×

‘โฟม’ มณีวรรณ คาราเต้ยอดนักสู้ ผู้เปลี่ยนโอกาสทองในชีวิต เป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์

22.09.2026
  • LOADING...
ภาพ 'โฟม' มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยผู้คว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์

โอกาสเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเข้ามาในชีวิตเมื่อไร

 

แต่เมื่อโอกาสมาถึง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเราคาดหวังกับมันมากแค่ไหน แต่เป็นว่า เราพร้อมจะคว้ามันไว้หรือเปล่า

 

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ โฟม-มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักกีฬาคาราเต้สาวทีมชาติไทย ที่เพิ่งคว้าเหรียญเงินสุดเซอร์ไพรส์ของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

 

เดิมที โฟม นั้นไม่มีชื่อติดทีม และเกือบไม่มีโอกาสได้สัมผัสการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก แต่เมื่อโอกาสเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย โฟมเลือกที่จะไม่ปล่อยมันผ่านไป

 

แม้ต้องเผชิญกับความกดดัน ทั้งการเข้ามาแทนเพื่อนรัก การขยับขึ้นไปแข่งขันในรุ่นมากกว่า 68 กิโลกรัมที่ไม่เคยลงแข่งมาก่อน และภารกิจเพิ่มน้ำหนักถึง 8 กิโลกรัมภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน

 

สุดท้ายโฟมไม่ได้เพียงคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ที่ไม่มีใครคาดคิด

 

“เครียดนิดหน่อยค่ะ เมื่อรู้ว่าหนูมีชื่อติดทีมในรุ่นนี้ หนูมีความกังวลใจ 2 เรื่อง อย่างแรกคือ คนที่หนูไปแทนคือเพื่อนรัก ซึ่งเราสนิทกันมาก”

 

เจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์เปิดใจถึงความรู้สึกในวันที่โอกาสครั้งใหญ่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

“หนูเก็บมาคิดเยอะ เพราะโอกาสที่เข้ามาครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ และเอเชียนเกมส์ก็เป็นรายการใหญ่ที่สุดในชีวิตสำหรับหนูแล้ว ทำให้หนูไม่กล้าปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธไปก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไร”

 

“ช่วงแรกก็เครียดนะ เพราะกลัวผิดใจกับเพื่อน แต่สุดท้ายเราก็ได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกัน ทำให้หนูสบายใจมากขึ้น และสัญญาไปว่าจะทำเต็มที่แทนในส่วนของเขาด้วย”

 

นอกจากเรื่องความรู้สึกแล้ว ความท้าทายอีกอย่างคือการต้องลงแข่งขันในรุ่นน้ำหนักที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน

 

“หนูจะลงแข่งในรุ่นน้ำหนักมากกว่า 68 กิโลกรัม ซึ่งไม่เคยแข่งในรุ่นนี้เลย ปกติแล้วน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ 59 กิโลกรัม ซึ่งจะต้องทำน้ำหนักเพิ่ม 8 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนแข่ง”

 

“ช่วงแรกทรมานมากค่ะ ต้องกินเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าเลย เคยกินจนอาเจียน”

 

จากนักกีฬาที่เกือบไม่ได้เดินทางมาเอเชียนเกมส์ สู่การก้าวลงสนามแข่งขันในรุ่นที่ไม่ใช่น้ำหนักธรรมชาติของตัวเอง โฟมยอมรับว่า ความรู้สึกในวันแรกที่ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันเอเชียนเกมส์นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

ราวกับความฝันที่เกิดขึ้นจริง

 

“ก่อนมาไม่ได้มีภาพในหัวไว้เลยว่าเอเชียนเกมส์เป็นยังไง เข้าใจว่าเหมือนกันทุกแมตช์ แต่พอมาถึงตื่นเต้นมาก อยากลงแข่ง อยากเจอคู่แข่งใหม่ๆ ต่างรุ่น อยากเรียนรู้ว่าแต่ละคนจะเล่นยังไง อยากท้าทายตัวเอง”

 

“แต่หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องติดเหรียญ ขอแค่โฟกัสไปทีละรอบ”

 

แน่นอนว่าในการแข่งขันครั้งนี้ โฟมไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเต็ง เธอเป็นเพียงน้องใหม่ในรุ่นน้ำหนักนี้ และยังไม่มีประสบการณ์กับคู่แข่งที่คุ้นเคยกับการต่อสู้ในพิกัดมากกว่า 68 กิโลกรัม

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากการแข่งขันก่อนหน้านี้ คือการเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากโค้ช

 

“อาจารย์แจ็ค (ดร.พลวศิน สารธรรม) หัวหน้าผู้ฝึกสอน บอกให้ทำเต็มที่ ถ้าเราทำผลงานได้ดี มันเปลี่ยนอนาคตได้เลย ไม่ต้องกดดันตัวเอง ถ้ากดดันเกินไปจะเครียด”

 

“โค้ชบอกให้เชื่อใจกัน เพราะเขาเห็นทุกอย่างในสนาม ซึ่ง 2-3 รายการก่อนหน้านี้ หนูเล่นไม่ค่อยดี ไม่มีสมาธิ ไม่ค่อยฟังโค้ช หนูเลยบอกตัวเองว่า ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น ก็ต้องเชื่อโค้ช”

 

“คราวนี้พยายามมีสมาธิ จดจ่ออยู่กับเกมที่จะเล่น ทำตามแผนของโค้ช เขาบอกว่าถ้าเห็นเข้าทำลูกถนัดก็ทำ ถ้าไม่ถนัดก็ไม่ต้องทำ สุดท้ายหนูก็คว้าเหรียญเงินมาได้”

 

จากโอกาสที่เกือบไม่มีชื่อ ไปสู่การคว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ ผลงานของโฟมยังทำให้เธอกลายเป็นเจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์คนแรกของคาราเต้ไทยในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ ปนัดดา ปาล์มชูชัยนะ ทำได้ในเอเชียนเกมส์ 1998

 

และเมื่อมองย้อนกลับไป เธอบอกว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดอาจไม่ใช่เพียงเหรียญที่คล้องอยู่บนคอ แต่คือการได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามที่ตัวเองไม่เคยหยุดทำ

 

“ขอบคุณตัวเองที่ไม่หยุดพยายาม ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้หนูเรียนรู้ว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริงๆ ต่อให้ไม่มีใครเห็น อย่างน้อยก็มีเราเห็น และหนูดีใจที่ครั้งนี้มีคนเห็นความพยายามของเรา”

 

บางครั้งโอกาสในชีวิตไม่ได้เดินเข้ามาหาเราในวันที่พร้อมที่สุด

 

ฃมันอาจมาแบบกะทันหัน มาในวันที่เรายังลังเล หรือมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ยากกว่าที่เคยเจอ

 

แต่โอกาสไม่ได้มีเข้ามาบ่อยครั้ง และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมันผ่านไปแล้ว จะมีโอกาสแบบเดิมกลับมาอีกหรือไม่

 

เรื่องราวของโฟมจึงอาจไม่ได้สอนเพียงเรื่องของการคว้าเหรียญรางวัล แต่คือการเตือนว่า เมื่อโอกาสมาถึง สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวเองให้พร้อมพอที่จะคว้ามันไว้

 

เพราะโอกาสในชีวิตไม่ได้มาง่ายๆ และเมื่อมันมาถึง เราอาจมีเวลาเพียงครั้งเดียวที่จะบอกตัวเองว่า ลองดูสักครั้ง

 

.

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising