเรื่องปกติ ปัจจุบันการเทรดหุ้นอเมริกาง่ายกว่าหุ้นไทยด้วยซ้ำ ทั้งการเริ่มเทรดได้ด้วยเงินแค่ 1 ดอลลาร์ เทรดได้ 24/5 และการดึง AI หรือ API มาช่วยเทรด หน้าที่ของ Webull และ Pi คือสร้างเครื่องมือให้พร้อมที่สุด” ชลเดชกล่าวทิ้งท้าย

 

*อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่บริษัทกำหนด

 

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยจะไม่ถือว่าเป็นการแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด

 

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories